บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 2 เฝ้าระวัง

แพรไหมเดินตามชายรูปร่างดีออกมาจากลิฟท์ เธอกวาดสายตาไปรอบๆบริเวณ เพื่อดูว่าชั้นนี้ออกแบบมาเพื่อใช้ทำอะไร และดูเหมือนว่าจะคล้ายกับห้องพักในโรงแรมหรู

"ถามอะไรหน่อยได้ไหมคะ"

"ครับ"

"ชั้นนี้เปิดเป็นห้องพักเหรอคะ"

"ครับ แต่ไม่ได้เปิดให้คนนอกเข้าพักหรอกนะครับ" ขายาวๆที่ก้าวเดินไปข้างหน้า ทำแพรไหมต้องกึ่งเดินกึ่งวิ่งตาม

"หมายถึง..."

"ห้องเจ้านายผม กับห้องพวกผมครับ"

"แล้ว..."

"ทำไมถามเยอะล่ะครับ" ทันทีที่แพรไหมจะถามต่อ ชายหนุ่มกลับพูดแทรกขึ้นเสียก่อน แต่เธอเพิ่งถามไปแค่คำถามเดียวเองนะ

"ขอโทษค่ะ แต่ขออีกแค่คำถามเดียว"

"ครับ"

"ฉันต้องเข้าไปคุยกับเจ้านายคุณในห้องพักสองต่อสองเหรอคะ" แค่ได้ยินว่าชั้นนี้เป็นห้องพัก ความหวาดกลัวในใจก็เริ่มก่อตัวขึ้น หวังว่าเขาคนนี้คงไม่หลอกเธอขึ้นมาให้เจ้านายตัวเองทำมิดีมิร้ายหรอกนะ

"สองต่อสองครับ แต่คุยในห้องทำงานนาย" เขาว่าแล้วหยุดเดิน เคาะประตูที่ห้องๆหนึ่งสองสามที แล้วดึงประตูเปิดออก ผายมือให้เธอได้เดินเข้าไป

"เข้าไปด้วยกันสิคะ"

"ไม่ต้องกลัวครับ เจ้านายผมไม่ทำอะไรคุณหรอก" ชายหนุ่มยกยิ้มเล็กๆให้แพรไหม เพื่อให้เธอได้คลายความกังวลลง หลังจากเธอเดินเข้าไปในห้องแล้ว เขาถึงปิดประตู เพื่อให้เจ้านายได้พูดคุยกับหญิงสาวแค่สองต่อสอง

แพรไหมเดินตรงเข้าไปหาคนที่นั่งก้มหน้าอยู่ที่โต๊ะทำงาน พอเขาเงยหน้าขึ้นมอง เธอถึงได้เห็นว่าเขาคือคนเดียวกับหนุ่มฝรั่งที่อยู่หน้าลิฟท์นั่น

พอดูชัดๆแล้ว เขาคงจะเป็นลูกครึ่ง เพราะมีความคล้ายคนไทยอยู่มาก แพรไหมจึงชั่งใจว่าควรจะพูดกับเขาด้วยภาษาอะไรดี แต่เธอก็เลือกที่จะใช้ภาษาอังกฤษ เพราะคิดว่าเขาคงจะเข้าใจมากกว่า

"ไอ..."

"ผมพูดไทยได้" ไม่ทันที่แพรไหมจะพูดจบประโยค เขาก็พูดขึ้น

ถ้อยคำและน้ำเสียงที่ชายหนุ่มคนนี้เปล่งออกมา มันชัดเจนเสียจนคนไทยอย่างเธออาย ไหนๆเขาก็พูดไทยได้แพรไหมจึงรีบเข้าเรื่อง รีบคุยจะได้รีบจบเธอไม่อยากอยู่บนนี้นานๆ

"ค่ะ งั้นเข้าเรื่องเลยนะคะ คุณบอกวะ..."

"ที่บ้านไม่สอนมารยาทรึไง"

คำพูดของชายหนุ่มตรงหน้า ทำแพรไหมกำหมัดแน่น เขาช้อนสายตาขึ้นมองเธอ พยักพเยิดหน้าให้รู้ว่าเธอควรต้องนั่งลง

"บอกดีๆก็ได้นิคะ ทำไมต้องพาดพิงถึงที่บ้านด้วย"

เมื่อแพรไหมยังไม่ยอมนั่ง ชายหนุ่มจึงถอนหายใจใส่เอนตัวไปกับเก้าอี้โต๊ะทำงาน เอื้อมมือหยิบอะไรบางอย่างในลิ้นชัก

ปึก!

แพรไหมเบิกตากว้างเมื่ออยู่ๆหนุ่มฝรั่งนี่ก็เอาปืนออกมาวางไว้บนโต๊ะ เธอกับเขาแค่คุยกันได้ไม่กี่คำ เขาก็เอาปืนขึ้นมาขู่เสียแล้ว หากพูดอะไรไม่เข้าหู เธอจะมีชีวิตรอดลงไปหาซันเดย์หรือเปล่า

"นั่งลง" เขาว่าและใช้สายตาออกคำสั่ง

"นะ...นั่งแล้วๆ" แพรไหมเอ่ยเสียงติดขัดและนั่งลงที่เก้าอี้ สายตาวางอยู่ที่ปืน เธอไม่อยากละสายตาจากมันเลยแม้แต่นิดเดียว

"มาทำอะไรที่นี่" เมื่อชายหนุ่มเปิดประเด็น แพรไหมจึงรีบตั้งสติ และรีบบอกเหตุผลของการมาที่นี่ให้เขารู้ ก่อนที่กระสุนจะวิ่งเข้าใส่สมองเธอ

"มาเที่ยวค่ะ"

"แพรไหม ลูกสาวคนโตของคุณภาคิณกับคุณใยไหม หลานสาวท่านเจ้าสัวเคน"

คำพูดของชายหนุ่มตรงหน้า ทำให้แพรไหมนิ่งไป เธอเพิ่งมาที่นี่วันนี้เป็นครั้งแรก ทำไมเขาถึงได้รู้ว่าเธอเป็นลูกใครหลานใคร

"คุณ..."

"มาสอดแนมเรื่องในคลับของผม เพื่อเอาไปใช้ในผับพ่อตัวเอง ทำแบบนี้ไม่น่ารักเลยนะครับ"

"ฉันเปล่านะ ไม่ได้ทำอะไรแบบนั้น" แพรไหมรีบปฏิเสธและยกมือขึ้นโบกไปมา ไม่รู้ว่าเขาพูดเรื่องอะไร เธอก็แค่มาเที่ยว ไม่ได้ทำอะไรอย่างที่เขาว่า มาใส่ร้ายกันแบบนี้มันใช้ได้ที่ไหน

"สมัยนี้คู่แข่งทางธุรกิจมันเยอะ เจออะไรน่าสงสัยผมก็ต้องระวังไว้ก่อน ใช่ไหมครับคุณผู้หญิง"

"ค่ะข้อนั้นฉันทราบและเข้าใจดี แต่ฉันไม่ได้มาสอดแนมอย่างที่คุณว่าจริงๆนะคะ อีกอย่างฉันเพิ่งมาที่นี่เป็นครั้งแรก ไม่เชื่อคุณก็เปิดกล้องวงจรปิดดูได้"

"หึ โจรที่ไหนจะยอมรับว่าตัวเองเป็นโจร ใช่ไหมครับ" ชายหนุ่มยกยิ้มหยัน ทำแพรไหมหัวเสียไม่น้อย ว่าเธอสอดแนมก็โกรธแล้ว นี่ถึงขั้นหาว่าเป็นโจรเลยหรือ

"ไม่เชื่อก็ไม่ต้องเชื่อ" เธอว่าและกำลังจะลุกขึ้นจากเก้าอี้ เพราะคิดว่าตัวเองถูกใส่ร้าย พูดไปก็เหมือนเป่าปี่ให้ควายฟังไม่พูดเสียดีกว่า แต่เธอก็ต้องหยุดชะงักเพราะประโยคนี้ของเขา

