บท
ตั้งค่า

IV.I

ยามสายหลังตะวันขึ้น ความร้อนของวันนี้สาดแสงอยู่หน้าวิหารเทพีอเธน่า ไร้ผู้รับใช้เคยมีมากมาย เนื่องด้วยก่อนศึกเทพีอเธน่าตรัสบอกให้นางกำนัลผู้บูชาเทพี มีโอกาสเดินทางกลับเคหะสถานทั้งหมด เพลานี้ในวิหารของนางจึงไม่มีผู้รับใช้เหมือนเก่าก่อน

ยังดีที่ยังมีม้าเปกาซัส [1] สองตัวคู่ใจ ประดับรถศึกส่วนพระองค์ ยังคงเป็นพาหนะที่ดีที่สุดในเพลานี้ เพื่อนางจะมีโอกาสเป็นผู้นำพาผู้ครอบครองนครตนใหม่ เที่ยวชมโอลิมปัสได้ทั้งเมือง

เทพีแห่งสติปัญญาพยายามตั้งสติครองตนให้อยู่ในพรหมจรรย์ เนื่องด้วยเพลานี้คือองค์ประกันพร้อมกับชาวเมืองโอลิมปัสแล้ว นางจะต้องปกป้องผู้คนทั้งหมดให้แคล้วคลาดปลอดภัย จากภัยภายในและภายนอก เพราะไม่มีทวยเทพองค์อื่นอีกแล้ว หลังจากเหล่าเทพทั้งมวลหนีทัพ

“สงบเสียหทัยข้า ทำไมเจ้าเขย่าทรวงข้าเสียเจ็บระบมตลอดเวลา...” เทพีอเธน่าพยายามตรัสบอกตนให้กลับมาครองสติตามเดิม พร้อมกับเชิดพระพักตร์งามขึ้นอีกครั้ง รับอรุณรุ่งยามสายของวัน นางพร้อมแล้วที่จะเดินทางไปพบกับเจ้าชายปีศาจผู้งดงาม การเจรจาระหว่างพาเที่ยวชมโอลิมปัส อาจเป็นผลดีกับชาวเมืองในอนาคต

******

ช่วงเพลายามสายวันนี้ในปราสาทใหม่ของเจ้าชายปีศาจ สะท้อนแสงสว่างออกมาแผ่กระจายทั่วโอลิมปัส ความเย็นสบายที่ทำให้ผู้ครอบครองนครตนใหม่ อาศัยอยู่ที่นี่ได้สุขใจขึ้นมาอีกหน่อย อย่างน้อยวิหารใหม่แห่งนี้จะคลายเหงาให้แก่พระองค์ได้บ้าง เมื่อวิหารของเทพซูสคือ ส่วนที่สูงที่สุดบนหุบเขาโอลิมปัส บัดนี้วิหารเก่าแก่ของทวยเทพ กลายเป็นปราสาทคริสตัลที่สวยงามของเจ้าชายปีศาจเลเวอรัสไปแล้ว

เพียงแววเนตรงามสีทอง พร้อมเรือนวรกายงามหนุ่มแน่น ยืนประทับอยู่นอกระเบียงสูง รับอรุณรุ่งของวันใหม่ พระองค์ทอดพระเนตรมองทั่วหุบเขาอันสวยงาม พบกับวิถีชีวิตของชาวเมืองปกติสุข เกือบจะเหมือนกับชาวเมืองปีศาจมาตุภูมิของพระองค์

ชาวเมืองโอลิมปัสมีสีหน้าแห่งความสุข เสียงหัวเราะ และการพบปะเหมือนเดิมกับทุกๆ วัน ต่างตรงที่พวกเขามีความสุขใจออกมาอย่างแท้จริง โดยมิต้องกังวลต่อคำบัญชาของทวยเทพอีกต่อไป ชาวโอลิมปัสยิ้มแย้มสุขปิติชื่นอุร่าหลังสงครามอย่างน่าใจหาย

สายพระเนตรทองคำสุกใส กำลังมองกว้างรอบทั่วอาณาจักรในยามเช้าวันใหม่ หลังสงครามผ่านพ้นไปได้สองวันแล้ว เจ้าชายปีศาจยังมิอาจค้นหาเทพซูสและเทพีเฮร่าได้เสียที พระองค์จะต้องหาหนทางใด ค้นหาทวยเทพให้พบ เพื่อจับมาเป็นบรรณาการให้บิดาตน จบสิ้นความแค้นนี้เสียที...

เสียงรถศึกดังแผ่วแว่วมาแต่ไกล พร้อมกับเสียงของฝีเท้าม้างามสองตัว กำลังลากรถศึกสีทอง พากายงามของเทพีอเธน่าเป็นผู้ขับเคลื่อน เดินทางมายังวิหารใหม่ของเจ้าชายปีศาจ แววเนตรของนางคงจะประหลาดใจมาก เมื่อวิหารหินอ่อนของเทพซูส แปรสภาพไปอย่างสิ้นเชิง ไม่เหลือเค้าโครงเดิมแต่อย่างใด ปราสาทคริสตัสใหม่ คือวิหารสถิตของผู้พิชิตหุบเขาโอลิมปัสในที่สุด

เรือนพระพักตร์งามเชิดหน้าสูง เมื่อพินิจพิเคราะห์ปราสาทคริสตัสสูงใหญ่ตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ในขณะที่หัตถ์งามยังคงกุมบังเหียน บังคับม้าเปกาซัสสองตัวลากรถศึกของนางเดินทาง เข้าใกล้ปราสาทของเจ้าชายปีศาจไปเรื่อยๆ

******

เพียงชั่วเพลาขณะหนึ่งฝีเท้าม้าเปกาซัสวิ่งมาด้วยความเร็วต่อเนื่อง จนพารถศึกสีทองประดับมุกขาว พาร่างวรกายงามด้วยอาภรณ์สีขาวประดับทองคำ ในสายพระเนตรของเจ้าชายปีศาจเลเวอรัส เทพีอเธน่าสง่างามเพียงใด มิอาจกลั้นรอยยิ้มจากเรือนโอษฐ์งาม เพราะความงดงามเบื้องหน้าพระพักตร์จับหทัย

“เหมือนเจ้าจะออกมารบ” เจ้าชายปีศาจตรัสเบาๆ ดวงเนตรสีทองจ้องมองนางด้วยความภาคภูมิ วันนี้นางฉลององค์เต็มยศ เพื่อเป็นผู้นำพาชมทั่วเมืองโอลิมปัส

“ข้าต้องรัดกุมเอาไว้ก่อน อีกอย่างท่านคืนอำนาจให้แล้ว ข้าจึงต้องปฏิบัติตามหน้าที่ของข้า” ยามกล่าวต่อหน้าผู้พิชิตโอลิมปัสผู้งดงาม วรกายหนุ่มแน่นเกศาสีทอง ดวงเนตรสุกใสดุจทองคำ เรือนโอษฐ์ชวนหทัยเทพีสั่นไหว บางทีเทพีครึ่งเทพยังมิกล้าสบพระเนตรเจ้าชายปีศาจตรงๆ นานกว่านี้ บ้างบางทีหลบเนตรชวนลุ่มหลงนั้น เพื่อพยายามกลับมาเป็นตัวของตัวเอง

“วันนี้เจ้าจะพาข้าไปที่แห่งใด ภายในโอลิมปัส?” เจ้าชายปีศาจตรัสถามก่อน จากนั้นจึงจะปรากฏเรือนร่างของฮาเดส เซเบรอสสามหัววิ่งออกมาเบื้องหน้าปราสาทคริสตัลของพระองค์

“สวนอีเดนศักสิทธิ์ [2] ที่นั้นเป็นสถานที่ดีที่สุดในโอลิมปัส มักเป็นที่ต้องห้ามของประชาชน และมนุษย์.... เรื่องมันก็นานมาแล้ว หากท่านจะอยากทราบประวัติที่นั้นเพิ่มเติม...” เทพีอเธน่าอยากจะชักชวนให้เขาได้พบกับสิ่งดีๆ ภายในโอลิมปัส ว่าทำไมนางถึงรักและปกป้องที่นี่ ไม่ยอมละทิ้งไปไหน ไม่เหมือนเทพองค์อื่นที่หนีทัพ...

“ข้ายินดีให้เจ้านำทาง” เจ้าชายปีศาจยิ้มหวานโอษฐ์เหยียดตรงอย่างชื่นใจ แววเนตรยังคงจรดจ้องเทพีเบื้องหน้า ปลาบปลื้มกับความงามสมฐานะเทพีครึ่งเทพ ซึ่งทำได้ดีกว่าทวยเทพสายเลือดแท้ทั้งหลาย อาจเป็นเพราะนางมีสายโลหิตของมนุษย์อมตะหลงเหลือก็เป็นได้ บันดาลห้นางเป็นผู้รักษาเกียรติได้มากเพียงนี้

วรกายหนุ่มรูปงามขึ้นหลังเซเบรอส กำลังคุกกรุ่นลาวาความร้อนภายในกายหมาสามหัว เดินทางขนาบเคียงข้างตามกัน เพื่อม้าเปกาซัสลากรถศึกสีทองประดับมุกขาว นำทางพาพวกเขาทั้งหมดเดินทางไปยังสวนศักดิ์สิทธิ์อีเดน สถานที่เงียบสงบ และเป็นดินแดนเฉพาะเหล่าทวยเทพเท่านั้น จะมีโอกาสเดินทางมาที่นี่...

******

[1] ม้าเปกาซัส คือ ม้าสี่เท้าลำตัวสีขาว มีแผงคอม้ายาวเกือบจรดเข่า รูปร่างสูงใหญ่ แข็งแรงเพศผู้จะมีเขาเกลียวเรียวยาวเกือบหนึ่งช่วงแขนบนหน้าผาก พร้อมด้วยปีกสยายบนเรือนหลัง บินได้ราวกับนก หากเป็นเพศเมียจะไม่มีเขาเรียวยาวบนหน้าผาก ม้าเปกาซัสเชื่องกับสตรีเท่านั้น แต่ไม่เชื่องกับบุรุษ จึงมิได้เห็นง่ายๆ จากทวยเทพฝ่ายชาย

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel