III.IV
ก่อนอรุณรุ่งตะวันจะปรากฏบนขอบนภา ร่างวรกายงามของเทพีขยับแผ่วเบาบนเตียงบรรทมอย่างช้าๆ เรือนกายงามเคลื่อนย้ายพาวรกายบางลุกขึ้นจากเตียง ผิวพรรณนวลผ่องขาวนวลดุจไข่มุก สว่างสไวด้วยพลังอำนาจตน มันอาจจะดีกว่าเดิมหลังจากเปลี่ยนแปลงผู้ครอบครองนครโอลิมปัส
เทพีอเธน่ารู้สึกถึงความอบอุ่น เบาสบาย อีกทั้งนางรู้สึกดีต่อสิ่งที่เป็นอยู่บนปัจจุบัน เรือนวรกายงามสดชื่นมาก นับจากไม่มีเทพซูสและเทพีเฮร่าให้วิตกหทัย นางมีความสุขมากขึ้นกว่าเดิม หลังจากพ่ายศึกโอลิมปัสไปแล้ว มีแต่เรื่องดีๆ เกิดขึ้นกับนางทั้งนั้น
ร่างบางภายใต้ชุดขาวโปร่งคลุมทั่วกาย ปรากฏเรือนวรกายงามเนินอกอวบอิ่มนูนตามรูปร่างที่งดงาม เทพีต้องการสรงน้ำชำระล้างกายก่อนรับอรุณรุ่ง จึงหอบถังไม้หอมบรรจุเครื่องสรงน้ำ พร้อมสวมผ้าคลุมวรกายมิดชิด เดินทางพาตนเองไปยังสระน้ำพุใจกลางวิหารตนภายใน
แสงสว่างเบาๆ บังเกิดก่อนอรุณทองจะปรากฏ เทพีผู้งดงามปลดผ้าคลุมออกจากกาย พร้อมกับลดผ้าโปร่งตัวสุดท้ายออกจากตัว เรือนกายงามเปลือยเปล่าเคลื่อนย้ายจากพื้นหินอ่อน เดินลงสระน้ำเย็นสบาย เต็มไปด้วยกลีบใบไม้หอม ลอยอยู่ผิวน้ำ วรกายงามลดต่ำลงเรื่อยๆ พร้อมสรงน้ำเบาๆ ชำระล้างวรกายด้วยความสบายหทัยนัก
เรือนโอษฐ์กรีดยิ้มหวานเบาๆ ไม่เคยรู้สึกสบายหทัยโล่งใจแบบนี้มาก่อน นับตั้งแต่นางได้เป็นเทพีผู้มีสติปัญญาปราดเปรื่อง ฉลาดในการทำศึกรบควบคู่กับเทพสงครามแอรีส นางไม่เคยได้พักได้วาง อีกทั้งต้องระมัดระวังการกลั่นแกล้งจากพวกเทพ ที่คอยแอบมารังแกกันอย่างลับๆ หลายเรื่อง... บัดนี้แล้วไม่มีเทพตนใดกล้ามาแกล้งนางลับสายพระเนตรเทพตนใดได้อีก เพราะไม่มีพวกเขาอยู่ที่นี่อีกต่อไปแล้ว
เพียงชั่วครู่หนึ่งที่ได้ตระหนักบางเรื่อง ว่าเพลานี้นางคือองค์ประกันภายในโอลิมปัส พร้อมๆ กับเทพเฮอร์เมส อาจจะถูกกักบริเวณอยู่ภายในวิหารของเขาเองก็ว่าได้ ไม่รู้ว่าภารกิจสำคัญของเจ้าชายปีศาจกำลังหมกหมุ่นกับการตามหาบิดานาง มีความประสงค์ใดต่อไป... ไม่อาจนึกดำริได้ว่าจะต้องหาทางปลิดชีพเทพซูสและเทพีเฮร่าถาวร นั้นเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นในหทัยของเทพีอเธน่ามาก่อน
ระหว่างสองพระพาหากวัดแกว่งน้ำในสระ สรงน้ำให้ชื่นหทัยอยู่เพลานี้ หารู้ไม่ว่ามีเรือนร่างของใครบางตน เดินทางมาถึงที่นี่ก่อนเทพีอเธน่าจะเปลื้องผ้าสรงน้ำ... อาจเป็นเพราะต้องมาอยู่มาตุภูมิของเผ่าพันธ์อื่น หาใช่บ้านตนเองไม่ การแปรเปลี่ยนสภาพบ้านไปแล้วนั้น ไม่อาจคลายความเหงาของเจ้าชายปีศาจได้
พระองค์ประสงค์ชักชวนเทพีอเธน่าเดินชมเมืองโอลิมปัส หลังซ่อมบูรณะเสร็จแล้ว อีกทั้งอยากมีเวลาได้ปรับทัศนคติร่วมกัน เพื่อว่าจะดำเนินการปกครองเมืองนี้ให้ดีขึ้นกว่าเดิม นั้นคือการพัฒนาการปกครองจากองค์จักรพรรดิ์ ให้บุตรรับหน้าที่นี้เป็นอย่างแรก
แต่ไม่นึกเลยว่า จะได้ชมความงามของเทพียามเปลื้องผ้าเปลือยเปล่าได้ชั่วคราว อีกทั้งเวลาที่ไม่ได้อยู่ต่อหน้าเทพตนอื่นๆ ยามนางอยู่ตามลำพังแล้ว ก็ไม่ต่างกับหญิงงามทั่วไป ประสงค์มีความสุขกับตนตามลำพัง โดยไม่ต้องสนใจใครอื่น แววเนตรสีทองจรดจ้องเทพีอยู่เงียบๆ ในมุมอับมืดทึบแสง
หทัยหนึ่งประสงค์อยากจะปรากฏตัวต่อหน้าพระพักตร์นาง มิอาจปิดบังอีกต่อไป แต่อีกหทัยต้องปกปิดตนเช่นเดิม เพียงเพราะไม่อยากขัดจังหวะเวลาแสนสุขของนาง ขณะกำลังสรงน้ำจวนจะขึ้นจากสระน้ำแล้ว... เจ้าชายปีศาจมองเรือนพระพาหาบอบบาง ยกขึ้นสูงเพื่อใช้หัตถ์งามทั้งสอง กำลังบิดมวยเกศาสีทองยาวเปียกชุ่มน้ำ รีดให้แห้งมากที่สุดก่อนจะใช้ปิ่นทองคำของตนเสียบรัดไว้มิให้สยายยาว เรือนวรกายหลังงดงามยามสายน้ำหลั่งไหลตามร่องอัฐิสันหลัง
หัตถ์นวลแกร่งเผลอกำเสากำแพงวิหารจากมุมอับ พระองค์คงจะตื่นเต้นแรงไป เผลอทำเสียงดังจนเทพีรู้สึกตกใจว่า เพลานี้นางรู้แล้วไม่ได้อยู่เพียงลำพัง สองพระพาหาขาวนวล รีบตะครุบคว้าผ้าโปร่งบางริมสระน้ำมาคลุมสวมวรกายโดยไว แม้จะอยู่ภายในสระน้ำอันเต็มไปด้วยกลีบดอกไม้ก็ตาม กายบางลดต่ำลงซ่อนอยู่ใต้น้ำระหว่างผิวคลื่นสั่นไหว แทบจับภาพใต้น้ำมิได้
“ผู้ใดสถิตวิหารข้า!!!” เทพีอเธน่ากล่าวถามด้วยความไม่ไว้วางใจ ทำให้เจ้าชายปีศาจต้องปรากฏตนจนได้ แม้ว่าอยากจะหลบซ่อนต่อไป
“ข้าต้องขออภัยท่านด้วย เมื่อข้ามามิได้บอกกล่าวท่านล่วงหน้า...” เพียงสุรเสียงเจ้าชายดังมาจากมุมอับทึบแสง เรือนวรกายงามของเขา ทำให้เทพีเกิดความรู้สึกขัดเขินหนักขึ้นไปอีก ก่อนหน้านี้นางเปลื้องผ้าก่อนลงน้ำ เขาอาจจะเห็นนางหมดจดทั้งวรกายสิ้นแล้ว เรือนพระพักตร์เทพีเริ่มแดงระเรื่อ ตื่นตระหนกหนัก ไม่คิดว่าเจ้าชายปีศาจจะล่วงล้ำมาวิหารนางในยามก่อนอรุณรุ่ง ไม่รู้ว่าเหตุใดทำไมถึงมาแต่เช้าตรู่เพียงนี้
“ฝ่าบาท!!! ท่านแอบลอบมาวิหารข้า ท่านมิควรทำเช่นนี้!!!” สุรเสียงหวานแผดออกมาด้วยความกริ้วปนความละอายใจ ไม่เคยปล่อยให้ตัวเองต้องเนตรบุรุษใด แต่กลับพลาดถูกเจ้าชายปีศาจแอบมองเห็นจนหมดวรกาย
“ข้ามีเจตนาดีจะเชิญชวนท่าน พาข้าเดินทางเที่ยวชมโอลิมปัสวันนี้ทั้งวัน เพราะข้ามิอาจทนรอเจ้าพร้อม... ข้าจึงเดินทางมาเชิญเจ้าเองด้วยเจตนาดี... ดั่งเราให้คำมั่นสัญญาเมื่อวานพลบค่ำ” เจ้าชายเลเวอรัสทวงสัญญาเมื่อวาน หลังจากคืนพลังอำนาจให้แก่เทพีอเธน่าไปแล้ว อยากให้นางพาเขาชมเมืองด้วยตัวนางเอง เพราะเจ้าชายก็อยากใช้เวลาอยู่กับนางตามลำพังเช่นกัน
“หากเป็นเจตนาดี ได้โปรดรอคอยข้านอกวิหาร อย่าถือวิสาสะเข้ามาโดยมิได้บอกกล่าว ข้าไม่รู้ว่าท่านเข้ามาเพลาใด!!!” ความจริงเทพีอเธน่าอยากจะตักเตือนบอกกล่าวเจ้าชายว่า เขาเสียมารยาทมาก ที่เข้ามาโดยไม่บอกนางก่อนตั้งแต่เมื่อวาน
“เช่นนั้นแล้ว หลังเพลานี้เจ้าสรงน้ำเสร็จสิ้น เมื่อตะวันขึ้น ข้าจะรอพบเจ้าที่วิหารข้า...!!!” เจ้าชายเลเวอรัลสรวลรอยยิ้มหวานจากโอษฐ์งาม พร้อมความสุขสกาวบนพระพักตร์ปรากฏเสียแววเนตรทองเป็นประกาย
“วิหารท่าน?” เทพีอเธน่ายังคงกุมหัตถ์แน่นกับผ้าโปร่งคลุมกายใต้ผิวน้ำ เรือนกายนวลซ่อนอยู่ในนทีหอมด้วยกลีบดอกไม้พฤกษานานาพรรณ ภายในหทัยตกใจกับประโยคล่าสุดของเจ้าชาย
“ข้าเปลี่ยนวิหารของเทพซูส กลายเป็นวิหารของข้า แค่ปรับปรุงนิดๆ หน่อยๆ เพราะข้ายังต้องอยู่ที่นี่อีกนาน หวังว่าเจ้าจะไม่ขัดข้องใดๆ ข้าขอตัวก่อนนะ...” เจ้าชายเลเวอรัสได้บอกเจตนาของตน ให้นางทราบความหมดสิ้นแล้ว จึงได้ถือโอกาสลากลับก่อน โดยไม่อยากขัดจังหวะดีๆ ของเทพีอีก แต่ก่อนจะพาวรกายงามออกจากวิหาร เรือนกายอันงดงามของเจ้าชายปีศาจเลเวอรัส เหลียวหลังกลับมา พบเทพีอเธน่ากำลังพยายามแอบเดินขึ้นจากสระน้ำ เนื้อผ้าโปร่งลูบเข้าเรือนกายนาง เกิดโครงสร้างเว้าโค้งได้สวยงาม จนน่าจับหทัยหนุ่ม
“เช้านี้ข้าอารมณ์ดีมากทีเดียว ที่ได้พบภาพที่สวยงามที่สุดในโอลิมปัส!” พระองค์สรวลยิ้มหวานเต็มโอษฐ์อีกครั้ง สร้างความละอายใจเสียพระพักตร์เทพีอเธน่าแดงระเรื่อ โลหิตพรหมจรรย์สูบฉีดร้อนแรง จนกายนางร้อนทั่ววรกายอีกครั้ง เทพีอเธน่าคิดว่า ต้องรีบเดินลงสรงน้ำอีกครั้ง ลดความขัดเขินเสียให้สิ้น
ไม่อาจบรรยายได้เลยว่า เทพีอเธน่าสบถคำใด ระหว่างดำผุดดำว่ายภายในสระน้ำส่วนพระองค์...
******