"ถ้าลุกออกไป ผมเป่าหัวคุณแน่"

"คุณเป็นบ้ารึไง ฉันยังไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย!!" แพรไหมพูดขึ้นด้วยความโมโห เมื่อชายตรงหน้าเอาแต่ยัดเยียดความผิดที่เธอไม่ได้ตั้งใจจะทำให้ และยังข่มขู่จะยิงหัวเธออีก

"ตอนนี้ยังไม่ทำ ถ้าคนของผมไม่พาขึ้นมาก่อน นั่นก็ไม่แน่"

"คุณต้องการอะไรพูดมาเลยดีกว่า ฉันขี้เกียจอธิบาย" แพรไหมยกมือขึ้นกอดอกและหันหน้าไปทางอื่น เมื่อเขาไม่ยอมฟัง เธอก็ไม่อยากอธิบายให้มันเปลืองน้ำลาย

"เซ็นซะ" น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยบอก

"อะไร" แพรไหมหันกลับมาถาม หลุบตามองกระดาษเปล่าที่เขาเลื่อนมาตรงหน้าแบบงงๆ

"สัญญา"

"สัญญาอะไร"

"ยังไม่ได้คิด"

"ฮะ อะ...อะไรนะ" อยู่ๆเขาก็พูดถึงสัญญา และยังบอกให้เธอเซ็น แต่พอถามว่าสัญญาอะไร เขากลับบอกว่ายังไม่ได้คิด นี่เขายังสติดีอยู่ไหม

"ยังไม่ได้คิด" เขาย้ำอีกครั้ง

"นี่คุณเป็นนักธุรกิจเก๊ป่ะเนี้ย ขนาดฉันทำธุรกิจไม่เป็นยังรู้เลย ว่าสัญญาต้องมีข้อความเป็นลายลักษณ์อักษรชัดเจน แต่นี่คุณยื่นกระดาษเปล่ามา ฉันต้องเริ่มอ่านตรงไหนก่อน"

"เซ็น"

"แล้วฉันต้องเซ็นทำไมไม่ทราบ"

"เฝ้าระวัง"

"อธิบายให้มันกว้างกว่านี้ได้ไหม"

"ผมพูดชัดนะ"

"ที่คุณบอกว่าเฝ้าระวังคือเฝ้าระวังอะไร"

"กันข่าวรั่วไหล"

"นี่คุณคิดไปถึงไหนเนี้ย"

"เซ็น"

"ไม่เซ็น!" แพรไหมหันหน้าหนี อยู่ๆจะให้เธอเซ็นกระดาษเปล่า เธอไม่ได้โง่นะที่จะให้ใครก็ไม่รู้มาหรอกเอาลายเซ็นไป

"ก็ดี" เขาว่าและลุกเดินมาหยุดข้างๆ หย่อนก้นนั่งลงบนโต๊ะทำงาน หยิบปืนขึ้นมาลูบๆคลำๆและจ่อลงที่ขมับเธอ

"คะ...คุณเป็นบ้าไปแล้วรึไง นี่มันปะ...ปืนนะ" แพรไหมเอ่ยเสียงติดขัด เม็ดเหงื่อเริ่มซึมออกมาตามกรอบหน้าและไรผม ไม่คิดเลยว่าการมาเที่ยวต่างที่ครั้งแรก เธอจะเอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่ด้วย

"เซ็น" เขาออกคำสั่งเสียงเข้มอีกครั้ง

"คะ...คุณทำแบบนี้ ฉะ...ฉันแจ้งตำรวจได้นะ"

"คิดว่าตำรวจจะทำอะไรผมได้? ถามจริง คุณไม่รู้จักผมรึไง"

คำพูดของเขา ทำให้แพรไหมนึกถึงคำพูดของซันเดย์ที่กำลังหลั่งไหลเข้ามาในสมอง ที่บอกว่าเจ้าของคลับเป็นมาเฟีย นั่นแปลว่าผู้ชายคนนี้ คือเขาคนนั้นอย่างนั้นหรือ

"อย่าถ่วงเวลา เซ็น!"

"คุณไปทำรายละเอียดมาก่อน ฉันถึงจะเซ็น" ขณะที่พูด ปืนก็ยังจ่ออยู่ที่หัว เธอพยายามทำใจกล้าต่อรองกับเขาดีๆ แต่เหมือนกับว่า เขาจะไม่เอาหูฟังเลย

"ถ้ายังช้า สมองเธอกระจุย" เขาว่าและกดปลายกระบอกปืนใส่ขมับเธอเล็กน้อย

"กรี๊ด! เซ็นค่ะ เซ็นแล้ว" เพราะความกลัวตาย แพรไหมจึงเซ็นชื่อลงไปในกระดาษเปล่านั่นอย่างรีบร้อน

ปึก!

"อะไรกันครับ" มือขวามาเฟียหนุ่มเปิดประตูพรวดพราดเข้ามาอย่างตื่นตระหนกเมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องของหญิงสาวที่เจ้านายของเขาเรียกขึ้นมาพบ

"มึงเข้ามาทำไม" มาเฟียหนุ่มเอ่ยถาม ลดปืนลงจากขมับของหญิงสาวที่นั่งตัวเกร็งหน้าซีดอยู่ และเดินไปนั่งที่เก้าอี้โต๊ะทำงาน

"ผมได้ยินเสียงกรี๊ดครับ นายทำอะไรเธอ"

"ไม่ได้ทำอะไร" เขาตอบและก้มหน้าก้มตาดูเอกสารตรงหน้า ทำราวกับว่าเมื่อกี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

"เขาทำค่ะ และเอาปืนมาขู่ฉันแล้วยังให้ซะ..." ได้ทีแพรไหมหันไปฟ้องชายหนุ่มที่เข้ามาใหม่ ซึ่งเป็นคนเดียวกับที่พาเธอขึ้นมา เธอกำลังจะหันไปหยิบกระดาษที่มีลายเซ็นของตัวเองให้ดู ว่าเจ้านายของเขาทำเรื่องไร้เหตุผลแค่ไหน แต่พอหันกลับไป กระดาษแผ่นนั้นกลับไม่มีเสียแล้ว

"อ้าว ไปไหนแล้ว"

"มึงลงไปส่งเธอ" เขาเอ่ยบอกลูกน้อง มือจับปากกาเซ็นเอกสารในแฟ้มไปด้วย แพรไหมเมื่อได้ยินแบบนั้นเธอจึงรีบลุกขึ้นจากเก้าอี้

"คุณชื่ออะไร เผื่อฉันจะไปแจ้งตำรวจ"

"รอน" เขาตอบ แต่ไม่ได้เงยหน้าขึ้น น้ำเสียงที่เปล่งออกมาทำเหมือนไม่ทุกข์ร้อนอะไร

"เงยหน้าหน่อย" แพรไหมยกโทรศัพท์ขึ้น เข้าไปที่กล้องถ่ายรูป รอชายหนุ่มเงยหน้า และกดบันทึกภาพเก็บไว้ทันที

แชะ!

"มีทั้งชื่อ และภาพถ่าย ดิ้นไม่หลุดแน่" เธอเอ่ยอย่างคาดโทษ และเดินไปหาชายหนุ่มที่ยืนอยู่หน้าประตู

"แล้วคุณล่ะชื่ออะไร"

"เซฟครับ"

"ดี ถ้าจัดการเจ้านายไม่ได้ ลูกน้องก็รับกรรมไปแล้วกัน" แพรไหมเชิดหน้าขึ้นแล้วเดินออกจากห้อง มือขวาหนุ่มมองสบตาผู้เป็นเจ้านายเล็กน้อย และเดินตามหญิงสาวตัวเล็กออกไป

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel