บท
ตั้งค่า

Episode 02 ความรักเฮงซวย

เพียงไม่ถึงชั่วโมง ฉันและทุกคนก็ถึงห้างใหญ่ในตัวเมือง ห้างที่แดนบอกว่าทั้งคู่อยู่ที่นี้

แดนพาฉันเดินไปที่โซนของร้านอาหาร พวกของกินต่าง ๆ มากมาย จนมาหยุดอยู่มุม ๆ หนึ่งของห้าง ภาพตรงหน้าคือ ทั้งคู่กำลังนั่งกินอาหารอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข รอยยิ้มที่อยู่บนหน้าของท็อป มันแสดงออกมาอย่างชัดเจนว่ามีความสุข สุขมากกว่าตอนที่กินข้าวกับฉันสะอีก

“จะยืนดูอยู่เฉย ๆ แบบนี้เหรอ” ฝันเอ่ยถามฉัน ด้วยน้ำเสียงที่ยากจะคาดเดา พร้อมกับมือเล็ก ๆ ที่เอื้อมมาจับที่ไหล่ฉัน

“แล้วจะให้ทำยังไง” ฉันตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา เพราะตอนนี้แรงยืนก็แทบจะไม่มีเหลือ

“กระทืบมั้ย?” แดนเอ่ยขึ้น ด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจ ไม่ใช่แค่เสียง ตอนนี้สีหน้าของมันก็แสดงออกมาอย่างชัดเจนว่าไม่พอใจภาพตรงหน้ามากแค่ไหน

“กลับเถอะ”

“ห๊ะ!!”

“ขนม!” อยู่ ๆ เสียงเรียกชื่อฉันก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง ทำให้ฉันและทุกคนหันกลับไปมองตามเสียงเรียก ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอก พี่ชายฉันเองนั่นแหละ พี่เลย์ มาพร้อมกับแก๊งเพื่อน ๆ เขานั่นแหละ

“พี่เลย์!”

“มาทำอะไรที่นี่” พี่เลย์เอ่ยถามฉัน ด้วยสีหน้าที่สงสัย

“เอ่อ…”

“กูว่า...กูรู้นะว่ามาทำอะไรที่นี่” อยู่ ๆ เพื่อนของพี่เลย์ก็พูดขึ้น พร้อมกับปรายตาไปมองที่ด้านหลังของฉัน จนทำให้ฉันต้องหันกลับไปมอง

“ท็อป!” ฉันเรียกชื่อเขาเสียงดังเพราะตกใจ ไม่รู้ว่าเขามายืนอยู่ด้านหลังของฉันตั้งแต่เมื่อไหร่

“ขนมมาทำอะไรที่นี่” เขาเอ่ยถามฉันด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เหมือนคนที่ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองกำลังทำผิดอะไร

“ไม่ได้มาด้วยกัน?” พี่เลย์พูดขึ้น ก่อนที่จะหันหน้ามาทางฉัน เพื่อจะเอาคำตอบจากฉัน

“ไม่ได้มาด้วยกันครับ แต่ตามมาเพื่อจะได้เห็นในสิ่งที่ควรเห็น และควรตาสว่างได้แล้ว” แดนร่ายประโยคยาว ๆ ออกมา ก่อนที่มันจะส่งสายตาโกรธไปที่ท็อป

“ขนมตามท็อปมาเหรอ” เขาหันมาถามฉัน สีหน้าของเขาก็ยังคงปกติ แถมผู้หญิงคนนั้นก็ยังยืนอยู่ด้านหลังของเขาด้วยเช่นกัน

“อืม”

“ท็อปพาพี่มากินข้าว นี้พี่สาวท็อป” เขาพูดกับฉัน ก่อนที่จะส่งสายตาไปมองคนที่ด้านหลัง ส่วนคนที่ยืนอยู่ด้านหลังก็ยิ้มออกเล็กน้อย

“แต่ท็อปไม่มีพี่สาวนะ” แก้วเอ่ย

“พี่สาวที่คณะน่ะ มาเลี้ยงข้าวขอบคุณ” เขาตอบกลับมาทันทีเลยเหมือนกัน

“ขอบคุณเรื่องอะไรเหรอ” แก้มเอ่ยถามอีกครั้ง

“....”

“ตอบไม่ได้สินะ” ฉันพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เหนื่อยเต็มทน เหนื่อยที่ต้องมานั่งฟังคำแก้ตัวของคนตรงหน้า เหนื่อยที่ต้องมาคอยระแวง ฉันยอมรับว่าตั้งแต่คบกันมา ฉันใช้ชีวิตไม่มีความสุขเลยสักครั้ง

“ฟังกันก่อนนะขนม”

“เหนื่อยที่จะฟังแล้วท็อป”

“ทำไมถึงไม่ฟังอะไรกันบ้างเลย ขนม”

“เห็นกับตา ได้ยินกับหู ถามจริง ขนมต้องมานั่งถามอะไรจากท็อปเหรอ?” รอบนี้น้ำเสียงของฉันดังขึ้น และแน่นอนว่าตอนนี้ตรงที่ฉันยืนอยู่ มีแค่ฉันกับท็อปเท่านั้น ส่วนคนอื่น ๆ ถอยห่างออกไปยืนมองเหตุการณ์อยู่ห่าง ๆ แล้ว

