ตอนที่ 3 จะไม่ยอมมาให้เห็นหน้าอีก
หลายวันต่อมา
@บ้านเจ้าสัวเคน
หลังจากกลับจากบริษัท ใยไหมเดินเข้ามาในบ้านพร้อมกับภาคิณผู้เป็นสามี พอเห็นว่าลูกสาวนอนหนุนตักหัวเราะคิกคักดูการ์ตูนกับผู้เป็นปู่อยู่จึงเอ่ยถามสิงห์ ที่เดินผ่านมาพอดี
"ทำไมวันนี้มาได้ล่ะคะ"
"คุณท่านโทรไปง้อครับ"
"รถข้างนอกล่ะคะ"
"ของขวัญแทนคำขอโทษครับ"
"รถเต็มบ้านแล้วนะคะ"
"ทำไงได้ล่ะครับ ขยันทำให้โกรธ" สิงห์หัวเราะขึ้นเบาๆ นึกเอ็นดูผู้เป็นเจ้านาย ที่เป็นห่วงหลานสาวจนต้องส่งคนไปคอยตามดู พอหลานรักจับได้และงอนใส่ เจ้าสัวเคนก็จะง้อด้วยการซื้อรถหรูให้เพราะรู้ว่าเธอชอบ แต่เห็นทีถ้ามีครั้งหน้า ต่อให้รถแพงแค่ไหนก็คงช่วยไม่ได้แล้ว
"ครั้งนี้ขู่ว่าอะไรคะ" ใยไหมเอ่ยยิ้มๆ นึกเอ็นดูคุณพ่อสามี ที่พ่ายแพ้ต่อคำขู่ของหลานรักตลอด
"จะไม่ยอมมาให้เห็นหน้าอีกครับ"
"อู้ว...รอบนี้ขู่แรงแฮะ" เธอว่าและเดินเข้าไปหาลูกสาวที่ห้องรับแขก
"คุณแม่กับคุณพ่อมาแล้ว" เมื่อเห็นว่าใครกำลังเดินเข้ามา แพรไหมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงดีใจและลุกขึ้นนั่ง
"ได้ของอีกแล้วนะตัวแสบ" ภาคิณพูดขึ้น ขณะนั่งลงที่โซฟาตัวยาวกับภรรยา
"คุณปู่บอกว่า จะไม่ทำอีกค่ะ" แพรไหมลุกขึ้นเดินไปนั่งตรงกลางระหว่างพ่อกับแม่ของเธอ
"ให้คนของคุณปู่คอยดูแลมันจะเป็นอะไร น้องแพรเป็นผู้หญิง ไปไหนมาไหนคนเดียวมันอันตราย" ภาคิณพูดขึ้นด้วยความเป็นห่วง ถึงจะรู้ว่าลูกโตแล้ว แต่ความเป็นพ่อแม่ก็ยังเห็นลูกเป็นเด็กอยู่ดี แค่ขอออกไปอยู่คอนโดคนเดียวก็เป็นห่วงมากแล้ว ถ้าต้องไปไหนดึกๆคนเดียวแล้วเกิดอันตรายขึ้นมาพ่อแม่คนไหนจะทำใจได้
"ก็ไหนตกลงกันแล้ว ว่าถ้าอายุยี่สิบจะเลิกตาม แต่นี่แพรอายุยี่สิบเอ็ดแล้วนะคะ โตแล้วอยากลองใช้ชีวิตของตัวเองดูบ้าง ทำไมคุณพ่อกับคุณปู่ถึงไม่เข้าใจแพรบ้างเลย" เธอเอ่ยออกมายืดยาวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ตีสีหน้าเศร้าสลดทำตัวน่าสงสาร
"ปู่ยอมแล้วไง อย่าร้องไห้อีกนะ ปู่ไม่ชอบ" เจ้าสัวเคนเอ่ยเสียงอ่อน เมื่อเห็นดวงตาแดงก่ำของหลานสาว
"พ่อยังไม่ได้ว่าอะไรเลย แค่บอกเหตุผล ทุกคนเป็นห่วงน้องแพร เข้าใจรึเปล่า" ภาคิณเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ยกมือลูบศีรษะเล็กของลูกสาวเบาๆ
"เข้าใจค่ะ" แพรไหมสวมกอดผู้เป็นพ่อ ทำผู้เป็นแม่ที่นั่งอยู่ข้างๆถึงกับส่ายหน้า ปากเธอก็พูดว่าตัวเองโตแล้ว แต่ก็ยังติดอ้อนเป็นเด็กๆอยู่
"เลิกดราม่าแล้วไปกินข้าวกันไหมค่ะ" ใยไหมเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นว่าลูกสาวเล่นบทดราม่านานเกินไปแล้ว
"น้องหนูแพรไปกับปู่" เจ้าสัวเคนลุกขึ้น และยื่นมือไปหาหลานสาว เธอเห็นแบบนั้นจึงคลายกอดออกจากผู้เป็นพ่อ ยื่นมือไปหาปู่ และประคองท่านเดินไปที่โต๊ะอาหาร
