บทที่ 1.4
อาทิตย์ถัดมาที่ทำงานเกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ว่ากันว่าหัวหน้าฝ่ายงานแปลที่มาใหม่เป็นเด็กเส้น อีกฝ่ายตำหนิงานแปลที่เป็นหัวข้อข่าวของทุกๆ คน แต่ก็ไม่ระบุว่ามันผิดพลาดตรงไหน
ตอนที่งานของซือถูเว่ยถูกตีกลับมา หญิงสาวต้องอยู่แก้จนถึงตีสอง แต่พอส่งงานทางอีเมล์อีกฝ่ายกลับไม่อนุมัติ ร้อนถึงเธอต้องรอจนสว่าง ทั้งนี้ก็เพราะงานนี้จะต้องส่งให้บรรณาธิการเรียบเรียงอีกทอดหนึ่ง
“ไม่เป็นมืออาชีพเลย”
“ได้ยินมาว่าไฟแรง แต่แรงแบบอยากแสดงอำนาจน่ะ ทำงานไม่เป็นสักอย่าง ภาษาอังกฤษก็ไม่ได้เรื่อง”
“รู้ได้ยังไง”
“ฉันได้ยินเขาพูดน่ะสิ จีนคำ อังกฤษคำ เหมือนพูดไม่คล่องแต่ที่ไม่คล่องน่ะภาษาอังกฤษนะ”
“ลำบากเว่ยเว่ยเลย กลับบ้านไปพักเถอะอยู่ทำงานทั้งคืน”
“งั้นกลับก่อนนะคะ” ตอนลุกขึ้นก็รู้สึกวูบแต่ก็ทรงตัวอยู่ได้ ตอนลงลิฟท์มาอาการปวดหัวเริ่มเล่นงานเธออีกแล้ว “สงสัยต้องหาเวลาไปหาหมอสักครั้ง”
หน้าตึกตอนเดินออกมาก็เห็นเสิ่นเหยียนยืนอยู่ เขาโบกมือให้ แค่เห็นหน้าก็เครียดแล้วซือถูเว่ยยกมือขึ้นนวดขมับ อาการปวดหัวยิ่งมาก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น ตอนเดินเลี่ยงไปอีกด้านกลับหน้ามืดหายใจไม่ออก
ร่างกายมีบางอย่างผิดปกติ มือสั่น จากนั้นก็วูบไปไม่รู้สึกตัวอีก...
อา...
ปวดระบมไปทั้งตัว... หญิงสาวขยับตัวช้าๆ หน้าผากเต้นตุบๆ ปวดหัวจนต้องหลับตาอีกครั้ง ตอนขยับมือถึงได้รู้ว่ามีสายน้ำเกลืออยู่
“โรงพยาบาล??” กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อกับแอร์เย็นเฉียบ ในห้องพิเศษที่ทั้งกว้างขวางและเงียบสงบ
ไม่รู้ว่าหลับไปนานแค่ไหนแต่ตื่นมาแล้วแม้จะปวดศีรษะแต่กับนับว่ากระปรี้กระเปร่ามาก ซือถูเว่ยมองไปรอบๆ เพราะคอแห้ง กาน้ำว่างเปล่ามีแก้วน้ำที่หงายขึ้นเพราะถูกใช้แล้ว
ร่างกายก็ดีขึ้นแล้วเธอไม่ชอบโรงพยาบาลดังนั้นก็เลยดึงเข็มน้ำเกลือออก... หิวน้ำมากก็เลยเดินออกมาจากห้องพร้อมกาน้ำร้อน หน้าลิฟท์มีเสียงคนคุยกันเบาๆ ตอนเห็นว่าเป็นใครหญิงสาวรีบวิ่งไปหาแต่ไม่ทัน
เสียงพยาบาลที่นั่งอยู่อีกฝั่งคุยกันดังขึ้น “เขาไปแล้วเหรอ”
“ใคร”
“ก็คุณซือถูไง หล่อมากเลยนะ”
“อ๋อ เขาเหรอ อืมหล่อ ได้ยินมาว่าเป็นผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของบริษัทในเครือตระกูลอวี่ ทั้งหล่อทั้งเก่ง เสียดายที่มีแฟนแล้ว”
“ได้ยินมาเหมือนกัน ว่าแต่ที่ชั้นสองน้องสาวเขาจริงๆ เหรอ ไม่เคยได้ยินว่าเขามีน้องสาวนี่”
“นั่นสิ”
“ก็คงใช่แหละถ้าไม่ใช่ประธานจางก็คงไม่มาหรอก ถ้าเป็นเมียเก็บมีเหรอประธานจางจะลดตัวมา”
ชั้นสอง?? ได้ยินแบบนั้นซือถูเว่ยก็รีบไปที่ลิฟท์ลงไปที่ชั้นสอง เห็นป้าย...ห้องจัดงานศพ หญิงสาวขมวดคิ้วแน่น เดินไปเรื่อยๆ ก็เห็นซือถูหนานกำลังยืนอยู่กับจูซาง
“สองคนนี้รู้จักกันตั้งแต่เมื่อไหร่??” หญิงสาวกำลังจะอ้าปากเรียกแต่ก็เห็นจูซางลากพี่ชายไปที่มุมทางเดิน เพราะสงสัยก็เลยเดินตามไปแอบฟัง
“คุณให้พวกเขามายุ่งไม่ได้นะคะ คนพวกนั้นไม่หวังดี พวกเขาเลิกกันแล้ว เงินนั่นไม่เกี่ยวอะไรกับเสิ่นเหยียน นั่นเป็นเงินเก็บของเว่ยเว่ยคนเดียว ถึงมันอาจไม่ได้มากมายสำหรับคุณ แต่ฉันมั่นใจว่าหากเว่ยเว่ยเลือกได้ เขาต้องเต็มใจให้คุณเก็บเอาไว้มากกว่าให้คนพวกนั้นได้ไป”
“เขาอ้างว่าเขาเองก็มีส่วนในเงินนั่น พวกเขาวางแผนที่จะซื้อบ้านด้วยกัน อีกอย่าง...ผมก็ไม่ได้สนิทกับน้องสาวถึงขั้นนั้น เขามีทุกอย่างในวันนี้ด้วยตัวเอง ผมไม่คิดว่าเขาจะไว้ใจผมขนาดนั้น”
“ก็ใช่ แต่เงินนั่นเขาไม่มีส่วน ฉันรู้ว่าคุณไม่ขาดเงิน แต่คุณเป็นญาติหนึ่งเดียวที่เหลืออยู่ของเว่ยเว่ย ไม่ว่าจะยังไงคุณก็ให้พวกเขาแตะต้องเงินนั่นไม่ได้ จะบริจาคก็ดี จะทำบุญก็ช่าง แต่มอบให้พวกเขาเป็นสิ่งสุดท้ายที่เว่ยเว่ยจะทำแน่นอน พวกเขาเป็นคนที่น่ารังเกียจ เว่ยเว่ยก็ตายไปแล้วยังคิดจะฮุบเอาเงินของเว่ยเว่ยอีก”
“ตะ...ตาย? หมายความว่ายังไง!!”