ตอนที่ 6 นักศึกษาแพทย์สาว
หลังเลิกงานมงคลสมรสของพี่ต้วนกับกอบัว ก่อนจะกลับฉันกับพี่ชาลีก็ได้แลกคอนแทคกันไว้เรียบร้อย
"ยิ้มอะไร" ระหว่างที่เดินมายังรถฉันต้องมองรูปภาพโปรไฟล์พี่ชาลีแล้วอมยิ้มกรุ้มกริ่ม ทำให้พี่ชายฉันเกิดความสงสัยจึงกล่าวถาม
"พี่คาชูเอะ พี่คิดว่าพี่ชาลีเป็นยังไงบ้าง" ฉันไม่ตอบคำถาม แต่เลือกที่จะเอ่ยคำถามกลับไป
"...." พี่คาซูเอะไม่ตอบ เขาหันมามองฉันแล้วย่นคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย
"คือ กระติ๊บชอบพี่ชาลีค่ะ" ฉันบอกแล้วก็บิดแขนจนจะเป็นเลขแปดด้วยความเขินอาย
"เจอกันไม่กี่ชั่วโมงก็ชอบเขา?" พี่ชายหน้านิ่งเอ่ยขึ้นพร้อมกับเลิกคิ้วขึ้นเบา ๆ
"ไม่ใช่เพิ่งเจอกันสักหน่อย" ฉันพึมพำกับตัวเองเสียงแผ่ว
พอมาถึงบ้านฉันก็ขึ้นห้องอาบน้ำแต่งตัวพร้อมนอน ระหว่างจะเอนกายล้มตัวลง เสียงเตือนของแอปพลิเคชั่นสีดำดังขึ้น ฉันจึงรีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาดู
"พี่หมอชาลี" ตึกตัก ตึกตัก หัวใจดวงน้อยเกิดเต้นแรงขึ้นมาซะงั้น ระหว่างที่ฉันกำลังเปิดเข้าไปอ่านข้อความที่คุณหมอหนุ่มส่งมา
ChaLee: นอนหรือยังครับ
KraTip: ยังค่ะ
ฉันรีบพิมพ์กลับไปโดยเร็ว
ChaLee: ง่วงหรือยัง คุยเป็นเพื่อนพี่หน่อยได้มั้ยครับ
ฉันยิ้มปากจะฉีกยันรูหูเลยเมื่อได้อ่านข้อความที่พี่หมอชาลีส่งมา
KraTip: กระติ๊บยังไม่ง่วงเลยค่ะ....
เมื่อกี้จะนอนแล้วแหละ แต่เพื่อผู้ชายกระติ๊บจะยอมอดนอน
KraTip: ...พี่คุยกับกระติ๊บได้เลย ^_^
จากนั้นบทสนทนาก็เริ่มขึ้น เราต่างพูดคุยเรื่องเก่าสมัยที่ยังเรียนมัธยม คุยกันเกือบเช้าเลยแหละ
ช่วงบ่ายของวันต่อมา
ครืนนน ครืนนน เสียงโทรศัพท์ดังรบกวนการนอนของฉันมาก ระหว่างที่เอื้อมมือไปหยิบมาแล้วค่อย ๆ ลืมตาดูว่าใครกันที่โทรมา
"ไอริน?" ฉันพึมพำเสียงเบาก่อนที่จะหยัดกายลุกขึ้นนั่งหลังพิงหัวเตียงนอน ก่อนจะกดรับสาย
"ว่าไงไอริน" ฉันเอ่ยด้วยน้ำเสียงอู้อี้ และยังงัวเงีย
(กระติ๊บ มาที่โรงพยาบาลด่วนเลย) ไอรินกล่าวเข้ามาในสายด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ
"เกิดอะไรขึ้น!" ฉันจึงเอ่ยคำถามด้วยความตกใจ
(เฟิร์ลอยู่ในห้องผ่าตัด แกรีบมาเดี๋ยวนี้เลย)
"หะ!...." ฉันตกใจมากโทรศัพท์แทบจะหลุดจากมือ
"...ฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้แหละ" พูดจบ ฉันก็กดวางสายแล้วพาตัวเองลงจากเตียงนอน ก่อนจะเข้าไปในห้องน้ำ
โรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง
ฉันขับรถมาถึงโรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว พอมาถึงก็เห็นไอรินเดินย้ำวนไปวนมาอยู่หน้าห้องผ่าตัด
"ไอริน..." ฉันก้าวขาเดินไปหาเพื่อนแล้วเอ่ยเรียก
"....เฟิร์ลเป็นอะไรทำไมต้องผ่าตัด" ฉันกล่าวถามขณะที่ไอรินมีท่าทางวิตกจริต
"เฟิร์ล ไส้ติ่งแตกน่ะ" เธอตอบเสียงสั่นเครือแสดงถึงความกระวนกระวาย
"หะ!..." ฉันอุทานอย่างประหลาดใจ เพราะโรคไส้ติ่งอักเสบส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นกับผู้ชาย
"ใจเย็น ๆ ฉันว่าเฟิร์ลไม่เป็นอะไรหรอก" ไอรินมีสีหน้าไม่สบายใจ ฉันจึงเอื้อมมือไปตบที่บ่าของเธอเบา ๆ
"ฉันขอให้เป็นแบบนั้น" ไอรินพูดจบก็ลอบหายใจเบา ๆ
"แล้วแกเป็นคนพาเฟิร์ลมาโรงพยาบาล?"