"พี่กร เจ้าดื้อยังไม่กลับเหรอคะ" ใยไหมถามหาลูกชาย ที่คาดว่าน่าจะยังไม่กลับจากโรงเรียน
"โทรมาบอกว่าขอเตะบอลกับเพื่อนครับ ให้ผมไปรับตอนหนึ่งทุ่ม"
"ไหมฝากด้วยนะคะ ถ้ายังดื้อไม่ยอมกลับพี่กรจัดการบ่นให้หูชาได้เลย"
"ครับผม" กรรับคำแล้วเดินออกไปเตรียมรถ ใยไหมจึงเดินนำผู้เป็นสามีเข้าไปที่โต๊ะอาหาร
วันต่อมา
"รถใหม่อีกแล้วนะหล่อน" ซันเดย์เอ่ยแซวเมื่อเห็นเพื่อนรักเดินลงมาจากรถคันหรู
"ทำยังไงได้ ขยันทำให้โกรธ พอจะง้อก็ซื้อแต่รถให้"
จริงๆแพรไหมไม่ได้ต้องการสิ่งของจากผู้เป็นปู่ เธอแค่อยากมีชีวิตที่อิสระ เลยแกล้งดราม่าใส่ พอเป็นแบบนั้น ท่านก็จะรีบง้อ พอไม่รู้จะง้อด้วยวิธีไหน จึงต้องซื้อของแพงๆอย่างรถสปอร์ตคันหรูให้ตลอด เพราะคงคิดว่า ถ้ายิ่งแพงเธอก็จะยิ่งหายโกรธเร็วขึ้น
"รอบนี้ขู่ว่าไง" ซันเดย์เอ่ยถาม ขณะที่ทั้งสองพากันเดินตรงไปที่ตึกเรียน
"จะไม่ไปเจอหน้าอีก"
"รีบสั่งยกเลิกติดตามเลยสิ"
"อือ" เธอเข้าใจดีว่าทุกคนเป็นห่วง แต่เธอก็เป็นวัยรุ่นธรรมดาทั่วไปคนหนึ่ง ที่อยากมีชีวิตอิสระเหมือนคนอื่นๆบ้าง เธอไม่อยากทำตัวเหมือนติดคุก ที่มองไปทางไหนก็เห็นแต่คนของที่บ้านเดินตาม
"เออ หลังจากคืนนั้น คุณรอนมีติดต่อแกมาอีกปะ"
ที่ซันเดย์ถามแบบนี้เพราะคืนนั้นหลังจากที่เซฟลงมาส่งเธอถึงที่โต๊ะ พอคล้อยหลัง ซันเดย์ก็ยิงคำถามใส่ทันที นั่นทำให้เธอจำเป็นต้องเล่าเรื่องทั้งหมดให้เพื่อนฟัง มิหนำซ้ำ ซันเดย์ยังกรีดร้องยกใหญ่ที่เธอได้เห็นหน้าพ่อหนุ่มหล่อมาเฟียนั่นแล้ว
"ไม่นะ เขาคงเช็คแล้วว่าฉันไม่ได้ทำอย่างที่ถูกกล่าวหา เลยไม่ได้มาวุ่นวายอะไร"
"เสียดายจัง" น้ำเสียงตัดพ้อที่เปล่งออกมาทำแพรไหมขมวดคิ้วยุ่ง ไม่เข้าใจว่าเพื่อนเสียดายอะไร
"เสียดายอะไร"
"คิดว่าเพื่อนจะได้ผัวเป็นมาเฟีย"
"ไม่เอาด้วยหรอก วันไหนบ้าขึ้นมาเอาปืนมายิงหัวฉันตาย ครอบครัวฉันจะทำยังไง"
"เขาแกล้งแกเล่นรึเปล่าหญิง"
"ปืนจริงนะซัน ไม่ใช่ปืนฉีดน้ำ"
"อี๋เดี๋ยวตบ บอกว่าอย่าเรียกชื่อเก่า" ซันเดย์ยกฝ่ามือขึ้น นั่นทำให้แพรไหมแลบลิ้นใส่และรีบวิ่งเข้าไปในห้องเรียน ซันเดย์เห็นแบบนั้นจึงรีบวิ่งตามไป ขณะที่วิ่ง มือก็ยังยกขึ้นพร้อมตบตลอดทาง
หลังเลิกเรียน
"ไหนบอกว่าคุณปู่ให้คนเลิกตามแล้วไง" ซันเดย์มองรถตู้คันหรูที่เธอเห็นเป็นประจำจอดอยู่ที่เดิม จึงเอ่ยถาม
"ไม่ใช่รถที่บ้านนะ" แพรไหมมองตามสายตาของซันเดย์ไป พอเห็นว่าไม่ใช่รถของที่บ้านจึงไม่คิดสนใจ
"อ้าวเหรอ"
"รถคนอื่นมั้ง อย่าไปสนใจ ไปกินไอติมกันเถอะ"
"กินทุกวันไม่เบื่อรึไง แก้มออกจนเป็นหมูแล้วนะ"
"น่ารักใช่ไหม" แพรไหมยกมือขึ้นสองข้างวางไว้ใต้คาง และกระพริบตาปริบๆใส่ซันเดย์
"น่ารักกับผี"
อึก!
