ทวงรักครั้งที่ 1.1
เช้าวันอาทิตย์ที่อากาศแจ่มใสในวันหยุดของฉัน
"เมี๊ยววว"
"โอ๋ๆ ลูก หิวแล้วเหรอคะ? เพิ่งจะกินไปเองนะคะ"
ฉันก้มลงมองแมวแสนน่ารักขี้อ้อนตัวดีของฉันที่ชื่อ 'ถิงถิง' ซึ่งเดินเข้ามาถูไถแถวขาของฉันแล้วส่งเสียงร้องขออาหาร ถิงถิงเป็นแมวเปอร์เซียสีขาวที่ฉันซื้อมาเลี้ยงเอาไว้ อายุได้หนึ่งปีแล้ว มันกินเก่งมาก เรียกว่าแป๊บๆ ก็จะร้องขอกินอีก
"เมี๊ยววววว..."
"เดี๋ยวน้ำหนักขึ้นคุณหมอจะว่าเอานะคะ มื้อเย็นค่อยกินละกันนะ"
ฉันบอกยิ้มๆ แล้วลูบหัวแสนนุ่มนิ่มของถิงถิงเบาๆ ด้วยความเอ็นดู
ก๊อก ก๊อก
ขณะที่ฉันกำลังเล่นกับถิงถิงอยู่เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ฉันลุกขึ้นก่อนจะเดินไปส่องตรงช่องประตูหน้าห้องเพื่อดูว่าใครมาหาฉันแต่เช้าในวันหยุดแบบนี้ แต่พอเห็นว่าเป็นใครฉันก็ยิ้มออกมาก่อนจะเปิดประตูแล้วทักทายคนตรงหน้า
"สวัสดีค่ะ พี่ติณ มาแต่เช้าเลย"
ผู้ชายหน้าตาหล่อเหลา สูงสัก 180 ซม. ผมสีน้ำตาล ผิวสีแทน แขนล่ำมีกล้ามเป็นมัดสมกับเป็นคนที่ชอบออกกำลังกายเป็นประจำ หุ่นเขาดีจนสาวๆ เห็นยังต้องน้ำลายหกกันเป็นแถวๆ เขาชื่อ 'ติณ' เป็นคนที่อาศัยอยู่ห้องข้างบนเหนือห้องของฉันไปชั้นหนึ่ง เราสองคนรู้จักกันมานานตามประสาคนที่อาศัยอยู่คอนโดเดียวกัน
"สวัสดีจ้ะแก้ว พี่มารบกวนเวลาของเราหรือเปล่า"
"ไม่หรอกค่ะ แก้วยังไม่ได้ทำอะไร มีอะไรให้แก้วช่วยหรือเปล่าคะ"
เพราะปกติพี่ติณจะไม่ค่อยมาหาฉันตอนเช้าหรอก พวกเรามักจะทักทายกันที่ข้างล่างคอนโดซะมากกว่า เพราะต่างคนก็ทำงานคนละเวลา การเจอกันเลยแทบจะน้อยมาก มีแต่วันหยุดแหละที่จะเจอพี่เขาแบบนี้
"รู้ทันตลอดเลยนะ"
พี่ติณหัวเราะแล้วเอื้อมมือมาขยี้หัวฉันด้วยความเอ็นดูจนเส้นผมฉันกระเซิงเล็กน้อย ฉันแก้มป่องใส่ก่อนจะจัดการทรงผมตัวเองซะใหม่
"แล้วตกลงยังไงคะ แอบทะเลาะอะไรกับพี่มิวมาอีกแล้วเหรอ"
ฉันเป็นคนที่พูดตรงไม่ค่อยอ้อมค้อม ถามตรงๆ ดีกว่า แฟร์ๆ ดี
"รู้ดีไปแล้วนะแก้ว เป็นแม่หมอกลับชาติมาเกิดเหรอ"
พี่ติณพูดขำๆ แล้วเอานิ้วมาจิ้มหน้าผากฉันเบาๆ
'พี่มิว' เป็นภรรยาของพี่ติณ แต่ถ้าว่าตามจริง พี่มิวกับพี่ติณยังไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันหรอกนะ แต่อยู่กินกันขนาดนี้ก็น่าจะเรียกสามีภรรยาได้แล้วแหละ มีแต่พี่มิวคนเดียวแหละที่ยังไม่รีบร้อนจะแต่งงาน ส่วนพี่ติณนี่พร้อมจะแต่งอยู่ตลอดเวลา พี่มิวเป็นคนสวย และใจดีมากๆ เป็นพี่สาวที่ใจดีสำหรับฉันเลยแหละ พี่เขารักและเอ็นดูฉันเหมือนน้องสาวตัวเองเลย
แต่คู่ของพวกพี่เขาก็มีข้อเสียอยู่ข้อหนึ่งคือชอบทะเลาะกันบ่อยมาก แถมยังชอบทะเลาะแต่เรื่องไม่เป็นเรื่องอีกต่างหาก ดีกันได้ไม่ทันไรหรอก สามวันก็ทะเลาะกันแล้ว บางเรื่องเป็นเรื่องเล็กสำหรับพี่ติณ แต่สำหรับพี่มิวมันไม่ใช่เลย มันใหญ่โตจนทะเลาะกันบ้านแทบแตกได้
ตอนฉันมาอาศัยอยู่ใหม่ๆ นี่คือลำบากมาก เพราะว่าห้องพวกเขาอยู่ข้างบน ฉันที่อยู่ด้านล่างเลยได้ยินพวกเขาทะเลาะกันชัดเจน บอกเลย เสียงหม้อ ไห กะละมังนี่มาหมด ฉันนี่หนวกหูมากแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอนจนนึกว่าจะต้องย้ายออกละ แต่คนเช่าคนอื่นๆ ในคอนโดกลับไม่มีปัญหา พวกเขาบอกว่าเป็นเรื่องปกติของคู่นี้อยู่แล้ว
แสดงว่าตอนนั้นมีแค่ฉันสินะที่มีปัญหาอ่ะ...
