บทที่ 1.2
“ถ้ายังต้องเป็นแบบนี้ สู้ไม่แต่งเลยดีกว่า”
ดังนั้นซือถูเว่ยจึงบอกเลิกกับแฟนหนุ่มที่คบหากันมามากกว่าหกปี...
ชีวิตราบรื่นที่วางแผนอนาคตเอาไว้ดิบดีพังครืน... แต่หญิงสาวไม่เสียใจสักนิด “ซางซางออกมากินเหล้าด้วยกันมั้ย”
จูซาง เพื่อนสนิทหนึ่งเดียวของหญิงสาว ทั้งสองทำงานที่เดียวกัน คบหากันไม่กี่ปีก็สนิทกันเหมือนพี่น้อง พูดคุยกันได้ทุกเรื่อง
“เกิดอะไรขึ้นอีกละ”
“ฉันเลิกกับอาเหยียนแล้ว”
จูซางถอนหายใจรินเหล้าให้เพื่อนสาว “อือ ดีแล้ว นี่ชีวิตเธอนะ จะยอมให้ใครก็ไม่รู้มาบงการได้ยังไง นั่นความฝันของเธอทั้งชีวิต...การซื้อบ้านน่ะ เธอเก่งออกขนาดนี้ยังไงก็ต้องมีคนที่เหมาะสมมากกว่าเขา ลูกแหง่ที่ไม่มีความคิดเป็นของตัวเองแบบนั้นปล่อยไปเถอะ เขาไม่คู่ควรกับเธอสักนิด”
“อือ ขอบใจนะ รู้สึกดีขึ้นมากเลย ฉันยังนึกว่าเธอจะบอกให้ทนอีกหน่อยเสียอีก”
“ฉันไม่ได้โง่นะ เรื่องซื้อบ้านน่ะสำคัญต่อชีวิตผู้หญิงมาก หลังแต่งงานเขาจะเปลี่ยนไปเท่าไหร่เธอก็ไม่รู้ ถ้าอยู่ๆ เขาไล่ออกจากบ้านจะทำยังไง”
“อือ”
เสิ่นเหยียนยังตามง้องอนหญิงสาว เขาถึงกับมาดักรอหลังเลิกงานเพราะซือถูเว่ยไม่รับสายเขา ตอนนั่งคุยกันที่ร้านกาแฟ เขายื่นแหวนคืนให้หญิงสาว “ผมรักคุณคุณก็รู้ จะให้ผมทำยังไงผมยอมทั้งนั้น เว่ยเว่ยเรากลับมาคืนดีกันเถอะนะ เรื่องบ้านผมจะตามใจคุณก็ได้”
“แล้วคุณจะบอกแม่คุณว่ายังไง”
เขาชะงักขมวดคิ้ว “ให้เวลาผมหน่อย แม่ต้องเข้าใจเราแน่ๆ หรือไม่งั้นเราอย่าเพิ่งซื้อบ้าน ย้ายเข้าไปอยู่บ้านผมก่อน แล้วเราค่อยๆ กล่อมให้แม่ยอม”
ตอนนั้นเองที่มีเสียงตวาดดังขึ้น “อาเหยียนไหนแกบอกว่ามีโอที แล้วนี่มาทำอะไรที่นี่ไหนว่าเลิกกันแล้ว”
ทายสิว่าใคร...ปิ๊งป๊อง คุณนายเสิ่นแม่ของเขาอย่างไรละ!!
“นี่หล่อนยังไม่ชัดเจนอีกเหรอว่าฉันไม่ยอมให้ลูกชายแต่งกับเธอ เธอยังจะมาเกาะแกะเขาอีกทำไม ผู้หญิงสมัยนี้นี่ทำให้ฉันพูดไม่ออกจริงๆ ยังไม่แต่งเข้าผู้ใหญ่พูดอะไรก็เอาแต่ปฏิเสธ ตอนนี้ยังมาเจอเขาลับหลังฉัน ทำไม...คิดจะปอกลอกครอบครัวฉันเหรอ ฉันเห็นว่าเธอเป็นเด็กกำพร้าไม่มีญาติก็เลยสงสาร ที่ไหนได้เก่งกาจกร้านโลกกว่าที่ฉันคิด”
“คุณป้าคะ ก่อนจะพูดรบกวนตรึกตรองสักนิดนะคะ ที่นี่ไกลจากที่ทำงานของเขาค่อนโลก บอกว่าฉันมาเกาะแกะเขานี่ไม่เกินไปหน่อยเหรอคะ หรือใช้ตรรกะโทษคนอื่นก่อนค่อยโทษลูกชายตัวเอง ใครเกาะแกะใครยังไม่ชัดเจนอีกเหรอคะ”
“ไร้การอบรมเถียงผู้ใหญ่ฉอดๆ! ไม่มีมารยาท!!” อีกฝ่ายดูทั้งโกรธและอับอาย ยื่นมือไปคว้าแก้วน้ำสาดออกมา
ซือถูเว่ยถูกดึงไปด้านหลัง มีใครบางคนขยับเข้ามาขวางเธอ ดังนั้นน้ำแก้วนั้นก็เลยสาดลงบนตัวเขา... เงยหน้าขึ้นมองเขา ...ซือถูหนาน
“พะ...พี่?!”
เขาถอนหายใจมองมาที่หญิงสาวแวบหนึ่ง “คุณน้าครับ ผมว่าคงมีการเข้าใจผิด น้องสาวของผมมีงานทำ มีเงินเก็บ แถมเขายังมีพี่ชาย ยังมีครอบครัว เรื่องที่เขาจะปอกลอกลูกชายคุณ ผมว่าคงเป็นไปไม่ได้ ที่นี่ใกล้ที่ทำงานของเว่ยเว่ย การกล่าวหาว่าเว่ยเว่ยเกาะแกะลูกชายของคุณไม่ไร้เหตุผลไปหน่อยเหรอครับ”
“แกเป็นใคร ยุ่งอะไรด้วย พี่ชาย? ฉันไม่เคยรู้ว่าเด็กคนนี้มีพี่ชาย อ้อ หรือว่าชู้รักละ ไม่มียางอายจริงๆ อาเหยียนแกดูไว้นะ ผู้หญิงคนนี้ถึงกับให้ชู้รักออกหน้าแทนให้” ไม่พูดเปล่ามือก็คว้าแก้วน้ำขึ้นมาอีก แต่...ไม่ทัน
ซือถูเว่ยคว้าเอาไว้ก่อน จากนั้นสาดไปที่เสิ่นเหยียน เขาเปียกชุ่มและ...งุนงง
“แกทำอะไร!! แกสาดน้ำใส่ลูกชายฉันทำไม”
“แล้วทำไมคุณสาดน้ำใส่คนอื่นได้ละคะ ทำไมฉันทำบ้างไม่ได้”
“แก! อาเหยียนแกดูนะ มันปกป้องกันอย่างกับชู้รัก แบบนี้ไม่ผิดแน่”
“ชู้รัก??” ด้านหลังมีเสียงผู้หญิงอีกคนดังขึ้น
เสิ่นเหยียนถึงกับหน้าซีด “ทะ...ท่านประธาน?!”