ตอนที่ 5 สเปก
วันต่อมา
ฉันลืมตาตื่น แล้วค่อย ๆ หยัดกายลุกขึ้น ก่อนจะยืดแขนบิดเล็กน้อย กวาดสายตามองไปยังนาฬิกาติดฝาพนังบ่งบอกเวลาบ่ายโมงสิบห้านาที
"บ่ายโมงแล้วเหรอเนี่ย" ฉันพึมพำกับตัวเอง แล้วลงจากเตียงเดินออกจากห้องไปยังห้องครัวที่อยู่ชั้นล่างเพื่อจะดื่มน้ำ
ฉันเดินเข้ามาในห้องครัวด้วยอาการงัวเงีย ตรงไปยังตู้เย็นที่บรรจุน้ำดื่ม พอได้ขวดน้ำมาแล้วก็เดินไปที่วางแก้วแล้วหยิบขึ้นมากรอกน้ำลงไป ระหว่างที่ฉันกำลังยกขึ้นดื่ม สายตาฉันก็ประสานเข้ากับสายตาของชายหนุ่มใบหน้าลูกครึ่งยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์พอดี
พรวด! ฉันสำลักน้ำแล้วพ่นออกมา พร้อมกับเบิกตากว้างอย่างตกตะลึง เพราะชายหนุ่มที่จ้องมองฉัน เขาไม่ได้สวมเสื้อ เขาโชว์ซิกแพคที่สวยงามอีกแล้ว
"นาย!...." เพื่อนของน้องชายกระตุกยิ้มอย่างพึงพอใจ แล้วก้าวขายาวเดินมาที่ฉัน
"....ยังไม่กลับอีกเหรอ อะ!" ฉันผละใบหน้าหนีด้วยความตกใจ เพราะอยู่ ๆ เขาก็เอามือมาเช็ดปากที่เปียกของฉัน
"ทำบ้าอะไรเนี่ย!"
"เช็ดปากให้ไง" พูดจบ ก็ยักคิ้วทำสีหน้ายียวนใส่ฉัน
"เหอะ" ฉันเบือนหน้าหนีแล้วกลั้วหัวเราะ
"ทำอะไรกัน" เสียงทุ้มเข้มดังเข้ามาทำให้ฉันกับฌาณหันไปมอง
"พี่คาซูเอะ" พี่ชายฉันเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงเดินมาหยุดตรงกลางระหว่างฉันกับฌาณด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง แล้วเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยมองฉันสลับกับฌาณ ราวกับต้องการคำตอบ
"ไม่มีอะไรครับ ผมแค่ลงมาดื่มน้ำ" ฌาณเป็นคนตอบ ก่อนจะก้าวขาเดินออกไป
"เดี๋ยว..." พี่คาซูเอะเอ่ยพร้อมกับหมุนตัวไปหาฌาณ ระหว่างที่ฌาณก็หยุดชะงักแล้วหันไปที่เขา
"....ที่นี่ไม่ใช่บ้านนาย เพราะฉะนั้นควรแต่งกายให้สุภาพ..ฉันมีน้องสาว" ประโยคสุดท้ายพี่คาชูเอะหันมาที่ฉันแล้วลอบหายใจเบา ๆ
"ผมขอโทษครับ" หนุ่มรุ่นน้องกล่าวจบแล้วตวัดสายตามองมาที่ฉันก่อนจะเดินออกไป
"แหม่...หวงน้องสาวใช่ม่ะ" พอพูดจบ ฉันก็ยกมือปิดปากหัวเราะ
"...." พี่คาซูเอะนิ่งสายตาจ้องมาที่ฉัน
"มะ มีอะไรหรือเปล่าคะ" สายตาเขาเย็นชาเหมือนกับสายตาของพ่อเลย ถอดแบบมาเป๊ะ ๆ ทำเอาฉันเสียวสันหลังวาบ
"คืนนี้เตรียมตัวด้วย" ว่าจบ ก็จะก้าวขาเดินทันที แต่ฉันรีบกล่าวถามขึ้นมา จึงทำให้พี่ชายต้องหยุด
"เตรียมตัว? ไปไหนเหรอคะ"
"งานแต่งไอ้ต้วน" เขาตอบกลับมา แล้วก็เดินออกไปเลย
โรงแรมหรูกลางใจเมือง
