IV.II
ระหว่างการเดินทางที่ทำให้เส้นทางนี้มิได้เงียบสนิท ระหว่างเส้นทางพบประชาชนชาวโอลิมปัส แวะเข้าบ้านเรือนเคหะสถาน ต่างพากันเก็บดอกไม้ในสวนหลังบ้าน เพื่อโปรยปรายกลีบดอกไม้ ต้อนรับผู้พิชิตนครโอลิมปัสตนใหม่ ที่ให้ชีวิตใหม่ ความรุ่งเรือง และกฏการปกครองใหม่แก่เมืองของพวกเขา... สีหน้าประชาชนมากมายยิ้มแย้มสดใส ต่างพากันโปรยปรายกลีบดอกไม้ให้แก่พวกเขา มิได้หวาดกลัวหวั่นเกรงอย่างเก่าก่อนอีกต่อไป
เซเบรอสรู้สึกขนลุก จามเป็นระยะ เพลิงไฟลุกจากลำคอออกปาก ทำให้ประชาชนชาวโอลิมปัสหวาดกลัวจากไฟของเซเบรอสทั้งสามหัว
“เจ้าเป็นอะไรไปรึ? ฮาเดส?” มือนึงลูบลำคอข้างลำตัวพาหนะผู้ซื่อสัตย์ ทำให้หมาสามหัวรู้สึกส่ายหัว สลัดขนเพียงเล็กน้อย เพื่อเก็บอาการพ่นไฟเหล่านี้เสีย
“ข้าคงแพ้เกสรดอกไม้เมืองนี้ ขออภัยด้วย หากทำให้ชาวเมืองของท่านตกใจกับเพลิงจากลำคอข้า” ฮาเดสพยายามกลืนไฟเข้าลำคอเอาไว้ มิให้พ่นไฟมันออกมา ตอนจามจากเกสรดอกไม้ ซึ่งกำลังโปรยปรายในเพลานี้
“ข้าจะให้พวกเขาหยุดโรยกกลีบดอกไม้ เพียงเพราะต้อนรับท่านนะ เผื่อว่าจะช่วยให้เซเบรอสหยุดแพ้เกสรเหล่านี้” เทพีอเธน่าได้ใช้เพียงหัตถ์หนึ่งเรียกวายุพัดผ่าน กลีบดอกไม้โปรยปรายปลิวลอยสูงกระจายไปทั่วนภากาศ ท้องฟ้าเต็มไปด้วยกลีบดอกไม้มากมาย และผสมผสานกับเมฆหมอกงดงามในอีกแบบหนึ่ง ชาวเมืองยิ้มแย้มหยุดโปรยกลีบดอกไม้ แล้วพากันกลับไปทำกิจวัตรตามปกติเช่นเดิม
ในวันๆ หนึ่ง พวกเขาจะใช้ชีวิตปกติสุข เพื่อปลูกข้าว ทำแป้ง หุงหาอาหาร ปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ เพื่อกินไข่ บ้างไว้รีดนม โดยเฉพาะน้ำนมวัวเอพิศ เป็นน้ำนมชั้นเลิศ ทั้งดื่มและอาบเพื่อรักษากายให้มีอายุยืนยาว งดงามดั่งไข่มุก เทพีอเธน่าได้อธิบายว่า ชาวเมืองอยู่อาศัยด้วยการแลกเปลี่ยนสิ่งของ แบ่งปันอย่างเท่าเทียมกัน หากใครมีความต้องการเข้ากองทัพ สามารถอาสามาเป็นทหารแต่ละสังกัดกองที่ถนัดได้
ภายในโอลิมปัสมีกองทหารพลเดินทาง ดาบ โล่ กริช กริชคู่ กองเกาทัณฑ์ หรือจะมาเป็นช่างตีเหล็ดประจำเมือง ทำชุดเกราะ อาวุธ แต่ศาสตร์เหล่านั้นค่อนข้างเป็นศาสตร์ชั้นสูง ต้องเป็นผู้ชำนาญงานเฉพาะ จึงจะมีโอกาสเข้ามาภายในกองทัพประจำเมืองได้
“เมืองเจ้าช่างต่างกับเมืองของข้านัก” เจ้าชายปีศาจยังคงขับขี่เซเบรอส ติดตามเปกาซัสทั้งสองลากรถศึกของเทพีอเธน่าต่อไป ระหว่างเสด็จเดินทางออกจากเมือง บริเวณนี้เป็นช่วงชานเมืองเต็มไปด้วยเส้นทางธรรมชาติร่มรื่น กลิ่นอายเขียวขจีป่าไม้ใหญ่ บดบังแสงอาทิตย์ลดความร้อนแผ่วลง ความเย็นฉ่ำจากละอองป่าชื้น ทำให้พวกเขาลดความร้อนจากแสงสว่างเหล่านั้นได้
“พวกเราไม่รู้ว่า จะมีสงครามมาเมื่อใด แม้ว่าเคยผ่านการรบกับเผ่าพันธ์อื่น ไม่ว่าจะกับมนุษย์อมตะ หรือเหล่าออร์คที่น่ากลัว คงเทียบไม่ได้กับกองทัพสุดหฤโหดที่สุด เท่าที่ข้าเคยพานพบมา... พวกท่านมีมังกร...” เทพีอเธน่าตอบไป รู้สึกถึงความหวาดกลัวเหล่านั้นตามมาด้วยเช่นกัน
เจ้าชายปีศาจนึกอยากจะกอดปลอบโยน ว่าสงครามได้จบลงไปหลังจากเทพซูสและเทพีเฮร่าหลบหนีออกจากเมืองช่วงชุลมุนโกลาหลในศึกล่าสุด แม้หทัยจะครวญนึกประสงค์ หัตถ์งามเจ้าชายปีศาจทำได้เพียงแค่กำบังเหียนเซเบรอสแน่น หักห้ามตนไว้มิให้ใกล้ชิดกับเทพีครึ่งเทพมากเกินไป นางเป็นเทพีที่ดีในความรู้สึกของเจ้าชายปีศาจ แม้ว่าอาจจะเคยมีเรื่องเล่าในเชิงลบของนาง ปรากฏมานานแล้ว ก่อนพวกมนุษย์จะสูญสิ้นความอมตะนั้น
******
ระหว่างการเดินทางภายในป่าชื้น พวกเขายังคงสนทนาไปด้วย ระหว่างเดินทางอยู่นอกชานเมืองโอลิมปัส ภายในหุบเขาแห่งนี้มีอาณาเขตกว้างใหญ่มาก คงยังไม่ได้ออกจากเขตโอลิมปัสทั้งหมด
“จะว่าไปหุบเขาโอลิมปัสก็ใหญ่และลึกกว่าที่ข้าเคยคิดเอาไว้” เจ้าชายปีศาจเกริ่นออกมา พลางสังเกตนวลหน้าเทพีให้ละเอียดขึ้น เมื่อนางอยู่ในอาภรณ์เต็มยศ ประดับด้วยทองคำ สิ่งของเหล่านั้นต่อต้านพลังเวทมนต์จากปีศาจได้แน่นอน
“โอลิมปัสมีเขตแบ่งแยกอยู่หลายแห่ง แต่ละพื้นที่มีไว้เพื่อใช้งานแตกต่างกัน ป่าชื้นแห่งนี้มีต้นโอ๊คสนดำ ซึ่งเป็นพลังงานเชื้อเพลิงภายในเมือง เราคุยกับเทพาอารักษ์ผู้ดูแลต้นไม้ เพื่อขอแบ่งโอ๊คสนดำมาบางต้น ขอกรีดผิวเปลือกนำน้ำยางดำ มาเป็นน้ำมันเกิดแสงสว่างภายในเคหะ ส่วนผลโอ๊คสนดำเราจะรอจนแก่ แล้วนำมาบดให้เป็นผง ผสมกับน้ำยางดำ เพื่อทำไฟกรีก... ของธรรมชาติมากมาย จึงจำเป็นต้องมีป่าชื้นเหล่านี้ไว้เพาะปลูก...”
เทพีอเธน่าอธิบายสิ่งของภายในเมืองโอลิมปัสให้เจ้าชายปีศาจได้ทราบ บางทีหากไม่มีเทพซูสและเทพีเฮร่า พวกเขาอาจนำสิ่งของเหล่านี้ไปทำประโยชน์ได้ดีกว่า ไปทำลายล้างมนุษย์ตอนสร้างศึกสงคราม... หลังจากพ่ายศึกครั้งล่าสุด นางแอบหวังเพียงว่าจะไม่มีสงครามใดๆ เกิดขึ้นอีก
“เจ้าช่วยเล่าเรื่องหนึ่งให้ข้าทราบได้มั๊ย? ระหว่างที่เรายังเดินทางอยู่” เจ้าชายปีศาจเกริ่นถาม หวังเพียงว่าเทพีอเธน่าจะบอกเขาไปตามตรง มันทำให้เขาคลางแคลงใจมานาน นับตั้งแต่มีเรื่องเล่าขับขานของเทพีอเธน่ากับมนุษย์ผู้หญิงตนหนึ่ง
“ได้สิ! หากท่านประสงค์ เรายังคงเดินทางอีกไกล กว่าจะถึงสวนอีเดนศักดิ์สิทธิ์ ข้าคิดว่าจะถึงที่นั้นยามบ่าย...” เทพีครึ่งเทพตอบออกมาโดยมิได้เอะใจใดๆ เพราะคิดว่าเจ้าชายปีศาจไม่ได้น่ากลัวอย่างที่เคยหวาดหวั่น
“ข้าอยากรู้เรื่อง การประลองปักผ้า ระหว่างเจ้ากับมนุษย์หญิงนามว่าอะแรคมี... ข้าแค่อยากรู้ว่า เหตุผลใด...? ทำไมเจ้า จึงสาปอะแรคมีเป็นแมงมุม?” เจ้าชายปีศาจคิดว่า วิธีแพ้แล้วพาลสาปมนุษย์ มันเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำแบบนั้น หลังจากการประลองของมนุษย์กับเทพในคืนนั้น
สิ้นคำถามนี้ ทำให้เทพีอเธน่าเงียบไปสักพัก ครุ่นคิดอยู่ว่าทำไมพระองค์ถึงประสงค์ใคร่รู้เรื่องนี้ แม้เรื่องเล่าจะเป็นที่ขับขานไปทั่วโอลิมปัสแล้ว นางไม่อยากจะคิดถึงหรือกล่าวถึงมันอีก
