ทวงรักครั้งที่ 2.1
หลังจากที่ฉันไปเป็นสื่อกลางในการช่วยให้สองผัวเมียคืนดีกันเรียบร้อยแล้ว ฉันก็รีบอาบน้ำแต่งตัวใหม่เพื่อที่จะได้ไปทำงานในตอนเช้า จริงๆ วันนี้วันหยุดไม่ต้องไปก็ได้ แต่อยู่บ้านก็เบื่อๆ เนอะ ไปทำงานยังได้เงินบ้าง
ใช้เวลาไม่ถึงยี่สิบนาทีฉันก็ออกมาจากบ้านในสภาพพร้อมทำงานเต็มที่ พอขึ้นรถเมล์นั่งมาอีกประมาณเกือบสิบห้านาทีในที่สุดฉันก็มาถึงที่ทำงานของตัวเองเสียที พอเข้าไปในร้านได้ฉันไม่พูดพร่ำทำเพลงอะไร รีบตรงดิ่งเดินเข้าไปในห้องของพนักงานแล้วหยิบผ้ากันเปื้อนสีชมพูสดใสน่ารักมาสวมใส่ทันที
อ๋อ ลืมบอกไปว่าฉันเป็นพนักงานอยู่ร้านดอกไม้ไม่ไกลจากคอนโดที่ตัวเองอยู่เท่าไร เงินเดือนก็ดี ที่ทำงานก็ใกล้ที่พัก ใครไม่เอาก็บ้าแล้ว แถมหัวหน้าก็ทั้งหล่อและใจดีอีกต่างหาก
"แก้วครับ นั่งพักกินขนมกับน้ำเย็นๆ ก่อนสิ"
เสียงทุ้มเอ่ยทักจากด้านหลัง ฉันหันขวับไปมองก็เห็นอีกฝ่ายถือถาดขนมคุกกี้กับน้ำเปล่าแสนเย็นมาให้
"ขอบคุณนะคะ คุณหัวหน้าสุดหล่อ~"
ฉันบอกขอบคุณแล้วยิ้มหวานให้คนตรงหน้าที่หน้าแดงก่ำไปแล้วเพราะโดนดาเมจจากรอยยิ้มของฉัน เขาปรามฉันด้วยสายตาดุๆ ก่อนจะกระแอมเบาๆ แล้วเอ่ยว่า
"อย่ายิ้มหวานให้ใครมั่วซั่วแบบนี้สิครับ...มันไม่ดีนะ รู้ไหม"
"ค่าาา"
ฉันหัวเราะแล้วชำเลืองมองคนข้างกายที่ปากสั่งสอนฉันเปล่าๆ แต่ใบหน้าหล่อเหลายังแดงระเรื่อไม่ยอมหาย ผู้ชายคนนี้ชื่อ เจฟ เป็นหัวหน้าที่คอยดูแล ให้เงินเดือนฉันทุกวันนี้ เราสองคนสนิทกันมากเหมือนพี่น้อง เขารักและเอ็นดูฉันมากๆ
ฉันรู้จักกับพี่เจฟตอนที่พี่ติณต้องตามง้อพี่มิว เพราะฉันอาสามาซื้อดอกกุหลาบให้พี่ติณ แล้วสุดท้ายก็มาเจอพี่เจฟที่เป็นเจ้าของร้านดอกไม้ที่นี่ พี่เขาคอยแนะนำดอกไม้ต่างๆ ให้ว่าดอกไม้แบบไหนถึงจะเหมาะแก่การง้อขอผู้หญิงคืนดี
หลังจากนั้นฉันกับพี่เจฟก็รู้จักกันมากขึ้น สุดท้ายพี่เจฟก็เป็นคนชวนให้ฉันมาทำงานที่ร้านดอกไม้ ซึ่งฉันก็เห็นด้วยเพราะว่ามีงานให้ทำ มีเงินให้ใช้ ส่วนพี่เจฟก็ได้ลูกน้องแสนน่ารักอย่างฉันมาช่วย อิอิ เขาเป็นคนบอกฉันเองว่าไม่ต้องเรียกหัวหน้าให้เรียกพี่ดีกว่า เขาบอกทำตัวไม่ถูกเวลาโดนเรียกว่าหัวหน้า (จริงๆ พี่เขาคงเขินมากกว่า) เพราะพี่เจฟก็มีฉันเป็นลูกน้องแค่คนเดียว
แน่นอนว่าฉันปฏิเสธเสียงแข็ง ชัดเจนว่าไม่ได้เด็ดขาด งานก็ส่วนงาน ความสนิทก็ต่างหาก เอามารวมกันไม่ได้ แต่ฉันก็ทำงานที่นี่มาเกือบสามเดือนละ อะไรๆ ก็ดูจะไปได้สวย
"ว่าแต่วันนี้นึกยังไงมาเร็ว ปกติชอบมาสาย..."