“แต่…”

“ไม่ต้องพูดอะไรไปมากกว่านี้หรอก”

“ไม่คิดจะฟังกันบ้างเลยเหรอ”

“ขนมฟังท็อปมาตลอด ฟังตั้งแต่ที่เราคบกันวันแรกจนถึงวันนี้”

“ก่อนหน้านี้ ขนมไม่ได้ดื้อแบบนี้นะ”

“นั่นมันก่อนหน้านี้ไง แต่นี่มันตอนนี้แล้วก็เวลานี้”

ความเงียบเกิดขึ้นระหว่างกลางของเราทั้งสองคนอยู่นานหลายนาที ท็อปเลือกที่จะเงียบไม่พูดอะไรต่อ จนเป็นฉันเองนั่นแหละที่โคตรจะอึดอัด แล้วก็เป็นคนพูดมันออกมาเอง

“เราเลิกกันเถอะ” ฉันเป็นคนพูดออกไป ทั้ง ๆ ที่ฉันเป็นคนตั้งกฎนี้ขึ้นมาเอง ว่าต่อให้ทะเลาะกันหนักแค่ไหน ห้ามบอกเลิกกันด้วยอารมณ์

“ขนม!” เขาเรียกชื่อฉันเสียงดัง ทั้งที่ตอนนี้ทั้งฉันและเขา ยืนทะเลาะกันอยู่กลางห้างใหญ่ในตัวเมือง

“กลับไปคุยกันที่บ้านดีกว่าไหม” เสียงของแก้ม พูดขึ้นแทรกระหว่างกลางของเราทั้งสองคน

“ไม่มีอะไรจะคุย เชิญต่อเถอะ ขนมไม่รบกวน” ฉันพูดพลางส่งสายตาไปที่ผู้หญิงอีกคนที่ยื่นอยู่ด้านหลังของท็อป

เธอยืนมองดูเหตุการณ์ของฉันและท็อปอยู่เงียบ ๆ ด้วยสีหน้าท่าทางที่ปกติ เหมือนไม่ได้รู้สึกอะไรกับภาพตรงหน้า ทำนองที่ว่าเธอเจอแบบนี้จนชินแล้ว

หลังจากที่ฉันพูดประโยคนั่นจบ ฉันก็เดินออกจากตรงนั้นทันที ไม่ได้สนใจเสียงเรียกของใครทั้งนั้น เดินมาหยุดอยู่ที่หน้าห้าง ยืนคิดอะไรนิ่ง ๆ ฉันพยายามคิดทบทวนเรื่องราวของเราทั้งหมดที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ฉันคิดแค่ว่าถ้ามันจะต้องเจ็บปวด ฉันขอเจ็บปวดแบบรอบเดียวแล้วจบ ดีกว่ามานั่งเจ็บปวดแบบนี้ไปเรื่อย ๆ คิดอะไรไปเพลิน ๆ จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงรถที่คุ้นหูแล่นเข้ามาจอดอยู่ตรงหน้า ทำให้ฉันเงยหน้าขึ้นไปมอง

“กลับบ้านเรากันเถอะครับ” พี่เลย์ลดกระจกลงมา แล้วพูดกับฉันด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน

“ค่ะ”

ฉันเดินเปิดประตูขึ้นมานั่งอยู่บนรถ ทันทีที่รถเคลื่อนตัวออกไปอย่างช้า ๆ ก็มีมือ มือหนึ่งเอื้อมมากุมมือฉันไว้ ก่อนที่จะออกแรงบีบเบา ๆ ทุกครั้งที่ฉันเจอปัญหา พี่เลย์มักจะปลอบฉันด้วยการกระทำแบบนี้เสมอ เขาเป็นพี่ชายที่อบอุ่น แต่เขาพูดไม่เก่งเท่าไหร่ เขาเลยแสดงภาษากายมากกว่า ทุกครั้งที่ฉันเจออะไรที่แย่ ๆ มา เขามักจะกุมมือฉันแล้วออกแรงบีบเบา ๆ เพื่อให้ฉันรู้ว่าเขายังอยู่ข้าง ๆ ฉันเสมอ

“หนูโอเค... ถึงในใจมันจะเจ็บก็เถอะ” ฉันบอกออกไปตามที่ใจฉันคิด

“.…” มีเพียงเสียงเงียบเท่านั้นที่ตอบกลับมา

“พี่เลย์...ขนมเหนื่อยมามากพอแล้ว ขนมอยากจบ กับความรักที่มันเฮงซวยแบบนี้สักที”

“ตัดสินใจดีแล้วใช่ไหม”

“มันเฮงซวยขนาดนี้แล้ว ขนมตัดสินใจดีแล้ว”

“พี่รอเวลานี้มานานแล้ว ขนม”

“ขอโทษนะคะ ที่ไม่เคยเชื่อฟังเลย”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel