บท
ตั้งค่า

บทที่ 1.7

“ฉันเป็นคนนอก? แต่ฉันรู้นะว่าเว่ยเว่ยฝากเงินครั้งสุดท้ายวันไหน ธนาคารอะไร ฝากเท่าไหร่ ฝากผ่านอะไร ยังรู้แม้กระทั่งรหัสเข้าห้องที่อพาร์ทเม้น เก็บสมุดบัญชีไว้ที่ไหน ยอดเงินทั้งหมดเท่าไหร่ ยังรู้ด้วยว่าที่เลิกกันเพราะคุณบอกเว่ยเว่ยว่าถ้าจะแต่งงานก็ไม่ขัด แถมคุณจะช่วยออกเงินซื้อบ้านครึ่งหนึ่ง แต่ข้อแม้ก็คือบ้านต้องเป็นชื่อของลูกชายของคุณคนเดียว”

ทุกคนสูดปากมองคุณนายเสิ่นที่เลิ่กลั่ก จูซางเองก็รู้แต่ยังไม่รู้ลึกไปกว่าหญิงสาวตรงหน้า อยากถาม อยากซัก แต่ตอนนี้เห็นอีกฝ่ายทำให้คุณนายเสิ่นพูดไม่ออกก็เลยปล่อยตามน้ำ

“คุณยังเคยพูดว่าเว่ยเว่ยเป็นคนไร้ยางอายคิดปอกลอกลูกชายคุณด้วย ตอนนี้ใครกันแน่ที่ไร้ยางอายคิดปอกลอกแม้แต่คนที่ตายไปแล้ว” ซือถูเว่ยพูดเสียงเย็น “เงินนั่นไม่ว่าจะยังไงก็เป็นสิทธิ์ของญาติที่ถูกต้องตามกฎหมาย คุณคิดว่าตัวเองเป็นใครจะมาชุบมือเปิบ คิดว่าเขาจะไม่สืบสาว? คิดว่าตัวเองฉลาดแล้วคนอื่นโง่กันหมด?”

คุณนายเสิ่นกระแอมมองไปรอบๆ “ฉัน...เถียงสู้เธอไม่ได้ พวกเธอคนมากกว่า ฉันจะต้องแจ้งความ ใช่ๆ เอาแบบนี้ละ ให้ขายหน้ากันให้หมด”

“เอาสิ! แจ้งความเท็จนี่โทษหนักมั้ยนะ ให้ตำรวจเป็นคนหาหลักฐานก็ดี ฉันพร้อมเป็นพยาน! ขนาดเถียงกับฉันคุณยังหาข้อโต้แย้งไม่ได้ ตำรวจเขาไม่ใจดีหรอกนะคุณ ทำผิดก็ติดคุกสถานเดียว โลภมากอย่างคุณกับลูกก็มาลองดูว่าใครจะติดคุก คุณหรือฉัน! คราวนี้ละถ้าแพ้คดีขึ้นมาลูกชายคุณชาตินี้อย่าหวังจะได้แต่งงาน ใครเขาจะยกลูกสาวให้แต่งกับคนที่คิดจะฮุบแม้แต่เงินของแฟนเก่าที่ตายไปแล้ว”

คุณนายเสิ่นรีบลากลูกชายออกไป เชื่อว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วที่กล้ามาก่อกวนงานศพ กล้ามาเรียกร้องเงินของคนตาย...

รู้ตัวอีกครั้ง...ทุกคนก็ยังมองหญิงสาวด้วยท่าทางสงสัย “ฉัน...รู้จักกับเขาค่ะ ขอเข้าไปได้มั้ยคะ แล้วก็...ขอโทษที่แต่งตัวไม่สุภาพ” เธอสวมชุดคนไข้ของโรงพยาบาลในขณะที่ทุกคนแต่งชุดดำ

“ผอ.อวี๋ คุณมาได้ยังไงครับ”

ด้านหลังซือถูหนานทักทายชายคนนั้น ในที่สุดหญิงสาวก็นึกออก ...ว่าแล้วว่าทำไมคุ้นหน้าเขาจัง ชายหนุ่มเมื่อครู่แท้ที่จริงก็คือ...อวี๋คุน ผู้อำนวยการฝ่ายการเงินของบริษัทในเครือตระกูลอวี่นี่เอง เงยหน้าขึ้นมองรูปของซือถูเว่ย “แล้วฉันต้องทำยังไงละในเมื่อตัวฉันตายไปแล้ว” หญิงสาวพึมพำกับตัวเองเสียงเบา

ตอนเดินออกมายังเผลอ “ขอบคุณค่ะ”

คุณหนูอวี่ค้อมศีรษะขอบคุณซือถูหนานที่จัดงานศพให้น้องสาวตัวเอง ใครเห็นหรือได้ยินก็คงคิดเหมือนกัน นั่นก็คือ...พิลึกคน

เดินมาจนถึงหน้าลิฟต์ก็เห็นว่าเฉิงเสวียนกำลังถือตะกร้ากงจู่เฉ่าเหมยเข้าไป หญิงสาวหยุดเดินจากนั้นก็ถอนหายใจ นึกไม่ถึงว่าอยู่ๆ ท้องก็ร้องขึ้นมา...

เสียงหัวเราะดังขึ้นจากด้านหลัง เป็นอวี๋คุนที่เดินตามมาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ซือถูเว่ยมองเขาด้วยความสงสัย

...สนิทกันหรือเปล่านะ “คือ...ฉันว่าชั้นล่างต้องมีร้านอาหารของโรงพยาบาล”

เขาพยักหน้า

“ฉันไม่ได้เอาอะไรติดตัวมาเลย พอจะให้ฉันยืมสักร้อยหยวนได้มั้ยคะ” เอาน่า…หน้าด้านเข้าไว้ ร้อยหยวนเองเขาไม่น่าจะตระหนี่

“ตามมาสิ” เขากลับเดินนำไปที่บันไดซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก

เธอหิวจริงๆ นะ แถมยังไม่อยากกลับไปเผชิญหน้ากับคู่หมั้นของอวี่จิ้ง กลัวว่าเขาจะจับได้ว่าตัวเองไม่ใช่เจ้าของร่าง ถึงจะใช้ข้ออ้างที่ว่าจำใครไม่ได้ ยังไงก็กลัวว่าจะหลุดทำตัวน่าสงสัย

เอาละ...ในเมื่ออวี๋คุนเสนอตัว ด้านนอกก็มีคนมากมาย ดีกว่ากลับไปเผชิญหน้ากับเฉิงเสวียนตามลำพัง เพราะยังไงป้าหงก็คงหาโอกาสให้หญิงสาวอยู่กับอีกฝ่ายเพื่อคืนดีกัน

“จะกินอะไรล่ะ”

มองไปรอบๆ ตัวเลือกมีไม่มากนัก “ข้าวปั้นห่อสาหร่ายกับนมเปรี้ยว? …ได้มั้ยคะ” เขาเดินนำหน้าไปอีกแล้ว จัดการซื้อข้าวปั้นสามเหลี่ยมมาสี่ลูก นมเปรี้ยวอีกสองขวด
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel