Our Secret สัมผัส ปรารถนา บทที่ 2
รุ่งเช้าวันต่อมาถังจวินลี่กำลังเงยหน้าขึ้นมองตึกสูงตรงหน้า หัวหน้าของเธอนัดให้มารับเอกสารบางอย่าง เกี่ยวกับการร่วมทุนเพื่อจัดนิทรรศการของห้องสมุด ถึงอย่างนั้นหญิงสาวกลับไม่คาดคิดว่าหัวหน้าจะถึงกับขอทุนจากบริษัทในเครือตระกูลหม่าได้
ใช่...ตระกูลหม่า หม่าเซียงเซียง คุณหนูทายาทตระกูลร่ำรวย...คู่กรณีคนนั้น
ความจริงหญิงสาวต้องเข้าพบประธานหม่า แต่คุณเลขาบอกว่าเขาติดประชุม ดังนั้นจึงเพียงนำเอกสารรายละเอียดมาให้หญิงสาวอ่าน ก่อนนำกลับไปฉบับหนึ่งเพื่อทบทวน ในตอนที่กำลังจะเดินไปที่ลิฟต์ แผ่นหลังของคู่รักที่ดูคุ้นเคยทำให้หญิงสาวชะงักและรีบเดินหลบมุมไปอีกด้าน
“ยัยนั่นต้องไปแน่นอน ฉันกลัวว่าคุณน่ะสิจะอดใจไม่ได้”
“คุณหมายความว่ายังไงกัน ผมมีแค่คุณนะ ตอนนั้นเข้าไปจีบเขาเพราะเขาดูน่าสงสาร อย่าเอาตัวเองไปเปรียบกับเขาสิครับ”
“ถังจวินลี่นะเหรอน่าสงสาร”
“คุณไม่รู้ละสิ เขาเป็นแค่เด็กกำพร้า ป้ากับลุงของเขารับมาอุปการะถึงได้เรียนหนังสือ ไม่อย่างนั้นคงถูกส่งตัวไปสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าแล้ว เพื่อนผมที่เรียนมหาวิทยาลัยเดียวกันกับเขาบอกว่าสมัยเรียนเขาเอาแต่ทำงานพาร์ทไทม์เหมือนผู้หญิงหิวเงิน งานอะไรที่ได้เงินเขาทำทั้งนั้น”
“จริงเหรอคะ”
“ก็จริงนะสิ ไม่เชื่อคุณถามคนที่เคยเรียนที่นั่นสิ มีคนรู้จักของผมคนหนึ่งบอกผมว่าเขาเป็นคนน่าเบื่อแถมยังหวงเนื้อหวงตัวจะตาย ผู้ชายหลายคนถึงกับเรียกเขาว่าแม่ชีเลยนะ”
“เวอร์ไปละ”
“จริงๆ นะ ตอนที่พบกันเขาทำตัวเหมือนถ้าโดนแตะตัวแล้วผิวเขาจะระคายเคืองอย่างนั้นแหละ ผู้ชายที่ไหนจะทนได้กันละ”
ทั้งสองคนหัวเราะต่อกระซิกกันในขณะที่พูดถึงคนอื่น แต่เจ้าตัวคนที่ถูกพูดถึงกลับเอาแต่ยืนตัวแข็ง ลิฟต์ตัวที่ใกล้ที่สุดอยู่อีกฝั่ง หากจะขึ้นลิฟต์ก็คงต้องเผชิญหน้ากับสองคนนั้น
ที่ซวยไปกว่านั้น ‘เพื่อนเก่า’ สองคนนั้นยังเดินมาทิศทางที่เธอซ่อนตัวอยู่
บันไดหนีไฟ!!!
ไม่รู้เพราะอะไรถึงตัดสินใจวิ่งไปยังประตูบันไดหนีไฟ ทั้งที่ตอนนี้เธออยู่ที่ชั้นสิบหก อาจเพราะตอนนี้เธอคือยัยเฉิ่มบรรณารักษ์ที่แต่งตัวเพียงเพื่อเอาใจหัวหน้า
หรืออาจเพราะเรื่องที่ได้ยินทำให้เธอตัดสินใจว่าไม่อยากพบแฟนเก่าคนนั้นของเธอ แฟนเก่าซึ่งหนีไปเกาะชายกระโปรงผู้หญิงที่รวยกว่า...
ถังจวินลี่หมุนตัววิ่งไปยังบันไดหนีไฟ แต่เมื่อเอื้อมมือไปผลักประตูหนีไฟ ประตูกลับถูกใครอีกคนซึ่งอยู่อีกฟากเปิดออก ร่างที่พุ่งไปเสียหลักล้มหน้าคะมำไปทันที
“โอ๊ะ...!!!”
เสียงทุ่มของใครคนหนึ่งอุทานออกมา
ถังจวินลี่เบื่อในความซุ่มซ่ามของตัวเองจริงๆ ไม่มีครั้งไหนที่จะอับอายเพราะความทะเล่อทะล่าเท่าครั้งนี้อีกแล้ว แต่หากให้เลือกระหว่างขายหน้าเพื่อนเก่าที่เป็นเหมือนอริ และแฟนเก่าที่เธอเองก็ไม่ได้เสียดายอะไร เธอยอมที่จะขายหน้าชายหนุ่มแปลกหน้ามากกว่า
คิดได้ดังนั้นจึงยอมผลักเขาไปด้านหลัง สองมือปิดปากเขาไม่ให้ส่งเสียง ก่อนที่ร่างของคนสองคนจะล้มลงไปกองหน้าประตูบันไดหนีไฟ
เสียงโครมดังขึ้น หนึ่งคือเสียงประตูที่ปิดเองอัตโนมัติ กับอีกเสียงคือหญิงสาวที่พุ่งเข้าไปชนชายหนุ่มจนหงายหลังล้มลง ร่างทั้งสองร่างทาบทับอยู่บนพื้น
ชายหนุ่มถูกหญิงสาวใช้มือทั้งสองข้างปิดปาก ร่างทั้งร่างถูกกดเอาไว้บนพื้น เสียงกระซิบขอร้องดังขึ้นเบาๆ ข้างหูเขา “ฉันขอร้องคุณอยู่เฉยๆ อย่าส่งเสียงนะคะ”
เสียงฝีเท้าดังแว่วเข้ามาพร้อมกับบทสนทนาแผ่วเบา “เสียงอะไรน่ะ”
“เสียงที่ไหนกัน”