Chapter 16 อาการทรุดลง
Chapter 16
อาการทรุดลง
ณ โรงพยาบาล
“อาการของคุณซีเวียทรุดลงอย่างเห็นได้ชัดซึ่งเปอร์เซ็นต์ที่จะรอดชีวิตมีอยู่แค่เพียง 20%”
หมอเจ้าของไข้ซีเวียและไบรอันเรียกให้บริกซ์ตั้นมาพบในวันนี้เพราะอยากจะแจ้งอาการของทั้งคู่ให้ทราบ ซีเวียอาการทรุดลงอย่างเห็นได้ชัดส่วนไบรอันก็ทรงๆทรุดๆอยู่นาน
“แล้วน้องชายผมล่ะครับ...ไบรอันมีเปอร์เซ็นต์รอดกี่เปอร์เซ็นต์”
จะว่ามาเฟียอย่างเขามันไร้หัวใจก็คงได้เพราะเขาไม่ได้สนใจชีวิตของซีเวียสักเท่าไหร่ สิ่งที่บริกซ์ตั้นสนใจที่สุดก็คือชีวิตของน้องชายแท้ๆอย่างไบรอัน
“คุณไบรอันอาการยังคงตัวอยู่ แต่ก็ต้องเฝ้าดูอย่างใกล้ชิดเพราะหากมีอะไรผิดพลาดไปก็พร้อมที่จะไปได้ทุกเมื่อ”
ได้ยินอาการว่าเป็นแบบนั้นบริกซ์ตั้นก็ถึงกับเงียบพร้อมกับทำสีหน้าเคร่งเครียดโดยข้างกายเขาก็มีลูกน้องคู่ใจอย่างเจมส์ยืนอยู่ด้วยเช่นกัน
“พร้อมจะไปได้ทุกเมื่อนี่คือ...”
เจมส์ทำท่าจะถามหมอเพื่อให้ได้คำตอบที่ชัดเจน
“พร้อมที่จะไปได้ทุกเมื่อก็คือตายได้ทุกเมื่อครับถ้าหากมีอาการแทรกซ้อนฉุกเฉิน”
เมื่อดูท่าจะฟังไม่เข้าใจหมอจึงพูดออกมาตามตรงให้ญาติคนไข้ได้เตรียมใจ ยิ่งชัดเจนแบบนี้ยริกซ์ตั้นก็ยิ่งรู้สึกเหมือนมีมีดมากรีดแทงกลางใจ
ดูแลน้องให้ดีที่สุดเท่าที่พี่ชายคนหนึ่งจะดูแลได้ สัญญากับแม่นะลูกบริกซ์ตั้น
นี่คือประโยคฝากฝังจากผู้เป็นแม่ก่อนที่จะตายลงอย่างสงบด้วยโรคมะเร็ง เขาได้แต่หลับตาแล้วถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อนและเหนื่อยล้าเต็มที
เมื่อคืนเขาจัดการกับเพียงฟ้าอย่างสาสม เหมือนเป็นการระบายความแค้นลงที่ร่างกายของเธอแต่ยิ่งมาวันนี้เห็นไบรอันอาการไม่มีทีท่าจะดีขึ้นก็ยิ่งทำให้บริกซ์ตั้นรู้สึกเกลียดขี้หน้าผู้หญิงคนนั้นขึ้นเป็นทวีคูณ
หากเพียงฟ้าไม่ทิ้งไบรอันให้อยู่ตรงนั้นคนเดียวน้องชายก็อาจจะรอดชีวิตก็ได้ หากไม่มีเพียงฟ้าเป็นแฟนทั้งคู่ก็คงไม่ไปทานดินเนอร์กันที่โรงแรมนั้นและไบรอันก็คงจะไม่ต้องกลายเป็นแบบนี้
ขอโทษนะครับแม่ที่ผมดูแลน้องอย่างที่ให้คำสัญญาไว้ไม่ได้ แต่ผมจะพยายามดูแลไบรอันให้ดีที่สุดต่อจากนี้ไป
เขาได้แต่คิดโทษตัวเองและพร่ำบอกกับแม่อยู่ในใจว่าต่อแต่นี้ไปเขาจะดูแลไบรอันให้ดีที่สุดไม่ให้คลาดสายตา
“หมอครับ...ช่วยน้องผมยังสุดความสามารถที หากไบรอันรอดและฟื้นขึ้นมาได้ผมรับรองจะตกรางวัลให้คุณอย่างหนัก”
ได้ยินแบบนั้นหมอเจ้าของไข้ก็รู้สึกหนักใจ มันไม่ใช่ว่าไม่อยากรักษาให้คนไข้หายแต่ไม่สามารถทำอะไรได้ต่างหาก ได้แค่รอเวลาให้ร่างกายคนป่วยฟื้นฟูตัวเองและมีหน้าที่ดูแลไปตามอาการเท่านั้น
“ผมจะพยายามดูแลอย่างสุดความสามารถครับคุณบริกซ์ตั้น”
ทำได้เพียงแค่รับปากจะดูแลให้ดีที่สุด แต่ไอ้คำว่าดูแลที่สุดไม่ได้หมายถึงว่าจะช่วยให้หายได้ขึ้นมาภายในสองวันเจ็ดวันซึ่งบริกซ์ตั้นก็เข้าใจดีมันคงไม่หายได้ในทันทีหรอก
“จะไปไหนต่อครับนาย”
ทั้งสองคนพากันเดินออกมาจากโรงพยาบาล เจมส์ผู้เป็นลูกน้องได้เอ่ยถามขึ้นที่จริงแพลนวันนี้คือจะต้องเข้าบริษัทไปเซ็นต์สัญญาเกี่ยวกับการค้าล็อตใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นแต่ก็โดนทางโรงพยาบาลโทรเรียกตัวซะก่อน
“ไปบริษัท...และเย็นนี้ไปส่งที่เพนท์เฮาส์ด้วย”
ดูเหมือนว่าบริกซ์ตั้นจะมีเรื่องต้องกลับไปสะสางที่เพนท์เฮาส์สุดหรูซึ่งมีเพียงฟ้าสาวไทยตัวเล็กอาศัยอยู่ที่นั่น
ณ เพนท์เเฮ้าส์สุดหรูของบริกซ์ตั้น
เพียงฟ้าตื่นมาก็ไม่เจอร่างใหญ่ที่ควรจะนอนอยู่ข้างกายแล้วคาดว่าเขาคงออกไปทำงานตั้งแต่เช้า จากที่เมื่อวานตอนแรกยังดูจะต้องการเธอแต่พอได้ร่างกายนุ่มนิ่มนี้ไปไว้ครอบครองกับไร้ค่า ผลักไสและใจร้ายเหมือนเดิม
ตั้งแต่เกิดมาเพียงฟ้าไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้เลยเพราะเธอเกิดมาในครอบครัวที่ค่อนข้างมีเงินเรียกได้ว่าเป็นระดับมหาเศรษฐีและค่อนข้างตามใจลูกสาวเพียงคนเดียว
“คนบ้า...ใจร้ายที่สุด ใจร้ายมากๆ”
เพียงฟ้าที่กว่าจะตื่นตอนนี้ก็เป็นเวลาสิบโมงแล้วเธอนั่งอยู่บนเตียงแล้วมองไปยังพื้นที่ว่างเปล่าด้านข้างกายที่ไร้ซึ่งร่างกายกำยำที่จัดการเผด็จศึกเธอเมื่อคืนนี้
พอได้ก็เบื่อ คิดจะไปก็ไปไม่บอกไม่กล่าวกันสักคำ
เธอรู้สึกโกรธเล็กน้อยที่บริกซ์ตั้นออกไปทำงานโดยไม่ปลุกบอกเธอเลยสักนิด เดาได้เลยว่าเดี๋ยววันนี้กลับมาก็คงจะมาอารมณ์ร้ายใส่เธออีก
“สักวันนะ...ถ้าคุณรู้ว่าฉันไม่ใช่แฟนไบรอันคุณจะต้องเสียใจ ไอ้มาเฟียใจร้าย”
ได้แต่สบถด่าอยู่กับตัวเองแต่สักพักหญิงสาวก็ลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัว
“จอห์น เจเรมี่ ไมเคิล พวกนายเข้ามามานี่หน่อยสิ”
เธอตะโกนออกไปที่หน้าประตูเพราะรู้ว่าทั้งสามหนุ่มเฝ้าอยู่อย่างแน่นอนและมันก็เป็นจริงเพราะเมื่อเรียกปุ๊บทั้งสามก็เข้ามาปั๊บ
ชายร่างใหญ่หน้าฝรั่งในชุดสูทสีดำราวกับฝาแฝดทั้งสามคนยืนเรียงหน้ากระดานเข้ามาภายในห้อง
“มีอะไรให้รับใช้เหรอครับคุณฟ้า”
เจเรมี่เอ่ยออกมาเป็นตัวแทนของทั้งสามคน
“คุณบริกซ์ยังตามใจให้ฉันไปไหนมาไหนอยู่ไหม มีที่ที่อยากไปน่ะ”
“เมื่อวานยังไม่เข็ดอีกเหรอครับคุณฟ้า...คุณเกือบจะเอาตัวไม่รอดอยู่แล้ว”
จอห์นพูดขึ้นมาบ้างเพราะเห็นว่าสถานการณ์ยังไม่น่าไว้วางใจในช่วงนี้
“ที่ฉันจะไม่รอดก็เพราะมีบอดี้การ์ดขี้ขลาดตาขาวแบบพวกนายนั่นแหละ ไม่รู้ไปอบรมสถาบันไหนมาถึงไม่ได้เรื่องขนาดนี้”
สามหนุ่มได้แต่กัดฟันกรอดด้วยความหงุดหงิดใจที่โดนหญิงสาวตัวเล็กพูดจาดูถูกถากถางขนาดนี้
“นี่ ให้มันน้อยๆนะคุณฟ้าพวกผมน่ะอบรมหลักสูตรขั้นสูงสุดเชียวนะก่อนจะได้มาเป็นบอดี้การ์ดของมาเฟียทรงอิทธิพลอย่างนาย”
จอห์นตอบไปแบบนั้น
“พวกนายมันก็กากพอๆกับเจ้านายของพวกนายนั่นแหละ ไม่ได้เรื่องสักอย่าง”
หญิงสาวกอดอกแล้วเชิดหน้าขึ้นพรางนึกไปถึงหน้าตาของบริกซ์ตั้นก็รู้สึกโมโหขึ้นมาอยู่รำไร
“สาบานได้เลยว่าถ้านายได้ยินที่คุณพูดตอนนี้กระบอกปืนสั้นน่าจะได้ตบหน้าคุณจนเลือดกลบปากแล้วนะครับคุณฟ้า”
ไมเคิลพูดขึ้นซึ่งแน่นอนว่ามันทำให้เพียงฟ้าถึงกับสะดุ้งแล้วรีบหันมามองหน้าไมเคิลในทันที
“นายพูดจริงเหรอไมเคิล นี่คุณบริกซ์ป่าเถื่อนขนาดนั้นเชียวเหรอกับผู้หญิง”
ก็พอจะรู้อยู่ว่าเขาร้ายแล้วก็ร้ายกับเธอมากแต่ก็ไม่คิดว่าจะกล้าทำจริงๆ
“ถึงนายใจดีกับคุณยังไง คุณก็อย่าลืมว่านายเป็นถึงมาเฟียต้องคุมลูกน้องมากมาย ถึงบทจะต้องฆ่ามันก็ต้องฆ่า แต่บทใจดีก็ใจดีอย่างน่าใจหาย”
นั่นสินะ...บางทีเธอก็แทบลืมไปเลยว่าเขาเป็นมาเฟียร้าย การที่บริกซ์ตั้นใจดีกับเธอขนาดนี้มันก็ดูน่าใจหายจริงๆ
“แต่หากสักวันคุณหมดผลประโยชน์กับนาย...เกมมันก็อาจจะพลิก”
“...”
เจเรมี่พูดออกมาแบบนั้นทำเอาเพียงฟ้าถึงกับเงียบ
“ถ้าหากวันนั้นมาถึงจริง พวกนายที่เคยคอยดูแลฉันก็คงกลายเป็นเอาปืนมาจ่อหัวแทนสินะ”
เพียงฟ้าเอ่ยถามออกไปเสียงสั่น ความน่าหวาดกลัวและความหวิวในใจยังคงประเดประดังเข้ามาอยู่ไม่หยุด
“ก็ถ้าหากว่ามันเป็นคำสั่งจากนาย พวกผมก็คงต้องทำ”
จอห์นตอบออกมาแบบนั้นถึงแม้ว่ามันจะทำใจยากเพราะก็มีความผูกพันราวกับว่าเป็นเพื่อนกัน ถึงแม้จะอยู่ด้วยกันไม่นานแต่อารมณ์ของทั้งสามคนก็เหมือนได้เพียงฟ้ามาเป็นเพื่อนในกลุ่มร่วมด้วย
“พวกนาย...ไร้หัวใจกันจริงๆ”
“...”