ฉันกับพี่ชายหน้านิ่ง ก็มาถึงสถานที่จัดงานมงคลสมรส ที่ค่อนข้างใหญ่โตทีเดียว พอเข้ามาในงานก็มีสายตาจ้องมาที่ฉันกับพี่คาซูเอะ ทำเอาฉันเขินเลย
ชายหนุ่มใบหน้าหล่อเหลาสวมใส่ชุดเจ้าบ่าว จับมือเจ้าสาวเดินมาต้อนรับ มาถึงเขาก็แนะนำพี่คาซูเอะ กับ ฉันให้เจ้าสาวได้รู้จัก
"บัว..นี่คือไอ้คาซูเอะหุ้นส่วนของพี่ แล้วนั้นก็ กระติ๊บ น้องสาวมัน" ฉันขมวดคิ้วทันทีที่ เพื่อนพี่คาซูเอะพูดจบ ทำไมเขารู้ว่าฉันเป็นน้องสาวพี่คาซูเอะ? ในใจของฉันมีคำถามเกิดขึ้น
"สวัสดีค่ะ" เจ้าสาวใบหน้าสวยกล่าวทักทายอย่างอ่อนหวาน และนอบน้อม
"ยินดีด้วยนะ" พี่ชายฉันกล่าวด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง
"ยินดีด้วยนะคะ" จากนั้นก็เป็นฉันที่กล่าวด้วยความยินดีจากใจ ทั้งคู่ดูเหมาะสมกันมาก
พอทักทายพูดคุยกันหอมปากหอมคอ พี่ต้วนก็พาพี่ชายฉันไปคุยธุรกิจ แล้วให้กอบัวทำหน้าที่ดูแลฉัน ซึ่งเธอน่ารักและเป็นกันเองมาก ๆ ระหว่างที่เราสองคนกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น ก็มีพนักงานสาวเดินเข้ามา
"คุณกอบัวคะ คุณแม่ของคุณให้มาตามไปทักทายแขกผู้ใหญ่ด้านนั้นค่ะ" พูดจบ ก็ผายมือไปยังกลุ่มชายหญิงสูงวัย
"เอ่อ..."
"ไปเถอะค่ะ กระติ๊บอยู่คนเดียวได้ สบายมาก" ฉันเห็นสีหน้าของบัวดูเกรงใจ จึงรีบแทรกพูดขึ้น
"บัวจะรีบกลับมานะคะ"
"ตามสบายเลย" ฉันฉีกยิ้มกว้างให้เธอ หลังจากกอบัวไปแล้ว ฉันก็กวักมือเรียกบริกรที่คอบบริการเครื่องดื่มมา เพราะฉันอยากดื่มค็อกเทล
พอได้ค็อกเทลสีสวยมา ฉันก็นั่งดื่มแล้วกวาดสายตามองบรรยากาศที่ฟุ้งไปด้วยความรัก โดยรอบ จู่ ๆ ก็มีมือของใครบางคนมาสะกิดที่ไหล่ จึงรีบหันไปดู
"กระติ๊บใช่มั้ย" ฉันเผลอเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้เห็นชายหนุ่มใบหน้าหล่อเหลา ที่มาสะกิดไหล่ และกล่าวถามเสียงทุ้ม
"ชะ ใช่ค่ะ" ฉันตอบตะกุกตะกักและยังจ้องหน้าเขาอยู่ เพราะใบหน้าของเขาราวกับว่าฉันรู้สึกคุ้นเคย แต่ก็นึกไม่ออก
"จำพี่ไม่ได้?" เจอคำถามนี้ เครื่องหมายคำถามก็ปรากฎขึ้นมาบนหัว
"เรารู้จักกันด้วยเหรอคะ" แล้วเอ่ยคำถามอย่างระมัดระวัง
"พี่ชาลีไงครับ" เขาตอบกลับแล้วคลี่ยิ้มบาง ๆ
"พี่ชาลี..." ฉันพยายามเค้นสมองทบทวนความทรงจำว่าเคยรู้จักเขาหรือเปล่า และในที่สุดฉันก็นึกออก
"....อ๋อ พี่ชาลีเอง นั่ง ๆ ก่อนค่ะ" พอจำได้ฉันก็ยิ้มหวานให้เขาพร้อมกับเชิญชวนเขานั่งทันที
"ขอบคุณครับ" พี่ชาลีเป็นรุ่นพี่ของฉันสมัยเรียนมัธยม และเป็นรุ่นพี่ที่ฉันเคยแอบชอบ หลังเรียนจบฉันได้ข่าวว่าพี่เขาไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศ จากนั้นเราสองคนก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย
"พี่ชาลีกลับมานานหรือยังคะ"
"สองเดือนที่แล้วครับ" เขาตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพ
"เอ่อ...แล้วพี่จะมาอยู่ที่ไทยถาวรเลยใช่มั้ย หรือว่าแค่มาเที่ยวคะ"
"พี่กลับมาอยู่ถาวรครับ" พอเขาพูดจบ ฉันก็ส่งยิ้มหวานให้ไป
"พี่ชาลีรู้จักกับเจ้าบ่าวเจ้าสาวด้วยเหรอคะ" เขาส่ายหน้าแล้วยิ้มบาง ๆ
"ไม่รู้จักหรอก พี่มากับพี่หมอคินน์น่ะ"
"พี่หมอคินน์?" ฉันพึมพำเสียงแผ่วกับตัวเอง เพราะว่าฉันไม่รู้จัก
"พี่หมอคินน์เป็นรุ่นพี่ของพี่น่ะครับ พอดีว่าพี่จะไปทำงานที่โรงพยาบาลของเขา"
"ทำงานที่โรงพยาบาล?..." ฉันจ้องใบหน้าเขาแล้วครุ่นคิด
"...พี่เป็นหมอเหรอคะ" ทำงานที่โรงพยาบาล ทรงแบบพี่ชาลีคุณหมอแน่นอน
"ใช่ครับ" คำตอบของเขาทำไมจู่ ๆ สองแก้มของฉันก็เห่อร้อนขึ้นมา หรือว่าฉันจะเป็นโรคแพ้คุณหมอ
"กระติ๊บ...กระติ๊บ" ฉันหลุดจากภวังค์ และสะดุ้งเล็กน้อย
"คะ" ฉันขานรับแล้วเบือนหน้าหนีแสร้งหลบตาอย่างเขิน ๆ เพราะตอนนี้พี่ชาลีเป็นคนในสเปคฉันร้อยเปอร์เซ็นต์ ใช่แล้ว ฉันชอบผู้ชายที่ใส่เสื้อกาวน์
"กระติ๊บมากับใครเหรอ.." เขาเอ่ยคำถามแล้วกวาดสายตามองไปรอบ ๆ งาน
"....แฟน?" แล้วหันมาที่ฉันแล้วเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
"กระติ๊บยังไม่มีแฟนคะ กระติ๊บมากับพี่ชาย..." ฉันตอบกลับ แล้วกล่าวถามต่อเลย
"...แล้วพี่มีแฟนหรือยังคะ" เจ้าของใบหน้าหล่ออมยิ้มนิด ๆ ก่อนจะพูดขึ้นว่า
"พี่ยังไม่มีใครครับ" กรี๊ดดดดด ฉันจองคนนี้
อีกด้าน
ครืนนนน ครืนนนน เสียงโทรศัพท์หรูที่วางอยู่บนเบาะในรถข้าง ๆ คนขับ ฌาณหลุบมาดูชั่ววินาทีก่อนจะหยิบมันขึ้นมากดรับ
"ครับ" เขาเพียงแค่ส่งเสียงสั้น ๆ เข้าไปในสาย
(ฌาณ วันนี้จะมานอนที่คอนโดพี่หรือเปล่า) เสียงหวานปลายสายกล่าวถาม
"ไม่ครับ" เขาตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
(ทำไมล่ะ พี่ตั้งใจจะทำอาหารที่ฌาณชอบเลยนะ)
"พี่ไกอาครับ พี่ไม่เข้าใจที่ผมพูด?" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเข้มแฝงดุดัน
(พี่ขอโทษ) ไกอากล่าวเสียงแผ่วเบา แฝงไปด้วยความน้อยใจ
"ไม่มีอะไรแล้วงั้นแค่นี้นะ ผมขับรถอยู่" ว่าจบ ฌาณก็ตัดสายทันที แล้วโยนโทรศัพท์ไปยังเบาะข้างคนขับเหมือนเดิม