พี่เจฟแซวขำๆ แล้วนั่งลงฝั่งตรงข้ามกับฉัน ในมือเขาก็ตัดแต่งกิ่งไม้พันธุ์ดีไปด้วย
แหม เอาจริงๆ ถ้าไม่รู้จักพี่เจฟมาก่อนฉันคงคิดว่าพี่เขาเป็นตุ๊ดเป็นแต๋วแน่ๆ ก็ท่าทางแต่ละอย่างของพี่เขาออกจะแสดงไปทางนั้นซะขนาดนั้น ก็ดูสิ ผู้ชายอะไรผิวขาวเป็นบ้าขาวกว่าฉันเท่าหนึ่งอ่ะ แถมหุ่นก็ดีสุดๆ ไม่อ้วนจนเกินไป ไม่ได้มีกล้ามมากจนน่าเกลียด ใครได้พี่เขาเป็นแฟนคงโชคดีสุดๆ แน่
"ก็พี่มิวกับพี่ติณน่ะสิคะ ทะเลาะกันอีกแล้ว แก้วเลยต้องออกมาแต่เช้าเนี่ยแหละค่ะคุณหัวหน้า"
ฉันบ่นอุบอิบในขณะที่มือก็หยิบคุกกี้มาใส่ปากตลอดไม่ขาดสายจนพี่เขาเห็นแล้วยังอดขำไม่ได้
"น่าจะให้พวกเขาสองคนทะเลาะกันบ่อยๆ นะ แก้วจะได้ตื่นเช้าๆ มาทำงานบ้าง"
"หัวหน้า!"
ฉันเรียกพี่เจฟน้ำเสียงงอนๆ นี่พี่เขาจะหาว่าฉันเอาแต่นอนกินบ้านกินเมือง งานการไม่ทำอะไรสักอย่างสินะ ฉันไม่สนใจก้มหน้าก้มตากินคุกกี้ตัวเองต่อโดยมีสายตาของพี่เจฟมองด้วยความสงสัยแต่พี่เขาก็ไม่ได้อะไรมาก สุดท้ายพวกเราสองคนพูดคุยหัวเราะกันไปเรื่อยเปื่อยตามประสาพี่น้อง
DIN PART
"เฮ้ย พวกมึงเช็ดรถลูกค้าให้มันสะอาดๆ หน่อยสิวะ เดี๋ยวเกิดลูกค้าโทรบอกแม่กูว่าอู่ทำความสะอาดไม่ดี กูโดนด่าอีก"
เสียงเข้มเอ่ยเสียงเขียวเมื่อเห็นบรรดาลูกน้องตัวเองที่กำลังเช็ดรถอยู่ผิวปากฮัมเพลงไปด้วย ทำให้เขาอดที่จะตำหนิไม่ได้กลัวพวกมันจะเอาแต่เล่นงานการไม่ใส่ใจ เดี๋ยวแม่บังเกิดเกล้าจะมาด่าเขาอีก
"แหมะ เฮีย คุณท่านไม่ค่อยเข้าอู่หรอก ผมเห็นนานๆ ทีท่านจะมาสักครั้ง เฮียก็คิดมากเกินเหตุนะคร้าบ ผ่อนคลายบ้าง"
"มึงนี่สักแต่เล่นอย่างเดียวจริงๆ เดี๋ยวก็โบกเข้าให้!"
ร่างสูงง้างมือทำท่าจะฟาดสักทีด้วยความหมั่นไส้ แต่ลูกน้องตัวดีก็หัวเราะแหะๆ แต่ยังไม่วายขอแซวเพิ่ม
"ผมว่าคุณท่านแค่อยากมาดูว่าเฮียแอบเอาผู้หญิงมากกที่อู่หรือเปล่ามากกว่านะครับ"
"รู้มากนะไอ้เมฆ เดี๋ยวกูจะให้มึงไปขัดส้วมแทนล้างรถดีไหม รู้มากขนาดนี้"
พอโดนลูกพี่ขู่เข้าให้ ลูกน้องที่ชื่อ เมฆ ก็รีบเข้ามากอดขาชายหนุ่มเอาไว้แล้วร้องบอกเสียงอ่อน
"โธ่เฮีย! ผมก็แค่พูดเล่นอ่ะคร้าบ ใครจะอยากไปขัดส้วม แหะๆ"
"พวกมึงนี่เล่นไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง เดี๋ยวจะโดนไม่ใช่น้อย เช็ดรถต่อได้แล้ว เดี๋ยวลูกค้าก็ใกล้จะมาเอารถแล้ว!"
เสียงเข้มตวาดใส่จนบรรดาลูกน้องตัวดีทั้งหลายรีบกรูวิ่งเข้าไปเช็ดรถกันด้วยท่าทางขยันแข็งอย่างว่องไวทันที
ผมชื่อ ดีน เป็นเจ้าของอู่รถที่ใหญ่สุดในแถบนี้ จะเรียกว่าเจ้าของอู่ก็ไม่ได้เต็มปาก เรียกว่ารับตำแหน่งชั่วคราวจะดีกว่า เพราะพ่อแม่หนีเที่ยวไปอยู่ต่างประเทศกันเป็นเดือนละ สงสัยได้ลงหลักปักฐานอยู่แล้วล่ะมั้งผมว่า นานๆ ทีพวกท่านจะกลับมาเยี่ยมลูกชายตัวเองสักครั้ง
ความหล่อของผมได้มาจากพ่อล้วนๆ บวกกับผมเกิดมาเป็นลูกคนรวย สาวๆ เลยค่อนข้างจะติดกันตรึม แต่ปกติถ้าผมไม่ได้สนใจใครก็จะไม่ค่อยเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วยหรอก แม้ว่าจะมีผู้หญิงมาอ่อยให้ท่าหลายคนแล้วก็ตาม ผมว่าบางทีมันก็ปวดหัว...
เพราะในสายตาผม พวกผู้หญิงที่ยอมเสียตัวให้ง่ายๆ ก็ไม่ได้มีค่าอะไรมากพอที่จะให้ผมสานต่อความสัมพันธ์มากเกินไปกว่าเซ็กซ์ได้ ส่วนใหญ่จบลงที่เตียงก็หยุดลงแค่นั้นไม่ไปต่อมากกว่านี้
ติ๊ง!
เสียงไลน์ในมือถือผมดังขึ้น ผมหยิบมือถือออกมาดูก็ยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมาทันที เพราะคนที่ทักมาคือ เพลงพริ้ง คู่นอนคนล่าสุดของผมนั่นเอง ผมรู้จักเพลงพริ้งตอนไปเที่ยวคลับของชะวินเพื่อนที่รู้จักกัน ตอนนั้นเธอเดินเข้ามายั่วยวนและให้ท่าผม ซึ่งผมก็ไม่เกี่ยงเพราะรูปร่างหน้าตาของน้องเขาก็ค่อนข้างโดนใจผมไม่น้อย
จริงๆ เพลงพริ้งก็เป็นได้แค่คู่นอนเหมือนกัน เรายุ่งเกี่ยวกันแค่เรื่องบนเตียง อาจจะมีไปเที่ยวด้วยกันนิดหน่อย แต่น้องเขาจะไม่มีสิทธิ์มาทำตัวเป็นเจ้าของผมเด็ดขาด เพราะสถานะที่ผมให้ได้ก็แค่คู่นอน...