ทั้งสามหนุ่มเงียบไม่ตอบเพราะเฟียงฟ้าก็พูดถูก พวกเขามันไม่มีหัวใจหรอกเพราะถ้าหากมีหัวใจคงจะทำงานตรงนี้ไม่ได้
ไร้หัวใจตั้งแต่ลูกน้องยันเจ้านาย
“แล้วที่เรียกพวกผมเข้ามาวันนี้คุณฟ้าอยากจะไปไหน เดี๋ยวผมจะได้แจ้งนาย”
“ฉันอยากจะไปที่ห้างนี้...มีงานอีเวนท์กับงานเปิดตัวแบรนด์เครื่องสำอาง”
ตั้งแต่มาอยู่ที่อเมริกาเพียงฟ้าก็ติดตามอินฟลูเอ็นเซอร์หญิงท่านหนึ่งที่ค่อยๆไต่ผู้ติดตามจนโด่งดัง เพียงฟ้าเป็นผู้ติดตามรายแรกๆเพราะรู้สึกถูกใจไลฟ์สไตล์และการแต่งหน้าแต่งตัวของเธอคนนี้ลูก้า
“จะพาไปมันก็ได้อยู่หรอก แต่เดี๋ยวคุณต้องลองถามนายดูก่อนว่าจะให้คุณไปได้ไหม”
เจเรมี่ตอบแบบนั้นก่อนจะติดต่อไปยังเจมส์ซึ่งเป็นลูกน้องคนสนิทของบริกซ์ตั้นอีกที
ณ ห้องทำงานของบริกซ์ตั้น
“นายครับ เจเรมี่ติดต่อมาบอกว่าคุณฟ้าอยากจะไปเดินห้าง”
“ไม่อนุญาต”
บริกซ์ตั้นตอบแบบนั้นเพราะจำได้ว่าเมื่อวานเธอเจอเหตุการณ์ที่รุนแรงและกระทบกับจิตใจพอสมควร
ไม่เข็ดบ้างหรือไงนะผู้หญิงคนนี้ ได้แต่คิดในใจ
เขาจะไม่ยอมปล่อยให้เพียงฟ้าต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายอีกอย่างเด็ดขาด
ทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจจะจริงจังอะไรกับผู้หญิงคนนี้ซ้ำร้ายเธอยังเป็นคนที่เขาเกลียดเพราะเป็นแฟนเก่าของน้องชายตัวเองที่ปล่อยให้น้องตัวเองโดนยิงจมกองเลือด
แต่ก็ไม่รู้ทำไม...ใจมันถึงไม่อยากให้เธออยู่ห่างไกล ไม่อยากให้เพียงฟ้ากลับไทยและไม่อยากให้เธอต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายอีก
ในเมื่อปกป้องเธอไม่ได้ทุกสถานการณ์...งั้นก็ห้ามเลยแล้วกัน ห้ามออกไปไหนให้อยู่แต่ในเพนท์เฮาส์สุดหรูนั้น
ทางด้านของเพียงฟ้า
“อะไรนะ...ทำไมจะไม่ได้ ฉันอยากออกไปข้างนอก”
ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ลูก้าได้รับไปงานอีเวนท์เพื่อทักทายแฟนคลับและเพียงฟ้าที่เป็นแฟนคลับมานานตั้งแต่เรียนปีหนึ่งเรียกได้ว่าเป็นแฟนคลับมาเกือบสี่ปีแล้วนี่เป็นครั้งแรกที่จะได้เจอ ไม่รู้ว่าอีกเมื่อไหร่ที่ลูก้าจะมาเปิดอีเวนท์แบบนี้อีก
“เป็นคำสั่งของนายครับ”
“ก็ได้! ไม่ไปห้าง แต่ฉันจะไปที่ทำงานของคุณบริกซ์ตั้นแทน!!”
