More than a secret เพียงปรารถนา บทที่ 2
เราสองคนพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ไม่ถามชื่อ ไม่ถามความเป็นมา เพียงพูดถึงปารีสและความงดงามยามค่ำคืน ดื่มด่ำกับวิสกี้ซึ่งรสชาติบาดลึกเข้าไปในความรู้สึก
...กระทั่งมาจบลงที่ห้องของเขาในโรงแรมได้ยังไง ฉันเองก็จำไม่ค่อยได้
ไฟหัวเตียงเลือนรางเผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาตรงหน้า...ใกล้แค่ปลายจมูก ดวงตาสีน้ำตาลเข้มของเขาลึกล้ำ ฉันตกอยู่ในห้วงแห่งความปรารถนาซึ่งมีเขาเป็นคนจุด
ดวงตาคมคล้ายมีแรงดึงดูดมหาศาล ซึ่งทำให้ฉันไม่อาจดิ้นรนหาทางออก เราสองคนกายเปลือยเปล่าแนบชิด ชุดเดรสสุดเซ็กซี่ของฉันถูกเขาลอกคราบ รับรู้เพียงสัมผัสอันเร่าร้อนที่ลูบไล้ไปทั่วผิวกาย
เสียงทุ้มต่ำครวญครางอย่างพึงพอใจ ขณะที่เขาก้มลงจุมพิตพัวพันรุกเร้า ฉันหัวหมุนไปหมด รู้สึกคล้ายถูกเขาสูบวิญญาณ ร่างกายถูกเคล้นคลึงบดเบียด อกแกร่งทาบทับและเสียดสีเป็นจังหวะ
“คนสวย...คุณสวยจริงๆ” เขาชม
ฉันทำได้แค่กอดรัดเขาเอาไว้ ในยามที่เรียวขาถูกแยกออก ใบหน้าหล่อเหลาอยู่ห่างแค่คืบ ขณะที่ฉันรับรู้ว่ามีบางอย่างกรีดแยกเข้ามาในกาย ฉันได้แต่กัดปากกลั้นเสียงร้อง ความเจ็บปวดแสบสันทำเอาตัวสั่นระริก
เสียงสบถดังขึ้นแต่ทุกอย่างก็สายเกินไป ฉันเจ็บจนไม่อาจขยับ ใบหน้าเหยเกจนเขาต้องก้มลงมาจูบกระหวัดปลายลิ้น
“ทำไมไม่บอกก่อน”
เขาถามเสียงพร่าเมื่อผละออก ใบหน้าหล่อเหลาเองก็คล้ายกำลังทรมานไม่ต่างไปจากฉัน “คุณ...ยังโอเคอยู่มั้ย”
ภายในของฉันเต้นตุบ ความเจ็บคล้ายเจือจางลงบ้าง กำลังจะตอบแต่เขากลับเริ่มขยับ
“ผม...ไม่ไหวแล้ว”
ทุกสิ่งทุกอย่างพร่าพรายจนได้แต่เอื้อมมือออกไปไขว่คว้า เสียงหอบกระเส่าดังขึ้นข้างหู ร่างแกร่งกระทั้นกระแทกจนฉันโยกคลอน ส่วนประสานร้อนเร่าจนฉันได้แต่ครวญครางเพื่อระบายความพลุ่งพล่าน
เขาทั้งอ่อนโยนและดิบเถื่อนในเวลาเดียวกัน จังหวะตอกตรึงของเขาลึกล้ำหนักหน่วง สองมือกอบกุมเคล้นคลึง ริมฝีปากฟอนเฟ้นผิวกายจนฉันสะท้านไหว ยินยลเสียงคำรามอย่างพึงพอใจของเขา
ใบหน้าหล่อเหลาแนบชิดเข้ามา ฉันทำได้เพียงปรือตามองเขา กระทั่งจุมพิตอ่อนโยนประทับลงมาอีกครั้ง ฉันจึงได้แต่รับไว้และตอบสนองอย่างเท่าเทียม
กายส่วนบนถูกเขารุกเร้า ส่วนล่างถูกบดเบียด ความกระสันวาบหวามแล่นพล่านไปทั่วผิวกาย เมื่อเขากดเอวสอบจ้วงลึก ฉันได้แต่อ้าปากครวญครางด้วยความซาบซ่าน รับรู้ว่าเขาเร่งจังหวะจนกายโยกคลอน
ความพร่าพรายแล่นขึ้นมาเต็มตื้น เสียงกระทบของผิวเนื้อส่งให้ความวาบหวามยิ่งเพิ่มพูน เสียงลมหายใจหอบถี่ของเขา ผสานกับเสียงครวญครางร้องขอของฉัน
เราทั้งคู่ต่างก็แอ่นกายตอบสนองจังหวะอันเร่าร้อนของกันและกัน กระทั่งบางอย่างที่ล้นเอ่อเต็มตื้นระเบิดออกมา
“อ๊ะ!”
“อา!...”
เสียงคำรามสองเสียงดังขึ้นพร้อมกับความสุขสม
ฉันสั่นระริกในอ้อมแขนของเขา รับรู้ว่าตัวตนของเขายังคงกระตุกเร่า ถึงอย่างนั้นสะโพกของเขากลับยังคงไม่หยุดตอกตรึง เขาจุมพิตฉันอย่างลึกล้ำ ปลดปล่อยหยาดหยดแห่งความหฤหรรษ์ครั้งแล้วครั้งเล่า กระทั่งทุกอย่างจบลงเขาจึงกระซิบเสียงเบา
“ยอดเยี่ยมที่สุด”
ฉันยิ้มให้เขา ไม่เสียใจที่มันเกิดขึ้น กระทั่งยอมตามใจเมื่อเขาเรียกร้องอีกครั้ง และรับรู้ว่าเขาเร่าร้อนยิ่งกว่าครั้งแรกเสียอีก
รุ่งเช้าวันต่อมาฉันตื่นขึ้นเพราะเสียงโทรศัพท์ ร่างเปลือยเปล่าตึงแน่นหลังผ่านสมรภูมิอันหนักหน่วง ลืมตาขึ้นก็มองเห็นแผ่นหลังกำยำซึ่งกำลังคุยโทรศัพท์
“คุณไม่ต้องขึ้นมาผมจะลงไปเอง รอที่ล๊อบบี้ก็ได้” เขาพูดจบก็วางสาย เมื่อหันกลับมาเห็นฉันที่ตื่นนอนก็ยิ้มแล้วก้าวเข้ามาหา
ท่อนล่างของเขามีเพียงผ้าขนหนูสีขาวพันเอาไว้อย่างหมิ่นเหม่ เขาล้มตัวลงนอนทาบทับฉันที่นอนหงายอยู่ใต้ผ้านวม “ตื่นแล้วเหรอครับ นอนต่ออีกหน่อยมั้ย ผมจะลงไปสั่งมื้อเช้า ทานมื้อเช้าด้วยกันนะครับ”