My Baddy [4] ติดตา
4
ติดตา
ตึก ตึก ตึก
“เห้ยซันเป็นไงบ้างว่ะ” ผู้ชายหน้าตาดีคนหนึ่งถามและมีอีกสองสามคนวิ่งตามมาทีหลัง คงจะเป็นเพื่อนของเขาว่าแต่คนที่ช่วยฉันคงชื่อ...ซันสินะ
“กูโอเค ไม่ได้เจ็บอะไร” ซันหันตามเสียงเรียกด้านหลัง เพื่อนของเขาสีหน้าดูมีความกังวล สิงห์มีรอยฟกช้ำตรงมุมปาก ส่วนเสือกับเซนต์ปกคอเสื้อยับเพียงเล็กน้อย
“พวกไหนว่ะ”
“คนของกูบอกว่ามาจากฮ่องกง มันมาตามหาคนหักหลังมัน” เสือตอบกลับ สี่หนุ่มยืนคุยกันแผ่นหลังของซันบังร่างเล็กจนทำให้ลืมว่ามีหญิงสาวอยู่ด้านหลัง
ลลินที่เริ่มรู้สึกเป็นเหมือนส่วนเกินเพราะเธอไม่รู้จะเริ่มทัก เริ่มคุยอะไรดี จึงหันหลังเดินกลับไปที่จอดรถซึ่งไม่ได้ไกลมากจากตรงที่ตัวเองยืนอยู่
ติ๊ด ปึง
เมื่อเข้ามาภายในรถเอ็มดับเบิลยูซีรี่ห้าพร้อมกับคาดเข็มขัดนิรภัยเรียบร้อย มือบางเอื้อมมาจับเข้าที่พวงมาลัยสายตาจึงมองเห็นผ้าเช็ดหน้าพันที่มือเธออยู่ ทำให้เธอนึกถึงแม่ของเธอเวลาที่เธอล้มหรือโดนมีดบาดแม่ก็คอยทำแผลให้ และไม่นานกลิ่นตัวหอม ๆ นั้นยังติดอยู่จมูก
“หล่อ” เมื่อรู้ว่าตัวเองเริ่มคิดไปไกลจึงสะบัดหน้าไล่ความรู้สึกร้อน ๆ บนใบหน้า มืออีกข้างรีบลูบแก้มตัวเองเบา ๆ ไล่ก่อนจะเป่าลมออกจากปากสวย
“ฟู่ว...” ลลินมองไปข้างหน้าตรงที่ออกมาก็ไม่เห็นพวกเขาแล้ว จากนั้นลลินจึงก้มมองนาฬิกาสัมผัสบนมือถืออีกหนึ่งชั่วโมงก็จะตีห้า
“ไม่อยากกลับบ้านเลย” หากกลับไปตอนนี้พ่อของเธอเป็นคนตื่นเช้าอยู่แล้ว มีหวังโดนบ่นหนักแน่ ๆ เมื่อคิดอะไรออก หญิงสาวจึงใส่เกียร์ไปยังเป้าหมาย
เป้าหมายของเธอคือโรงแรมหรู เมื่อทำการเช็คอินเสร็จ พนักงานก็พาเธอมายังห้องที่เธอได้ทำการเช่ารายวันสำเร็จ เมื่อเข้ามาแอร์เย็นของทางโรงแรมได้เปิดรอไว้แล้ว ปะทะเข้าที่ร่างสวยจากนั้นลลินได้ทำการชำระล้างร่างกายโดยที่มืออีกข้างไม่ยอมที่จะแกะผ้าผืนนั้นออก ซึ่งทำให้การอาบน้ำครั้งนี้นานกว่าปกติ กว่าเธอจะจัดแต่ละขั้นตอนในการอาบน้ำฟ้าเริ่มจะสว่าง…
บนเตียงนอนนุ่มขนาดใหญ่พิเศษ ลลินก็ยังยกมือขึ้นมาจ้องมันอีกครั้ง ทำไมใบหน้าหล่อของเขาต้องฉายมาติดตาให้คิดอยู่เรื่อย ปกติเธอไม่ได้สนใจใครขนาดนั้น ผ่านไปสักพักความเหนื่อยล้าสะสมมาของวันนี้เริ่มแผ่เข้าสู่ร่างกาย เปลือกตาสวยถึงได้เริ่มปิด...
วัดศรีสุมา
วันนี้เป็นวันเผาร่างของคุณแม่แล้ว จนมาถึงโรงศพคุณลินตาเคลื่อนขึ้นมาบนเมรุก่อนจะเปิดโรงให้เห็นเป็นครั้งสุดท้าย
“ลินจะคิดถึงคุณแม่ทุกวัน”
“เดินทางให้สบายนะคะ ไม่ต้องห่วงค่ะ ลินเก่ง” หญิงสาวลูบมือสีซีดเบา ๆ น้ำตายังคงไหลออกมาแต่ไม่ได้มากเหมือนวันแรกเพราะเธอทำใจยอมรับได้แล้ว
“เสียใจด้วยนะคะพี่ลลิน” แพรวเอ่ยออกมาด้วยนำเสียงแผ่วเบา ลลินที่ได้ยินแบบนั้นไม่ได้ตอบโต้อะไร เพราะไม่อยากทำให้คุณแม่ไม่สบายใจ
“น้าจะดูแลลลินแทนคุณลินตาเองค่ะ” ดวงดาวรู้สึกผิดไม่น้อยที่เข้ามาในครอบครัวของใครคนหนึ่งแล้วทำให้เขาไม่มีความสุข เธอพยายามทำตัวให้ลูกสาวคนละแม่คนนี้ยอมรับเธอหลายครั้ง แม้ว่าลลินจะเป็นคนพูดจาห้วน ๆ ไปหน่อย แต่แววตาความอ่อนแอก็ปิดไว้ไม่มิด กลับทำให้รู้สึกสงสารอยู่ไม่น้อย ยิ่งเธอได้รู้ว่าเอกภพเป็นคนอย่างไรจนบางครั้งเธอตกใจอะไรทำให้ตอนนั้นเธอเลือกแต่งงานกับเขา
จนมาถึงพิธีการสุดท้าย โรงศพได้เคลื่อนเข้าไปในเตาเผาทุกคนเริ่มทยอยกันวางดอกไม้จันทร์ร่ำลาเป็นครั้งสุดท้าย และไม่นานคนที่เธอคิดว่าเขาคงไม่มาแล้ว แต่เขาก็มานั่นคือพ่อของเธอนั้นเอง...เอกภพ
“อโหสิกรรมให้ฉันด้วย” เหอะ...ลลินไม่อยากจะมองภาพนี้ ไม่เคยแคร์ไม่เคยสนใจยังมีหน้ามาขออโหสิกรรมอีก เธอนี่แหละจะเป็นคนปั่นประสาททำตัวให้เละเทะเอง
จนมาถึงเช้าอีกวันเรือเช่าเหมาลำได้มาจอดเทียบท่า ตอนนี้ลลินอยู่ในชุดเดรสแขนยาวลายดอกไม้ ในมือมีกรอบรูปของลลินตาที่กำลังยิ้มอยู่ พร้อมกับอีกมือหนึ่งเธอได้โอบอุ้มโกศกระดูกลลินตาเอาไว้ คนที่มาลอยอังคารมีเธอป้าเดือนกอดอยู่ข้าง ๆ ถัดมาดวงดาวและแพรว ส่วนพ่อของเธอไม่ได้หวังอีกตามเคย เมื่อทุกคนลงเรือ คนขับก็ได้ขับแล่นหาจุดกระแสน้ำนิ่ง เมื่อเจอจุดที่ต้องการแล้วมือขาวบางก็ได้ทำการโปรยกระดูกของแม่ลงแม่น้ำพร้อมกับดอกดาวเรืองและดอกมะลิเพราะแม่เธอชอบกลิ่นหอมของมัน
“คุณแม่คอยดูลินมีความสุขนะคะ”
