Episode 2: หนีไม่พ้น [2]
“อุ๊ย แบบนี้ก็แสดงว่า...”
“แม่หยุดคิดเรื่องไม่ดีไปได้เลยค่ะ” ณชาเอ่ยอย่างบึ้งตึงไม่เกรงใจแม่ของดิน เพราะหญิงสาวแสดงออกจุดยืนตั้งแต่แรกแล้วว่าไม่อยากให้แม่ ๆ จับคู่
“เอ้า ยัยเด็กคนนี้นี่” คุณแม่นภาปรามลูก
“ฮ่า ๆ ผมว่าทานข้าวกันดีกว่านะครับ”
“แล้วพ่อละคะ?” ณชาเปลี่ยนเรื่องเมื่อเห็นว่าเก้าอี้ที่อยู่หัวโต๊ะไร้ประธาน
“คุยกับเพื่อน ๆ อยู่ทางนู้นแน่ะ”
ณชามองตามสายตาของแม่ก็พบร่างภูมิฐานของบิดาที่ยืนคุยอยู่กับเพื่อน ๆ และพ่อของดินอยู่จึงหันมาสนใจอาหารตรงหน้า
“กะพงสามรสอร่อยนะ ของโปรดณชาเขาเลย” แม่นภาเอ่ยคล้ายกับส่งสัญญาณอะไรบางอย่าง
“ฉันตักเองได้”
“นี่ครับ พี่ชอบตรงพุงผมจำได้”
แต่ก่อนที่เธอจะคว้าช้อนกลางนั้นคนไวกว่าก็จัดการนำส่วนที่ณชาชอบที่สุดมาวางในจานของเธอ
“ตาภูนี่ก็ใส่ใจรายละเอียดดีเหลือเกินนะ ไม่รู้ว่าจำของโปรดสาว ๆ คนอื่นได้มั้ย”
“ผมไม่ได้สนใจคนอื่นครับเลยจำไม่ได้”
ถ้อยคำที่เอ่ยออกมาทำณชาเลี่ยนแทบอยากจะอาเจียนออกมาเสียตรงนี้ แต่ต้องเก็บอาการเอาไว้ทำได้เพียงส่งสายตาห้ามปรามไม่ให้ดินกวนประสาทไปมากกว่านี้ ทว่ามันกลับไม่เป็นผล
แม่ของณชาเคยให้เหตุผลว่าอยากให้ดินกันณชาแต่งงานกัน เพราะณชาอายุย่างเข้าเลขสามแล้วยังไม่มีแฟน และถ้าปล่อยเวลาให้ผ่านไปเรื่อย ๆ แบบนี้ท่านกลัวจะไม่ได้อุ้มหลานแน่ อีกทั้งยังมัวทำแต่งานจึงจัดแจงหาคนที่เหมาะสมมาให้ลูกสาวคนเดียวเสียเลย ซึ่งณชากลับมองว่าชีวิตคนเราดำรงอยู่ได้โดยไม่ต้องแต่งงานก็ได้
ส่วนแม่ของดินให้เหตุผลกับลูกชายของท่านว่า ดินควรจะหาผู้หญิงสักคนที่สามารถเป็นแม่ของลูกและสามารถทำให้ลูกชายคนเดียวของท่านหยุดทำตัวลอยไปลอยมาสักที แล้วผู้หญิงที่เข้าหาดินก็ไม่เข้าตาท่านสักคน มีแต่คนที่จ้องจะจับลูกชายท่านเพื่อหวังสบายทางลัด ท่านกลัวว่าสมบัติของตระกูลจะหายหมดจึงจัดแจงหาคนที่เหมาะสมกับหน้าที่อันใหญ่หลวงนั้น และเชื่อว่าตนมองไม่ผิด ...ณชานี่แหละที่จะทำให้ลูกชายของท่านเลิกทำตัวเสเพล และลงหลักปักฐานกับใครเขาสักที
มื้ออาหารค่ำผ่านไปอย่างฝืน ๆ ณชาไม่ค่อยเจริญอาหารเท่าไรแม้จะมีคนคอยตักนู้นตักนี่ให้ตลอด อีกทั้งบทสนทนาบนโต๊ะอาหารยังทำให้เธอเหมือนคุยกันคนละภาษากับแม่ ๆ อีก
“แม่ฝากไปส่งณชาด้วยนะ”
“หนูเอารถมาค่ะแม่ ไม่ต้องให้ใครไปส่ง” ณชาเอ่ยทันควันจะจัดแจงอะไรขนาดนั้น
“แต่ผมไม่ได้เอารถมา งั้นพี่ชาไปส่งผมได้มั้ยครับ”
“กลับเองสิยะ”
“ณชา... เสียมารยาท” แม่นภาดุลูกสาวก่อนจะสรุป “เอาเป็นว่าณชาไปส่งภูที่คอนโดแล้วกันนะลูก”
“ค่า...”