แต่ช่วงนี้ออกจะเบื่อๆ เลยควงเพลงพริ้งนานอยู่พอสมควร เธอไม่ค่อยเรื่องมากเหมือนผู้หญิงที่ผมเคยนอนด้วย ดูอ่อนหวาน ว่าง่าย ผมก็เลยโอเคอยู่ด้วยต่ออีกหน่อย แต่ถ้าเบื่อเมื่อไรก็คงเขี่ยทิ้งเหมือนกัน
ดีน : ไงคะน้องเพลงคนสวยของพี่
เพลง : เพลงมารบกวนพี่หรือเปล่าคะ?
จริงๆ รบกวน...แต่ช่างเถอะ หยวนๆ ไป
ดีน : ไม่ค่ะ คุยได้ มีอะไรเหรอคะ?
เพลง : พอดีใกล้เที่ยงแล้ว เพลงเลยอยากชวนพี่ดีนกินข้าวน่ะค่ะ แล้วค่อยต่อด้วยของหวาน...
คำว่า 'ของหวาน' ที่เพลงพริ้งพิมพ์มาทำให้ผมยิ้มหื่นออกมาเล็กน้อย เพราะรู้ดีว่าเจ้าหล่อนหมายถึงอะไร
ดีน : ได้ค่ะ เดี๋ยวพี่ขี่รถออกไปรับนะคะ รอที่เดิม
เพลง : ค่ะ เพลงจะรอนะคะ รักพี่ดีน จุ๊บๆ
หึ ผู้หญิงก็มีแค่นี้แหละวะ หยอกนิดหยอกหน่อย ก็ง่ายกันซะหมด แต่ผมก็ชอบนะ เรื่องมากเกินไปก็ไม่ดี
"กูจะออกไปข้างนอก พวกมึงเฝ้าอู่กันดีๆ ล่ะ อย่าอู้"
ผมสั่งเสียงเข้มก่อนจะหยิบกุญแจรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจมา
"แหมมม เฮียจะออกไปกินตับเด็กเหรอคร้าบ อย่าลืมกินเผื่อพวกผมด้วยนะเฮียยย"
ได้ทีพวกไอ้เมฆก็แซวเบาๆ ผมยกยิ้มมุมปากแล้วบอกพวกมัน
"ปากดีนะพวกมึง เออ กูไปละ ดูแลอู่ด้วย"
"ครับเฮียยย"
ผมไม่อยากสนใจอะไรมากเลยรีบบึ่งรถออกไปทันที เพราะรู้ดีว่าพวกมันแค่ปากเสียไปอย่างนั้น
เหล่าลูกน้องที่เห็นเจ้านายตัวเองขี่รถออกไปจากอู่แล้ว ก็เริ่มพูดแซวนินทาเจ้านายออกมาทีละคน
"พี่เมฆ เฮียดีนนี่มีแต่คนสวยๆ หุ่นดีๆ มาจีบเนอะ ผมนี่อิจฉาว่ะพี่"
"หึ พวกมึง เฮียเขาหล่อพ่อรวยซะขนาดนั้น สาวๆ ที่ไหนก็ต้องชอบแหละ"
"อยากมีวาสนาได้มีแฟนสาวๆ สวยๆ กับเขาบ้างสักคนอ่ะพี่เมฆ"
"ฝันเหรอพวกมึง กลับบ้านไปนอนชักว่าวดีกว่านะ ฮ่าๆ"
"ไม่รู้อีกหน่อยจะมีผู้หญิงที่มากำราบเฮียของเราได้หรือเปล่านะพี่เมฆ"
เมฆได้ยินแบบนั้นก็หัวเราะออกมาแล้วพูดขึ้น
"เออ กูก็อยากเห็นเหมือนกันแหละว่าบนโลกนี้จะมีสักคนไหมที่ทำให้เฮียจ๋อยเป็นแมวได้ สาธุ!"
