My Baddy [6] ปีสุดท้าย
6
ปีสุดท้าย
“อยู่ด้วยกันแปบเดียวก็ต้องห่างลูกชายอีกแล้ว” ปิดเทอมใหญ่สองเดือนผ่านไปไวมาก
“ว่าง ๆ ผมจะเเวะมาหานะครับ” ศิริลักษณ์ช่วยยกสัมภาระของลูกจัดไว้ท้ายรถ แม้ว่าลูกชายจะห้ามแต่เธอก็ไม่ยอม
“ขาดเหลืออะไรก็ทักมาหาป้าในไลน์ก็ได้ค่ะ”
“เดี๋ยวป้าให้มะนาวช่วยอ่านให้“ ป้าแม้นเล่นโทรศัพท์โซเชี่ยลไม่เป็นกดรับโทรเข้าโทรออกเป็นอย่างเดียว บัญชีไลน์ก็มีหลานสาวสมัครให้
“ขอบคุณครับ”
“ผมไปก่อนนะครับ” ร่างสูงเดินเข้าไปในรถหรูก่อนจะสตาร์ทเครื่องยนต์ รถเริ่มเคลื่อนที่ออกจากตัวบ้านไปอย่างช้า ๆ เขามองกระจกด้านข้างก็เห็นว่าเเม่เขาเเละแม่บ้านกำลังโบกมือให้ตามหลัง
สาเหตุของการขนเสื้อผ้าย้ายที่อยู่ เนื่องจากช่วงเปิดเรียนเขาจะย้ายเข้าไปอยู่ในคอนโด ซึ่งบ้านของเขานั้นถึงอยู่ในใจกลางเมืองเเต่รถค่อนข้างติดมาก เขานั้นไม่ชอบความวุ่นวายแบบนั้นเท่าไหร่ เเละคอนโดเเห่งนี้ เดินทางไม่กี่นาทีก็ถึงโรงเรียนแล้ว
คอนโด The Tower
คอนโดขนาดใหญ่มีหลายไทป์ มีตั้งเเต่ห้องเดียว ห้องคู่ และลัคชัวรี่ แน่นอนว่าห้องของเขาเป็นขนาดที่ดีที่สุดซึ่งจะอยู่ชั้นสูงสุดของตึกนี้ ตึกไม่ได้เปิดจำนวนยูนิตมากมีเพียงสามตึกสร้างเป็นรูปตัวยู ทำเลห้องดีที่สุดคือตรงกลาง เมื่อเขามาถึงหน้าก็ต้องขมวดคิ้วเข้าหากันเพราะก่อนจะถึงห้องของเขา ห้องข้าง ๆ เปิดประตูทิ้งคาเอาไว้ มีเพียงรองเท้าคัตชูแบรนด์ดังที่คนถอดน่าจะรีบเพราะรองเท้าเเต่ละข้างไปกันคนละทิศคนละทางกลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ โชยออกมาเตะจมูกชวนให้คนที่กำลังเดินผ่านอยากจะหยุดอยู่ตรงหน้าห้อง
กึก
เท้าของเขาหยุดชะงักเพราะภาพที่เขากำลังเห็นคือผู้หญิงรูปร่างเล็กกระทัดรัด เห็นแค่เพียงข้างหลังเธออยู่ในชุดสายเดี่ยวผูกด้านหลังไม่ต่างอะไรจากบิกีนี่เอวเล็กสะโพกผายสวมกางเกงยีนส์ขาสั้น เรียวขายาวสวย
ซันรีบละสายตาบังคับให้ตัวเองรีบเดินไปจากตรงนี้ ก่อนจะทำการสเเกนใบหน้าตรงกล้องทางเข้าห้องเเละรีบปิดประตูทันที
“เฮ่อ เป็นอะไรของกู” เขาอาจจะไม่ค่อยได้สนใจเรื่องผู้หญิงมากเท่าไหร่มีเพียงน้องเเพรวที่เริ่มเข้ามาหาเขาก่อน คนตายด้านอย่างเขาก็ไม่ถึงกับใจสั่น หรืออาจจะเพราะเป็นช่วงการเรียนรู้ สักพักเขาก็เลิกคิดเรื่องนี้เเละเปลี่ยนมาเริ่มจัดการเสื้อผ้า อุปกรณ์ของใช้ต่าง ๆ เข้าที่ ตามประสาคนเจ้าระเบียบ
อีกห้องหนึ่ง
ลลินพึ่งกลับมาจากพัทยา ทำให้ยังไม่ได้เปลี่ยนชุด พอถึงกรุงเทพก็รีบตรงมาคอนโดเลย เสื้อผ้าวางกระจัดกระจาย เครื่องสำอางค์ยังไม่ได้ถูกจัดให้เข้าที่เพราะมัวเเต่งง ๆ ว่าจะเริ่มจากตรงไหนก่อน ก่อนจะหันหลังกลับไปเพราะรู้สึกเหมือนมีคนแอบมอง
“โอ๊ย ลืมปิดประตูอีกเเละ” ลลินบ่นพึมพำกับตัวเองก่อนจะเดินไปดันประตูให้สวิงปิด พรุ่งนี้เปิดเทอมวันเเรกแต่ก็ไม่ได้ทำให้คนอย่างเธอตื่นเต้นให้กระตือรือร้นเท่าไหร่ มือบางจัดหาชุดที่จะออกไปวันนี้ แต่ดันลืมไปว่าเพื่อนของเธอยังไม่กลับจากพัทยา
“งดวันหนึ่งก็ได้”
โรงเรียนนานาชาติซีซีเอส
หลังจากพิธีเคารพธงชาติก็จะมีอาจารย์กล่าวคำอวยพรเปิดเรียนวันเเรก ต่างคนต่างพูดคุยกันสนุกสนานเพราะไม่ได้เจอหน้ากันนาน จริง ๆ แล้วฉันมีเพื่อนสนิทนะ แต่ไม่รู้ว่าฉันสนิทกับเพื่อนฝ่ายเดียวเองหรือเปล่า เพราะแต่ละคนที่เข้ามาหาก็เพราะว่าฉันมีเงิน ให้ฉันเลี้ยงข้าวบ้าง ให้ฉันจ่ายค่าเหล้าให้บ้าง แต่ฉันก็ไม่ได้สนใจขนาดนั้นหรอก
“ยายลิน” นั่นไงพูดไม่ทันขาดคำ
“พวกฉันขอโทษนะที่ต้องให้แกกลับก่อนอะ” จินนี่เดินมาพร้อมกับเซย่าเข้ามาจับมือ ทำหน้าตาคล้ายจะร้องไห้
“อืม ฉันเข้าใจ”
“นิ่ พวกเธอเข้าเรียนได้แล้ว” เสียงอาจารย์ออกมาจากประตูห้องเรียนทำให้เธอและเพื่อนต้องรีบเดินเข้าไป
เปิดเรียนวันเเรกไม่ได้มีอะไรมากพบที่ปรึกษาส่วนคาบบ่ายประชุมมอหก
พักกลางวัน
“ลลิน เธอจะไปร้านอาหารข้างนอกกับฉันไหม” เซย่าเอ่ยถามขณะเดินตามออกมา
“วันนี้ฉันเปลี่ยนใจกินที่นี่อะ”
“แดดร้อน ขี้เกียจ” จินนี่จิปากนิดหน่อย เพราะพวกเธอต้องการให้ลูกคุณหนูอย่างลลินจ่าย
“อ่อ ก็ได้ ๆ พวกฉันไปละ” ตั้งแต่มอห้าถึงมอหกมีกฎของโรงเรียนตั้งขึ้นมาใหม่ว่าสามารถออกไปทำธุระหรือทานข้าวได้ เพราะบางคนก็ไปสอบเตรียมเข้ามหาลัย บางคนไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน
ช่วงหลัง ๆ ฉันเริ่มรู้สึกว่าเพื่อนสองคนเริ่มแปลก ๆ เพราะฉันไม่ค่อยทันคน มีเพื่อนคนอื่นหลายคนเคยแอบมาบอกฉัน ว่าจินนี่กับเซย่าน่ากลัว ฉันยังไม่ได้ลองสัมผัสว่ามันน่ากลัวแบบไหน เพียงแต่พวกนั้นชอบให้ฉันจ่ายก่อนเสมอแล้วบอกจะโอนให้ทีหลัง แต่ก็ไม่เคยได้คืน ฉันคิดแค่ว่าเงินเพียงไม่กี่บาทเลยไม่ได้ใส่ใจ
“กินอะไรดีนะ”
“ไปคาเฟ่ดีกว่า” ภายในโรงเรียนนี้มีคาเฟ่ให้นักเรียนได้นั่งทำงาน พักผ่อน หรือมานัดกันทำงานกลุ่มที่นี่มีทั้งหมดสองชั้น
“รับอะไรดีคะ” พนักงานลูกค้าด้วยรอยยิ้มสดใส
“เอาสตอเบอรี่ช็อตเค้กหนึ่ง ชาเขียวปั่นหวานน้อยหนึ่ง” ระหว่างรอจ่ายเงินฉันเผลออ่านป้ายชื่อพนักงานตรงหน้า ‘น้ำขิง’
“อีกสองคิวนะคะ” ฉันสเเกนจ่ายเสร็จก็หาที่นั่งรอ
นักเรียนสับเปลี่ยนกันผลัดเข้ามาซื้อมากกว่าเวลาอื่นเพราะตอนนี้เป็นช่วงพักกลางวัน และฉันก็ได้ยินเสียงประตูร้านดังพร้อมกับเสียงกระดิ่งอีกครั้ง เเต่ทว่ารอบนี้นักเรียนภายในร้านพากันซุบซิบ บ้างก็พากันปิดปากกรี๊ดอย่างกับเจอดารา
“หล่อมาก”
“ฉันอยากเป็นแฟนพี่เขา”
“นี่มันสี่หนุ่มหล่อมอหก ฉันจะได้เห็นพี่เขาแค่ปีเดียวเองเหรอ” น้องคนนั้นทำหน้าตาละห้อย จนฉันต้องหันกลับไปมอง กลับต้องสะดุดตากับผู้ชายคนนั้น คนที่ฉันช่วยเอาขวดไวน์ปาใส่หัวไอบ้านั่นจนตัวเองเจ็บ ฉันจำเขาได้
“ใช่สิ เราลืมเอาผ้าเช็ดหน้ามาคืนเขานี่นา” พวกเขาสี่คนเดินเข้ามาสั่งกาแฟเเละออกไป ทิ้งกลิ่นตัวหอม ๆ ให้สาวในนี้กรี๊ดกันแทน จนฉันได้ออเดอร์ตัวเองเสร็จก็รีบกินรีบออกไป เพราะหนวกหูและเลี่ยนไม่ไหวกับคำอวยยศโอเว่อร์ให้สี่คนนั้น
คาบบ่าย
มอหกของที่นี่มีสิบห้อง ส่วนฉันอยู่ห้องแปด พวกเราพากันตั้งแถวตามห้องก่อนจะมีนักศึกษามอห้าที่เป็นกลุ่มประธานนักเรียนมาพูดเรื่องกิจกรรมกับนโยบายที่ตัวเองได้เสนอก่อนจะได้รับคัดเลือกได้เป็น
“สวัสดีครับรุ่นพี่ ผมธามธนิน ได้รับคัดเลือกมาเป็นประธานของโรงเรียน”
“จากที่ผมได้เสนอนโยบายไป เราจะจับฉลากบัดดี้ในการช่วยเหลือเพื่อน พวกพี่ต้องพาคนเรียนห้องรั้งท้ายไปด้วยกันจนจบ"
“นี่เป็นปีสุดท้าย ผมขอให้พวกพี่โชคดีครับ”