"นอกจากเรื่องพี่มิวแล้วคงไม่มีเรื่องอื่นที่ทำให้พี่ติณลุกลี้ลุกลนได้ขนาดนี้หรอกค่ะ แล้วตกลงมีเรื่องอะไรล่ะคะ"
เพราะเมื่อวานเหมือนฉันจะได้ยินเสียงทะเลาะกันของพวกพี่เขาอยู่นะ
"ไข่เจียว..."
"ห๊ะ?"
พี่ติณเกาคอหลังจากบอกสาเหตุของต้นเรื่องการทะเลาะออกมา ซึ่งฉันก็ทำหน้างงเป็นไก่ตาแตกแป๊บ
"ไข่เจียวเหรอคะ?"
"ใช่ ไข่เจียว"
เดี๋ยวนะ! ไข่เจียวมันทำให้คนทะเลาะกันได้ด้วยเหรอ!!
"ก็ไม่มีอะไรมากหรอก คือ เมื่อวานมิวก็ทำข้าวให้พี่กินเหมือนทุกวันแหละ แต่บังเอิญเขาอยากทำไข่เจียว แต่พี่น่ะอยากกินไข่ดาว ทีนี้เลยทะเลาะกันน่ะสิ พี่น่ะพยายามพูดด้วยดีๆ แล้วนะ แต่มิวไม่ยอมฟังพี่เลยน่ะสิ ไปๆ มาๆ มิวก็โกรธพี่เฉยเลย..."
พี่ติณเล่าสถานการณ์ทะเลาะของเมื่อวานคร่าวๆ ให้ฉันฟังพลางทำหน้าครุ่นคิดว่าตัวเองทำอะไรผิดนักหนาพี่มิวถึงได้โกรธพี่เขาขนาดนี้
อือ หัวข้อการทะเลาะของทั้งคู่ยังแปลกเหมือนเคย คราวที่แล้วอะไรนะ แย่งเก้าอี้กันว่าใครจะนั่งตรงริมหน้าต่าง แล้วก่อนหน้านั้นอะไรนะ คนหนึ่งอยากกินชาบู ส่วนอีกคนอยากกินหมูกะทะ ผัวเมียคู่นี้ไม่มีความพอดีเอาซะเลยแฮะ...
"แล้วพี่ได้ขอโทษพี่มิวหรือยังคะ?"
"ขอโทษแล้ว แต่มิวไม่ยอมหายโกรธเนี่ยสิ"
พี่ติณบอกแล้วบ่นอุบอิบเบาๆ จนฉันเห็นแล้วยังอดขำไม่ได้ ทีเวลาทะเลาะล่ะเสียงแข็ง แต่พอถึงเวลาง้อเมียตัวเองกลับเสียงอ่อนเสียงหวานเป็นลูกแมวตัวเล็กๆ เลยนะ
"เลยจะมาขอร้องให้แก้วไปช่วยพูดกล่อมให้พี่มิวยกโทษให้พี่ใช่ไหมคะ"
"อือออ ก็ตามนั่นแหละจ้ะ ก็เขาใจอ่อนกับเราคนเดียว นี่ขนาดพี่เป็นผัวนะยังไม่สนใจพี่เท่าสนใจเราเลย ช่วยพี่หน่อยนะ"
"ค่ะๆ นี่พี่เป็นผู้ชายแบบไหนคะ ถึงได้ให้น้องที่รู้จักไปง้อเมียแทนตัวเองอ่ะ"
ฉันบอกเป็นเชิงกระทบพี่ติณเบาๆ ก่อนจะล็อกประตูห้องตัวเองแล้วเดินขึ้นบันไดไปยังห้องของพวกพี่เขา โดยมีพี่ติณเดินตามหลังมาติดๆ ไม่ห่าง แต่ทันทีที่ฉันเปิดประตูห้องเข้าไปก็ถึงกับอ้าปากค้าง
นี่มันห้องนอนหรือสนามรบวะเนี่ย? คุณพระช่วย อะไรมันจะเละเทะได้ขนาดนี้ นี่ฉันนึกว่าโจรขึ้นบ้านเลยนะ แน่ใจนะว่าแค่ทะเลาะมีปากมีเสียงกันเฉยๆ อ่ะ ไม่เหลือเค้าโครงสภาพห้องเดิมเลยด้วยซ้ำไป
ฉันพยายามเดินอย่างระมัดระวังเพื่อที่จะได้ไม่เดินไปเหยียบซากของที่ตกแตกกระจัดกระจายอยู่กับพื้น ให้เดานะ เมื่อคืนพี่มิวคงโมโหมากๆ แน่ ถึงได้อาละวาดจนข้าวของเสียหายขนาดนี้
ไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อว่าต้นเหตุที่บ้านเละคือ 'ไข่เจียว' เป็นเหตุ...
"เดินระวังๆ หน่อยนะแก้ว เมื่อคืนพวกพี่ทะเลาะกันหนักไปหน่อย ก็อย่างที่แก้วเห็นแหละ ดูสิ แขนพี่ยังมีรอยเล็บของมิวอยู่เลยเนี่ย..."
พี่ติณว่าถึงวีรกรรมการทะเลาะแล้วยังดึงแขนเสื้อโชว์ให้ดูซึ่งมันก็มีรอยเล็บอยู่จริงๆ ประมาณสี่ห้ารอย
ไม่หน่อยแล้วโว้ยให้คุณพี่ติณ!!!
