My love พี่คะ อย่าดุนักเลย

83.0K · จบแล้ว
สีดำ.
47
บท
2.0K
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

My love พี่คะ อย่าดุนักเลย [คีย์xขนม] “โตแล้วนะ ทำไมถึงยังงอแงเป็นเด็ก ๆ ไปได้” “ใครบอกว่าพี่โตแล้ว พี่โตแต่ตัวเท่านั้นแหละครับ” “555 ขนมเพิ่งรู้ ว่าพี่โตแต่ตัว” “เป็นแบบนี้เฉพาะกับ เมีย เท่านั้นแหละครับ” “เต็มปากเต็มคำเลยนะคะ” *** คีย์ อายุ 29 ปี เจ้าของร้านสักชื่อดัง ที่ร่วมหุ่นกับเพื่อน แต่ที่ร้านมีกฏว่าห้ามสักให้ผู้หญิง เป็นลูกคนเดียว มีเพื่อนสนิทสองคน คือ ขุนและทิว * ขนม อายุ 20 ปี นักศึกษาสาวสวย ที่ใครๆ ก็ต่างอยากครอบครองเธอทั้งนั้น ทว่าเธอดันมีคนที่ครองใจอยู่แล้วนี้สิ มีพี่ชายหนึ่งคน ชื่อเลย์ มีเพื่อนสนิทสามคน คือ แก้ม ฝัน และ แดน

นิยายรักโรแมนติกตลกรักหวานๆรักแรกพบโรงแรม/มหาลัยโรแมนติกผู้ชายอบอุ่นนักศึกษาฟินๆ18+

Episode 01 บทเรียนที่เลวร้าย

ทุกคนเคยมีบทเรียนของชีวิตกันทั้งนั้น ฉันเองก็มีเหมือนกัน บทเรียนที่เลวร้าย ไม่น่าจดจำเอาเสียเลยจริง ๆ

ความรักของทุกคน คงมีหลายแบบที่แตกต่างกันออกไป บางคนมีรักที่ดี บางคนมีรักที่เจ็บปวด บางคนคงมีรักที่สมหวัง หรือ...รักที่ได้ดั่งใจ

แต่กับฉัน...มันไม่ใช่เลย รักของฉันมันเป็นสิ่งที่เลวร้ายที่สุดเท่าที่มีมา ฉันสัญญากับตัวเองไว้เลยว่าครั้งนี้จะพอ และ คงเข็ดกับมันไปอีกนาน

“ทำไมถึงไม่ฟังอะไรกันบ้างเลย ขนม”

“เห็นกับตา ได้ยินกับหู ถามจริง ขนมต้องมานั่งถามอะไรจากท็อปเหรอ?”

“แต่…”

“ไม่ต้องพูดอะไรไปมากกว่านี้หรอก”

“ไม่คิดจะฟังกันบ้างเลยเหรอ”

“ขนมฟังท็อปมาตลอด ฟังตั้งแต่ที่เราคบกับวันแรกจนถึงวันนี้”

“ก่อนหน้านี้ ขนมไม่ได้ดื้อแบบนี้นะ”

“นั่นมันก่อนหน้านี้ไง แต่นี่มันตอนนี้ แล้วก็เวลานี้”

นั่นคือ ท็อป แฟนคนแรกของฉัน ได้ยินไม่ผิดหรอก แฟนคนแรกจริงๆ เราคบกันมาห้าปีแล้ว เป็นห้าปี ที่ฉันปิดหู ปิดตา มาโดยตลอด ทุก ๆ คนรอบข้างฉัน ต่างก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ‘เลิกเถอะ’

แต่ฉันมันคนดื้อดึงไง ที่คิดว่าจะปรับเปลี่ยนคน ๆ หนึ่งได้ แค่สุดท้ายก็ล้มเหลวไม่เป็นท่าอยู่ดี

เราคบกันตั้งแต่ตอนฉันอายุ15 จนตอนนี้ฉันอายุ20ปี บริบูรณ์ ทุกครั้งฉันมักปิดหูปิดตากับสิ่งที่ได้ยินจากคนอื่น หรือที่ได้ยินเอง ฉันมักจะทำเป็นคนขว้างโลก ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น เพราะฉันคิดแค่ว่า ฉันเปลี่ยนได้ แต่แล้ววันนี้ความคิดฉันอยู่ ๆ มันก็เปลี่ยนไป ฉันเลือกที่จะไม่ทนมันอีกต่อไปแล้ว พอกันทีกับความรักที่มันเฮงซวยแบบนี้ ไม่เอาอีกแล้ว

“เราเลิกกันเถอะ” ฉันเป็นพูดออกไป ทั้ง ๆ ที่ฉันเป็นคนตั้งกฎข้อนี้ขึ้นมาเอง ว่าต่อให้ทะเลาะกันหนักแค่ไหน ห้ามบอกเลิกกันด้วยอารมณ์

“ขนม!” เขาเรียกชื่อฉันเสียงดัง ทั้งที่ตอนนี้ทั้งฉันและเขา ยืนทะเลาะกันอยู่กลางห้างใหญ่ในตัวเมือง

“กลับไปคุยกันที่บ้านดีกว่าไหม” เสียงของแก้ม เพื่อนสนิทฉันพูดขึ้นแทรกระหว่างกลางของเราทั้งสองคน

“ไม่มีอะไรจะคุย เชิญต่อเถอะ ขนมไม่รบกวน” ฉันพูดพลางส่งสายตาไปที่ผู้หญิงอีกคนที่ยื่นอยู่ด้านหลังของท็อป

เธอยืนมองดูเหตุการณ์ของฉันและท็อปอยู่เงียบ ๆ ด้วยสีหน้าท่าทางที่ปกติ เหมือนไม่ได้รู้สึกอะไรกับภาพตรงหน้า ทำนองที่ว่าเธอเจอแบบนี้จนชินแล้ว

3 ชั่วโมง ก่อนหน้านี้

ฉันที่นั่งเล่นอยู่ที่มหาลัย เพราะตอนนี้ไม่เรียนแล้ว เลิกเรียนแล้ว แต่นั่งรอท๊อปมารับเหมือนเช่นทุกครั้ง ปกติแล้วเขาจะเป็นคนไปรับไปส่งฉันตลอด เราทั้งคู่คบกันแบบเปิดเผย ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายรับรู้

“กูรู้สึกว่าช่วงนี้ มึงไม่ค่อยตาม ท็อปเท่าไหร่นะ” แก้มถามขึ้น ทำให้ฉันหันกลับไปสนใจที่มันทันทีเลยเหมือนกัน เพราะอยู่ ๆ มันก็ถามขึ้นมาแบบดื้อ ๆ

“กูคง...เหนื่อยแล้วมั้ง” ฉันตอบมันกลับแบบปัด ๆ เพราะก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร

“เหนื่อย?”

“อืม เหนื่อย”

“เท่าที่รู้มา มึงไม่เคยพูดว่าเหนื่อยกับความรักของมึงเลยนะ” รอบนี้เป็นน้ำเสียงจริงจังของฝันที่พูดขึ้น

“กู…” ทำเอาสะฉันไปไม่เป็นเลย

“กูเข้าใจมึงนะขนม อะไรที่เราต้องพยายามอยู่ฝ่ายเดียว บ้างครั้งมันก็เหนื่อย”

“กูพยายามมาตลอด พวกมึงก็เห็น”

“เห็น...เห็นมาตลอดนั้นแหละ แต่คนที่ดื้อดึงคือมึงเอง โทษใครไม่ได้” ครั้งนี้คนที่พูดคือแดน มันพูดด้วยนะเสียงที่เข้มขึ้น

“ก็จริงอย่างที่พวกมึงว่า คนที่ดื้อดึงมันคือกูเอง”

“ถ้าเลือกผิด ก็แค่เลือกใหม่”

“นั่นดิ ทำไมต้องมานั่งอดทนหรือพยายามอะไรแบบนี้ด้วย”

“ความรักมันคือความสุข อาจจะสุขคนละแบบ แต่กูมันมั่นใจว่าตอนที่รักกันมันคือความสุขแน่นอน แต่มึงถามตัวเองดูสิ ตั้งแต่รักกับมันมา มึงมีความสุขจริง ๆ สักครั้งบ้างไหม” ประโยคนี้แดนเป็นคนพูดขึ้น เป็นประโยคที่จริงจัง และนี้ไม่ใช่ครั้งแรก ที่ได้ยินประโยคจริงจังแบบนี้ของมัน

“กู…”

“กู...กูอยู่นั้นแหละ โน่นดูโน่น” ฝันพูดไป พลางส่งสายตาไปที่อีกคน ทำให้ฉันและทุกคนหันไปมองตามสายตาของฝัน

ภาพตรงหน้าคือ ท็อปกับผู้หญิงคนหนึ่ง ดูจากการแต่งตัวแล้วเธอคงจะเป็นรุ่นพี่พวกเรา แต่แปลกที่ทำไม ท็อปถึงกล้าควงคนในมหาลัยนี้ ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ คนที่ท๊อปควงมักจะเป็นคนนอกมหาลัยทั้งนั้น

ทั้งคู่เดินกันอยู่ห่างจากตรงที่ฉันนั่งอยู่พอสมควร ก่อนที่ทั้งคู่จะเดินขึ้นรถไปพร้อมกัน แล้วรถก็ถูกขับเคลื่อนออกไปจนพ้นจากสายตาของฉัน

ไม่ต้องสงสัยหรอกว่าทำไม ฉันถึงรู้ว่าเขาควงใครบ้าง ก็บอกแล้วว่าฉันปิดหูปิดตาเก่งที่สุดแล้วจริง ๆ

“ไม่ตามไปเหรอ” แดนถามขึ้น ทำให้ฉันหันกลับมาตามเดิม

“...ไม่รู้ว่าไปที่ไหนกัน จะให้ตามยังไง”

“แต่กูรู้นะ” แดนยกยิ้มที่มุมปากขึ้นมา ก่อนที่จะส่งสายตาเจ้าเล่ห์มาที่ฉัน

“แสดงว่าอีนั่น มึงเคยกินแล้ว” ฝันพูดขึ้น ก่อนที่จะหันไปกดดันเพื่อที่จะเอาคำตอบจากมัน

“ก็ไม่เชิงหรอก เอาเป็นว่ากูรู้ก็แล้วกัน”

“ยังไง”

“ขอเวลาก่อน สักครึ่งชั่วโมง แล้วจะบอก”

“อืม”

บทสนทนาของทุกคนหยุดลงที่ตรงนั้น ก่อนความเงียบจะเข้ามาแทรกกลางระหว่างทุกคนอีกครั้ง นานนับครึ่งชั่วโมงที่ทุกคนเอาแต่เงียบ ต่างก็สนใจแต่โทรศัพท์มือถือของตัวเอง

จนแดนมันเงยหน้าขึ้นมามองที่ฉันอีกครั้ง

“ลุก!”

“อะไร?” ฉันพูดขึ้นทันที ที่อยู่ๆ มันก็มาบอกให้ฉันลุก

“อยากตามพวกนั่นไปไม่ใช่เหรอ”

“มึงรู้แล้วเหรอ?”

“อืม”

“ที่ไหน?”

“ห้างในตัวเมือง”