"โอ้ย!" แพรไหมทุบลงที่หลังของซันเดย์อย่างไม่แรงนัก แต่เสียงที่เพื่อนเปล่งออกมานั้น มันช่างแมนเหลือเกิน
"อุ้ย! ผู้ชายเหรอเนี้ย" เธอแกล้งพูดเย้าแหย่ ทำให้ซันเดย์มองค้อนใส่
"ฝากไว้ก่อนย่ะ ทำคนสวยเจ็บ คนสวยต้องเอาคืน"
"ขอโทษครับ" ขณะที่แพรไหมกับซันเดย์หยอกล้อกันอยู่นั้น เสียงใครคนหนึ่งดังขึ้นที่ด้านหลัง
"คะ"
"นายให้มาเชิญคุณแพรไหมไปพบครับ"
"นายไหนคะ"
"คุณรอนครับ"
"รอนไหนคะ ไม่รู้จักค่ะ" แพรไหมคว้าข้อมือของซันเดย์เดินหนี เขาหายไปตั้งแต่วันที่ให้เธอเซ็นกระดาษเปล่า และอยู่ๆวันนี้ให้คนมาพาตัวเธอไปพบ มันต้องมีอะไรแน่ หากหนีได้เธอก็อยากหนีให้พ้นๆก่อน
"ไปกับเราดีๆเถอะนะครับ" ชายคนนั้นเดินขึ้นหน้ามาขวาง และพอหันไปมองทางด้านหลังมีชายฉกรรจ์ลงจากรถตู้คันหรูอีกสามคน วิ่งเข้ามาล้อมเธอกับซันเดย์ไว้
"เชิญครับ" หนึ่งในชายฉกรรจ์คนหนึ่งผายมือให้เธอเดินไปที่รถ แพรไหมไม่รู้ว่าต้องหนีด้วยวิธีไหนเธอจึงยอมไปอย่างว่าง่าย
"เดี๋ยวครับ"
"อะไร" ซันเดย์เอ่ยถาม เมื่อชายคนหนึ่งเดินขึ้นมาขวาง
"แค่คุณผู้หญิงคนเดียวครับ"
คำพูดของหนึ่งในชายฉกรรจ์ทำให้แพรไหมปล่อยมือซันเดย์ เพราะกลัวเพื่อนจะเป็นอันตรายหากขัดคำสั่งของผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นถึงมาเฟียแต่รังแกผู้หญิงตัวเล็กๆอย่างเธอ
"แกกลับเถอะ ไว้วันหลังไปกินไอติมกัน"
"ไม่เอา ฉันไปด้วย" ซันเดย์มีสีหน้าเป็นกังวล เมื่อเห็นว่าเพื่อนต้องนั่งรถไปกับชายฉกรรจ์ถึงสี่คน
"ไม่ต้องห่วง ถ้าเขาคิดจะฆ่าฉันคงฆ่าไปตั้งแต่วันนั้นแล้ว แกกลับไปเถอะ แล้วจะโทรรายงานข่าวนะ" เธอว่าและหันหลังเดินไปยังรถตู้คันหรู หากรู้ว่าจะเป็นแบบนี้ เธอไม่มีทางบอกให้คุณปู่ยกเลิกคนติดตามอย่างแน่นอน