"อืม เฟิร์ลโทรหาฉันบอกว่าปวดท้องมาก ฉันก็เลยขับรถไปหา เห็นอาการไม่ดีก็เลยพามาโรงพยาบาล" ไอรินอยู่คอนโดใกล้ ๆ กับเฟิร์ล เธอจึงไปหาได้ทันท่วงที
"โทรบอกพ่อแม่เฟิร์ลหรือยัง" ช่วงปิดเทอมทั้งคู่ไม่ได้กลับบ้าน ยังคงอยู่ที่คอนโดลำพัง
"เฟิร์ลกำชับว่าไม่ให้บอกน่ะ"
"อืม" ฉันเข้าใจว่าทำไมเฟิร์ลถึงไม่อยากให้พ่อแม่รู้
เวลาล่วงเลยผ่านไปราว ๆ หนึ่งชั่วโมงเศษ แพทย์ และพยาบาลเข็นเตียงที่มีเฟิร์ลออกมาจากห้องผ่าตัด ฉันกับไอรินจึงวิ่งเข้าไป
"คุณหมอคะ เพื่อนของฉันเป็นยังไงบ้าง" ฉันรีบกล่าวถามแพทย์หญิงวัยกลางคน ก่อนจะกล่าวสายตามองไปยังคนอื่น ๆ
"การผ่าตัดเรียบร้อยดีค่ะ" คนที่ผ่าตัดให้เพื่อนฉันตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลดูใจดี ฉันแอบมองป้ายชื่อติดอยู่ที่หน้าอกจึงรู้ว่าเธอชื่อ ผศ.พญ.อักษิกา คาสโตร
ฉันย่นคิ้วเบา ๆ เมื่อเห็นนามสกุลของเธอ หรือว่าคุณหมอมีสามีคนต่างชาติ? ฉันถามตัวเองในใจ
"ขอบคุณนะคะ" แล้วกล่าวคำขอบคุณ ระหว่างที่พยาบาลเข็นเตียงคนไข้ไปยังห้องพักฟื้น ขณะที่ฉันกับไอรินจะก้าวขาตามไป ก็ได้ยินคุณหมอพูดกับนักศึกษาแพทย์หญิงที่เดินออกมาจากห้องผ่าตัดด้วยกัน
"วันนี้เธอทำได้ดีมาก ไกอา" ด้วยความอยากรู้ฉันจึงหันไปมองก็พบว่าเป็นนักศึกษาสาวหน้าตาดี
"ขอบคุณค่ะอาจารย์" เธอกล่าวพร้อมกับคลี่ยิ้มหวานให้กับแพทย์หญิง
"เลิกเวรแล้วไปทานข้าวที่บ้านฉันนะ" แพทย์หญิงวัยกลางคนพูดคุยกับนักศึกษาอย่างสนิทสนม
"กระติ๊บ เร็ว ๆ" ไอรินเอ่ยขึ้นฉันจึงเลิกสนใจพวกเธอ แล้วรีบเดินตามไอรินไป
ระหว่างทำเอกสารให้เฟิร์ลเพื่อเข้าพักฟื้นเป็นผู้ป่วยใน สายตาฉันก็เหลือบไปเห็นชายหนุ่มร่างสูงที่คุ้นตายืนพูดคุยกับแพทย์ผ่าตัด และนักศึกษาสาว
"นั่นมันฌาณนิ" ไอรินสะกิดฉันทันที
"เขามาทำอะไร" ฉันพึมพำเสียงแผ่ว สายตาก็ยังจ้องไปที่หนุ่มลูกครึ่งคนนั้น
แล้วจู่ ๆ สายตาของฉันก็ประสานเข้ากับสายตาของฌาณที่เจือความสงสัยเผลอเลิกคิ้วขึ้นน้อย ๆ เขาหันไปพูดกับสองสาวต่างวัยไม่กี่ประโยค ก่อนจะก้าวขายาวเดินตรงมาหาฉันที่ยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์
"ใครเป็นอะไรเหรอครับ" พอเขาเดินมาถึงก็เอ่ยคำถามทันที
"เพื่อนฉันไส้ติ่งแตก" ไอรินเป็นคนตอบ เพราะฉันมัวแต่มองนักศึกษาสาวคนนั้นที่ค่อยจ้องมาที่ฌาณตาเขม็ง
"นายรู้จักคุณหมอ กับนักศึกษาแพทย์ด้วยเหรอ" ฉันละสายตาจากเธอแล้วหันไปถามฌาณด้วยความสงสัย และอยากรู้
"ผมต้องรู้จักสิ เพราะคุณหมอผ่าตัดคนนั้นเป็นแม่ผม..." เขายกยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนจะพูดประโยคสุดท้ายว่า
"...ไปไหว้แม่สามีหน่อยมั้ย เดี๋ยวผมพาไป"
"คิคิ" พอฌาณพูดจบ ไอรินก็หัวเราะออกมา
"ฉันยังไม่มีสามีจ้ะ!" ฉันตวาดด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวใส่
”เหอะ ๆ“ ฌาณกลั้วหัวเราะเบา ๆ
“แล้วนักศึกษาผู้หญิงคนนั้นล่ะ เธอเป็นใคร" ต่อมความเผือกของฉันเริ่มทำงาน เพราะฉันยังเห็นว่าเธอมองฌาณอยู่ตลอดเลย
"ลูกศิษย์แม่ผม" เขาตอบด้วยใบหน้าที่ไม่ได้ใส่ใจ
"ที่นายเรียนหมอก็เพราะแม่เป็นหมอใช่มั้ย" นั่นเป็นไอรินที่ถาม
"คงงั้นมั้ง"
หลังจากทำเอกสารเสร็จเรียบร้อย ฉันกับไอรินก็ไปยังห้องพักฟื้นที่เฟิร์ลรักษาตัวอยู่ โดยมีหมาเด็กตัวโตตามมาด้วย