ลมหายใจก้อนโตถูกปล่อยออกมาจากจมูกรั้นอย่างเบื่อหน่าย แม้อยากจะขัดแค่ไหนแต่ก็ไม่อยากทำให้แม่เธอโกรธ เพราะถ้าคุณนายนภาโกรธเธออาจจะถูกจับแต่งงานเร็วขึ้นอย่างที่เคยเปรยไว้
“อย่าทำหน้าเหมือนกินยาเบื่อขนาดนั้นสิครับ แค่ไปส่งผมเอง” คนเด็กกว่าเอ่ยพร้อมกับปิดประตูรถสปอร์ตคันสวย
“ฉันรู้ว่านายเอารถมา”
“ผมให้พี่แซมมี่มาส่ง จะเอารถมาได้ไง”
รอยยิ้มจริงใจส่งผ่านมาราวกับมันคือเรื่องขำขัน หากเป็นคนอื่นคงสยบแทบเท้าเขาไปแล้ว ทว่าแมวน้อยตัวนี้กลับขู่ฟ่อราวกับกลัวว่าเขาจะทำร้ายเธอยังไงอย่างนั้น ทั้งที่เขาออกจะจริงใจและอยากรู้จักเธอให้มากขึ้นกว่านี้
ดินไม่ได้ติดอะไรถ้าหากวันหนึ่งจะต้องแต่งงานกันณชาจริง ๆ เพราะเขาก็ไม่มีใครในใจอยู่แล้ว ชีวิตทุกวันนี้ก็ถือว่ามีความสุขดี อีกอย่างเขาก็อยากรู้เหมือนกันว่าถ้าเกิดต้องแต่งงานกันณชาจะทำยังไงถึงจะหนีเขาพ้น
“พี่จะขึ้นไปดื่มไวน์บนห้องผมก่อนมั้ยครั้ง”
“เหอะ คิดว่าฉันเป็นแบบผู้หญิงพวกนั้นหรือไง”
ริมฝีปากหยักกระตุกยิ้มเล็กน้อย เนื่องจากคำตอบที่ได้ไม่เกินคาด หากเป็นคนอื่นถูกดินชวนแบบนี้คงรีบวิ่งแทบไม่ทัน แต่ณชากลับต่างออกไป ข้อนี้มันยิ่งทำให้ดินอยากเล่นกับเธอไม่เบื่อ
“เปล่า พี่ไม่เหมือนคนอื่นเลยสักนิด มันเลยทำให้ผม...ยิ่งชอบ”
ใบหน้าหล่อเหลาเคลื่อนเข้ามาใกล้เพียงคืบกลิ่นหอมอ่อน ๆ จากร่างสูงใหญ่ทำคนที่ถูกจู่โจมหน้าแดงขึ้นมาทันควัน
“ลงไปเลย”
“ฮ่า ๆ หยอกเล่นนิดเดียวเองไม่เห็นต้องโกรธเลย”
“ฉันบอกแล้วว่าไม่ชอบให้ทำแบบนี้”
เขาชอบเข้าใกล้เกินความจำเป็น แถมทุกครั้งที่ดินทำแบบนี้หัวใจดวงเล็กก็ขยับจังหวะเต้นเร็วขึ้นเป็นเท่าตัวราวกับคนเป็นโรคหัวใจ
“กลัวเผลอใจเหรอครับ”
“ฉันรังเกียจย่ะ”
“หึ ระวังเกลียดอะไรจะได้อย่างนั้นนะครับ Good nigh ครับ”
ก่อนที่ณชาจะเอ่ยอะไรร่างสูงก็เปิดประตูลงไปเสียแล้ว สายตาคู่สวยมองตามร่างของชายหนุ่มไปยังด้านในล็อบบี้ก็พบหญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มเดินเข้ามาจับมือเขาอย่างสนิทสนม หากจำไม่ผิดเธอคือ ฝ้าย ดาราสาวที่กำลังจะถ่ายซีรี่ย์ด้วยกัน หลังจากที่เปิดตัวนักแสดงไปกระแสก็ดีมาก ๆ ด้วย
“เหอะ มีสาวมารอถึงหน้าคอนโดยังจะมาทำเจ้าชู้ใส่ฉันอีก คนแบบนี้อย่าหวังว่าฉันจะเอามาเป็นพ่อของลูกเลย”
