More than a secret เพียงปรารถนา บทที่ 3
พูดจบก็จูบแผ่วเบาและผละใบหน้าออก
ฉันยังคงงัวเงียแต่ก็ยิ้มและพยักหน้า เขาหัวเราะและก้มลงมาอีกครั้ง จุมพิตครั้งนี้ลึกล้ำและเรียกร้อง ฉันครางเสียงเบาเพราะรับรู้ว่าเขากำลังตื่นตัว
มากไปกว่านั้นคือเขากำลังดุนดันต้นขาของฉันเป็นจังหวะ ...เป็นจังหวะ
“อา...” เขาคราง “ผมจะบ้าตาย” เขาดันกายขึ้นแต่กลับไม่ยอมถอยเอวสอบออกห่าง
เขาจ้องมองใบหน้าของฉันซึ่งคงแดงก่ำ “เดี๋ยวผมกลับมา ห้ามไปไหน...นะครับ” เมื่อฉันพยักหน้าเขาก็ก้มลงมาจุมพิตแผ่วเบาจากนั้นจึงลุกเดินหายไปในห้องน้ำ
ฉันเม้มปากและลอบยิ้มกับตัวเอง
มันงดงามมาก... มากกว่าที่ฉันเคยจินตนาการ
ในใจคิดว่าตอนที่เขากลับมาฉันจะสารภาพทุกอย่างให้หมด ครั้งนี้หากเขาไม่อยากสานต่อ ฉันก็จะไม่เรียกร้องอะไร อย่างน้อยการได้รักเขามานาน ถึงวันนี้ฉันก็ยังไม่เคยเสียใจในภายหลังเลยสักครั้ง
เขาออกไปได้ครู่หนึ่งฉันก็ลุกขึ้นแต่งตัว ฉันรอเขาอย่างที่รับปาก ระหว่างรอจึงเดินออกไปยังระเบียงหน้าห้อง มองลงไปจากชั้นสามของโรงแรมฉันก็เห็นเขา
ร่างสูงยืนอยู่ริมถนนคล้ายรออะไรบางอย่าง ฉันยิ้มก่อนจะแอบมองเขาเงียบๆ กระทั่งรถคันหนึ่งวิ่งมาจอด
“แด๊ดดี้!” เด็กผู้หญิงคนหนึ่งก้าวลงมาจากรถและวิ่งเข้าสู่อ้อมกอดเขาซึ่งกางรออยู่ก่อนแล้ว
ฉันได้แต่ตัวแข็งทื่อยืนมองด้วยดวงตาเบิกกว้าง บางอย่างในใจแตกสลายออกเป็นเสี่ยงๆ กระทั่งน้ำตาหลั่งรินออกมาสองข้างแก้มก็ยังไม่รู้สึกตัว
ฉันเพิ่งทำบ้าอะไรลงไป?
ฉันได้แต่ถามตัวเองซ้ำๆ ขณะที่เห็นหน้าของผู้หญิงที่ก้าวลงมาจากรถ
“รุ่น...รุ่นพี่” ใช่ เธอก็คือรุ่นพี่คนนั้น
ฉันรู้ว่าทั้งสองคนรู้จักกันตั้งแต่เรียนอยู่มัธยมต้น คบหากันจริงจังตอนมัธยมปลาย กระทั่งเรียนมหาวิทยาลัยและบินไปเรียนต่อโทที่อเมริกา แต่...ไม่ใช่ว่าพวกเขาเลิกกันแล้ว?
ไม่รู้ว่าฉันจากมาด้วยสภาพไหน กว่าจะรู้ตัวก็กลับมาถึงอพาร์ทเม้นของเอนิต้าแล้ว อีกฝ่ายมองฉันด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยคำถาม
ฉันเพียงยิ้มเซียวๆ ส่ายหน้าขอร้องไม่ให้เธอถาม
“ก็ได้ จนกว่าเธอจะพร้อม”
ฉันพยักหน้าและเดินเข้าสู่อ้อมกอดที่กางรอฉันอยู่ “ขอบใจนะเอนิต้า สำหรับทุกอย่างเลย”
“เล็กน้อยน่า ฉันเป็นเพื่อนเธอนะ”
ฉันไม่เสียใจแม้จะเป็นครั้งแรกของฉัน รักมาราธอนสิบปีของฉัน ฉันตัดสินใจว่าให้มันจบลงที่ปารีส นับจากนี้ฉันควรเดินไปข้างหน้าได้แล้ว ดังนั้นฉันจึงกลับจีนทั้งอย่างนั้น ไม่พยายามขุดคุ้ยเรื่องของเขาอีก ไม่ถามไถ่ ไม่สนใจ ไม่คิดถึง
...ปล่อยให้ทุกอย่างพัดผ่านไปเหมือนสายลม
หนึ่งเดือนหลังจากการลาพักร้อนของฉัน อยู่ๆ บอร์ดบริหารของโรงแรมมีการเปลี่ยนแปลง หลายตำแหน่งถูกโยกย้าย หลายคนถูกปลด บางคนได้รับการเลื่อนขั้นและขึ้นเงินเดือน หนึ่งในคนที่ได้ขึ้นเงินเดือนจนหน้าบานก็คือฉันเอง
...เจี่ยนซีหลิว
“ไงจ้ะคนสวย ช่วงนี้มีเรื่องดีๆ ไม่หยุดหย่อนเลยนะ ขนาดเดือนที่แล้วได้ลาพักร้อนแอบเที่ยวคนเดียว ตอนนี้ยังมีข่าวดีอีก” จ้าวเหม่ยมองใบหน้ายิ้มแย้มของฉันแล้วอดหยอกล้อด้วยความหมั่นไส้ไม่ได้
“อย่าเลย เธอเองก็ยิ้มไม่หุบเลยนี่นะ”
“ได้ยินว่าท่านประธานคนใหม่จะมาในอีกไม่กี่วัน เธอว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย”
ฉันได้แต่ส่ายหน้า “ไม่รู้สิ เสียดายที่ประธานลี่ยอมขายหุ้นเสียได้ ประธานที่ทั้งสวยทั้งเก่งและเข้าใจพนักงานผู้หญิงด้วยกันแบบนี้หายาก”
“ก็นั่นน่ะสิ ไม่รู้ว่าท่านประธานคนใหม่มาแล้วจะเกิดการเปลี่ยนแปลงพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินหรือเปล่า ได้ยินมาว่าเขากวาดซื้อหุ้นเกือบหกสิบเปอร์เซ็นต์ในราคาสูงลิ่วเลยนะ” จบประโยคนั้นฉันก็รีบสะกิดจ้าวเหม่ยเพราะหัวหน้าของเรากำลังเดินเข้ามาในห้อง