บทที่ 1.6
ที่หน้าห้องจัดงานศพมีเสียงทะเลาะกันดังขึ้น คุณนายเสิ่นกำลังด่าว่าพี่ชายของหญิงสาว หาว่าเขาฮุบเอาเงินของลูกชายไป
“เงินนั่นอาเหยียนกับแม่หนูนั่นเก็บมาด้วยกันเพราะวางแผนแต่งงาน อย่างน้อยๆ ก็ต้องคืนมาครึ่งหนึ่งสิ นี่อะไรเป็นคนอื่นแท้ๆ ยังจะมากีดกัน คิดจะฮุบเอาไว้ทั้งหมดเหรอ ฝันไปเถอะ ใครๆ เขาก็รู้ว่าสองคนนี้คบและกำลังจะแต่งงานกัน”
“พวกเขาเลิกกันแล้ว” จูซางก้าวเข้ามา
“อาซางเธอก็อย่าเหลวไหลสิ พวกเราแค่ทะเลาะกันนะ” เสียงทุ้มนั้นทำให้หญิงสาวเลิกคิ้ว นึกไม่ถึงจริงๆ ว่าแม้แต่เสิ่นเหยียนก็มาร่วมเล่นละครกับผู้เป็นแม่ เงินนั่นเป็นเงินของเธอคนเดียวชัดๆ พวกเขาสองแม่ลูกคิดจะเล่นละครฮุบเงินเก็บของเธอที่ลำบากหามาแทบตาย?!
“บ้าน...เราสองคนก็ไปดูมาแล้ว เธอเช็คได้เลยฉันมีเบอร์โทร.ของนายหน้าคนนั้น”
จูซางพูดไม่ออก เสิ่นเหยียนพูดต่อ “เราสองคนทะเลาะกันแต่ก็พูดคุยกันเข้าใจแล้ว เพราะงี้เช้าวันนั้นผมก็เลยไปหาเว่ยเว่ย ไปรับเธอเพื่อไปวางมัดจำบ้าน เงินนั่นพวกเราสะสมเก็บหอมรอบริบมาด้วยกันตั้งแต่เริ่มทำงาน...”
ตลับพลาสติกลอยหวือกระแทกกับกับศีรษะของเขา ทุกคนเบิกตาอ้าปากค้างมองไปยังต้นทาง เห็นอวี่จิ้งที่โกรธจัดกำลังวิ่งเข้ามา
“ไอ้ผู้ชายเฮงซวยไร้ยางอาย!! เงินนั่นแกไปร่วมเก็บหอมรอมริบกับฉันตั้งแต่เมื่อไหร่กัน! ตอแหล! ฉันทำงานเก็บเงินแทบตายกว่าจะหามาได้ คิดชุบมือเปิบ? ฝันไปเถอะ!”
หญิงสาวตรงเข้าไปกระชากผมของเขา ด้านหลังมีท่อนแขนสอดเข้ามาเกี่ยวเอวคอดลากออกมา สองมือของหญิงสาวยังขยุ้มศีรษะของเขา คุณนายเสิ่นเห็นท่าไม่ดีก็เลยปราดเข้ามา
“หยุดเดี๋ยวนี้! เธอเป็นหลานสาวคนเดียวของประธานอวี่ ลองคุณลงมือกับเธอดูสิ!”
เสียงอันทรงอำนาจทำทุกคนหยุดมือ ซือถูเว่ยเองก็ชะงักเผลอปล่อยมือ เธอคุ้นหน้าชายหนุ่มที่มาใหม่คนนี้มาก แต่จำไม่ได้ว่าเคยเห็นที่ไหน อีกทั้งตอนนี้ไม่มีสมาธิมาคิดเพราะโกรธมาก!
คุณนายเสิ่นอ้าปากค้าง เสิ่นเหยียนลูบศีรษะของตัวเอง ทุกคนมองมาที่หญิงสาวเป็นตาเดียวกัน ทั้งสงสัย ไม่เข้าใจ สับสน และไม่อยากเชื่อ
“ให้ตาย...” ซือถูเว่ยแอบสบถกับตัวเองเบาๆ ขืนพูดสิว่าเธอนี่ละซือถูเว่ย คนที่นี่จะได้จับเธอส่งให้จิตแพทย์ปะไร “ฉันเป็นพยานได้ว่าพวกเขาเลิกกันแล้ว แถมเงินนั่นเว่ยเว่ยทำงานเก็บเงินด้วยตัวเอง ฉันเป็นเพื่อนของเว่ยเว่ย เขาปรึกษาฉันเรื่องเงินมาตลอด”
“ไม่จริง... จะเป็นไปได้ยังไงในเมื่อ...”
“คุณนายเสิ่น ถ้ายังยืนยันแบบนั้น งั้นคุณบอกมาสิว่าเว่ยเว่ยฝากเงินครั้งสุดท้ายวันไหน” พูดจบหญิงสาวก็มองไปที่เสิ่นเหยียน “เงินทั้งหมดในบัญชีมีเท่าไหร่”
“ผม...ผมเองก็ไม่แน่ใจ”
“ไม่รู้? แล้วมาขอแบ่งครึ่งนึงนี่คิดว่าจะได้เท่าไหร่ แล้วถ้ามันไม่เคยมีเลยล่ะ หลักฐานที่ว่าสะสมเงินมาด้วยกันล่ะ”
“ผมให้เงินสดดังนั้นก็เลยไม่มีหลักฐานการโอน”
“ได้ งั้นให้ครั้งละเท่าไหร่ ให้มากี่ครั้ง วันไหนบ้าง ดูประวัติการฝากก็รู้แล้วว่าตรงกันมั้ย”
“แต่...ผมให้ไปเว่ยเว่ยก็สมทบด้วยทุกครั้ง ยอดไม่แน่นอน”
“อ้อ งั้นครั้งสุดท้ายให้ตอนไหนเจาะจงวันมา แล้วเว่ยเว่ยไปฝากเงินวันไหน ธนาคารอะไร สาขาไหน ฝากผ่านอะไรโอนหรือผ่านพนักงานธนาคาร”
เสิ่นเหยียนหน้าซีด...
“ไม่รู้ละสิ ได้ งั้นที่บอกว่าไม่ได้เลิกกันมั่นใจใช่มั้ย”
“มะ...มั่นใจครับ” เขาดูไม่มั่นใจสักนิด
“ได้งั้นไปขอดูกล้องวงจรปิดที่ร้าน XXX ที่ร้านนั้นได้ยินมาว่าบันทึกทั้งภาพและเสียงได้ด้วย จะได้รู้ว่าบอกเลิกกันจริงมั้ย”
“แต่วันนั้นเราทะเลาะกัน พวกเราคืนดีกันแล้วครับ”
“ที่ไหน เมื่อไหร่” หญิงสาวต้อนเขาด้วยสายตาแข็งกร้าว
“ทะ...ที่หน้าอพาร์ทเม้น”
“อ้อที่นั่นก็มีวงจรปิด วันไหนละจะได้ขอดูถูกวัน ขอช่วงเวลาด้วย”
เสิ่นเหยียนกลืนน้ำลาย คุณนายเสิ่นทนไม่ไหวดันลูกชายถอยออกมาแล้วตัวเองเดินไปขวาง “เธอเป็นคนนอก พวกเขาเป็นแฟนกันจะไปรู้อะไร”