IV.III
“ท่านจะเชื่อข้ารึ?” เทพีอเธน่ายังคงกุมบังเหียนคุมรถศึก เพื่อขยับสายเบาๆ ให้ม้าเปกาซัสวิ่งลากต่อไปตามปกติ แววเนตรสีม่วงสั่นแผ่ว นึกย้อนถึงคืนวันนั้นที่พ่ายแพ้... นางไม่ได้ถนัดการปักผ้า เฉกเช่นสตรีมนุษย์พึงกระทำ นางใช้สติปัญญา การรบแบบสตรีถือโล่ มิได้หมายความว่าจะเก่งกาจทุกเรื่อง... นางแค่ยอมรับว่าไม่ได้เก่งเรื่องงานปักผ้า หรืองานบ้านของสตรีพึงกระทำ แต่เรื่องแพ้แล้วพาล นางไม่ยอมรับแน่นอน...
“ข้าเชื่อว่าหลังจากพ่ายศึกมานี่ เจ้าไม่มีวันโป้ปดข้า” เจ้าชายปีศาจพยายามยั่วยุให้เทพีอเธน่าเล่าเรื่องของนางออกมา ในหทัยปีศาจหนุ่ม อยากรู้จากโอษฐ์นางมากกว่าเรื่องเล่าจากทวยเทพองค์อื่น ที่ทำให้เทพีอเธน่าเสื่อมเสีย เรื่องพ่ายแพ้การประลองปักผ้ากับมนุษย์
“ข้าจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนั้นให้ท่านทราบ...” เทพีอเธน่ายังคงเดินทางต่อไป โดยดวงเนตรสีม่วงประกายทอง ไม่ได้หันมาสบเนตรเจ้าชายปีศาจ ไม่ใช่เพราะกลัวจะจับเท็จได้ แต่เพราะนางรู้สึกอ่อนไหว ต่อเหตุการณ์ในวันนั้น จนไม่อยากแสดงความอ่อนแอออกมาให้เจ้าชายสัมผัสได้
“เจ้าหลบสายเพระเนตรเจ้าชายทำไม...?” ฮาเดสกล่าวถาม หวังเพียงว่าหากนางโป้ปกแม้เพียงคำเดียว เขาจะเผาผลาญกายนางในทันที
“ข้าประสงค์กล่าวต่อพวกท่านว่า เรื่องในคืนนั้น มีความเข้าใจผิดหลังจากข้าพ่ายแพ้... ข้าเสียหทัยมาก ในสิ่งที่เกิดขึ้นกับอะแรคมี” เทพีอเธน่ากำลังเล่าส่วนที่สำคัญที่สุด เป็นเรื่องราวที่ไม่ได้ถูกกล่าวขานดังเรื่องจริงที่เกิดขึ้น
“การประลองในคืนนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร?” เจ้าชายปีศาจตรัสถาม ด้วยความอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่เป็นต้นตอของเรื่องทั้งหมดนี้
******
“อะแรคมี เป็นหญิงสาวมนุษย์อมตะที่เก่งการปักผ้าในหมู่สตรีทั้งหมด นางมั่นใจในฝีมือการเรือนของนางมาก นางแค่อยากพิสูจน์ฝีมือว่านางเก่งเทียบทวยเทพเทพี จึงอาจหาญมาท้าทายข้าถึงวิหาร...” เทพีอเธน่าบอกกับเจ้าชายปีศาจไปตามตรง เรือนคิ้วงามขมวดเข้าหากัน เพราะไม่ชอบเรื่องที่ถูกถามในเพลานี้ อีกทั้งบ่ายเบี่ยงเลี่ยงตอบก็ไม่ได้ โป้ปดหลบหนีไม่ได้อีก จึงต้องตอบออกไปตามตรงอย่างรู้สึกละอาย... ไม่ใช่เพราะนางแพ้แล้วพาล แต่มันมีเบื้องหลังมากกว่านั้น ซึ่งนางไม่อยากกล่าวถึง
“และเจ้าก็รับคำท้า?” เจ้าชายปีศาจเผลอถามซ้ำ เพราะเรื่องมันเกิดขึ้นมาแล้ว แค่ไม่เข้าใจว่าเทพีอเธน่าต้องสาปนางเชียวรึ
“ข้าไม่ประสงค์รับคำท้า แต่เนื่องด้วยเทพีทั้งหมดในโอลิมปัส ไม่พิศมัยถูกมนุษย์ท้าทาย และข้าคือตัวแทนของพวกนางทั้งหมด... อีกทั้งเทพีเฮร่าคะยั้นคะยอให้ข้ารับคำท้าจากมนุษย์ เพียงเพราะเป็นเทพีแล้วจะชนะมนุษย์ทุกเรื่อง แต่ข้ามันไม่เอาไหนเรื่องการเรือนจริงๆ ข้าถนัดแต่เรื่องสติปัญญาและการศึกสงคราม ข้าจึงพ่ายการปักผ้าต่ออะแรคมี” เทพีอเธน่าตอบไปตามตรง ซึ่งก็ตรงกับเรื่องเล่าขับขานทั้งโอลิมปัส ยิ่งทำให้ฮาเดสรู้สึกว่า ต้องลงโทษนางเพราะสาปมนุษย์กลายเป็นแมงมุมน่าเกลียดน่ากลัว
“หยุดนะ ฮาเดส!!! นางยังเล่าไม่จบ” เจ้าชายปีศาจห้ามพาหนะของตนเอาไว้ มิให้พ่นไฟใส่ร่างเทพีซึ่งอยู่บนรถศึก
“แต่ว่า พระองค์ก็ได้ทราบความแล้ว... นางแพ้อะแรคมี” ฮาเดสรู้สึกขัดใจเมื่อโดนห้าม เทพีอเธน่ารู้สึกลำบากหทัย เมื่อจะต้องพูดส่วนที่เหลือ โดยที่ไม่ได้อยู่ในเรื่องเล่า
“เกิดอะไรขึ้น กับอะแรคมี? หลังจากเจ้าแพ้แล้ว!” เจ้าชายปีศาจถามย้ำว่า นางทำเช่นนั้นจริงๆ เพราะอะไร... สิ่งหนึ่งเทพีอเธน่าได้ตอบออกมา ทำให้เจ้าชายถึงกับประหลาดใจยิ่งนัก
“เมื่ออะแรคมีได้ชัยชนะจากการปักผ้ากับข้า เหล่าเทพีทั่งโอลิมปัส ถูกโจษจันว่าไม่เก่งการเรือนของสตรี เพราะข้าพ่ายแพ้ เทพีเฮร่ามิได้โทษข้าใดๆ เพราะนางล่วงรู้อยู่ก่อนแล้วว่าข้าไม่ถนัดเรื่องนี้ เมื่อข้าเดินออกจากท้องพระโรงหลังการประลองแล้ว... มนุษย์ผู้อยู่ในเหตุการณ์วันนั้น ถูกเทพีเฮร่าปลิดชีพทั้งหมด เหลือเพียงอะแรคมี ที่ยังมีชีวิตอยู่อย่างหวาดกลัว...”
เทพีอเธน่ารู้สึกเสียหทัยยิ่งนัก เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้น และนางก็ไม่อาจย้อนกลับไปช่วยอะแรคมีจากเทพีเฮร่าในท้องประโรงได้
“เจ้าว่าอะไรนะ? เทพีเฮร่าฆ่าพวกมนุษย์ที่อยู่ในเหตุการณ์วันนั้นทั้งหมด? นางทำแบบนั้นทำไม?” เจ้าชายปีศาจตื่นประหลาดหทัยหนัก เมื่อได้ทราบความจริงที่ไม่ได้อยู่ในเรื่องเล่า
“ไม่มีพยานรู้เห็นเหตุการณ์ประลองปักผ้า เทพีเฮร่าสาปอะแรคมี กลายเป็นแมงมุมอสูรกายที่น่าหวาดกลัว มีชีวิตอยู่ในภาพลักษณ์แสนอัปลักษณ์ และยังคงชักใยเก่งเหมือนตอนปักผ้า ข้าไม่อาจแก้ไขเรื่องเล่าขับขานนี่ได้ เพราะเทพีเฮร่าให้เหล่าผู้รับใช้นาง เป็นผู้ป่าวประกาศเรื่องเล่านี้ อะแรคมีประลองปักผ้าชนะเทพีอเธน่า แล้วข้าก็สาปนางเพราะ แพ้แล้วพาล โกรธามนุษย์ผู้หยาดเกียรติเทพ ให้ข้ากลายเป็นเทพีผู้ริษยา สาปอะแรคมีกลายเป็นมนุษย์ครึ่งแมงมุมในที่สุด”
เทพีอเธน่าได้เล่าส่วนที่ไม่มีใครได้ล่วงรู้มาก่อน เพราะนางรู้ว่าถึงจะคิดพูดแก้ต่างให้ตัวเองได้รับความถูกต้อง ก็คงไม่มีใครเชื่อ เพราะนางเป็นเทพีที่มีพลังอำนาจ และวันนั้นที่ประลองนางไม่ได้ใช้พลังเวทมนต์ใดๆ ปักผ้ากับอะแรคมี
“ทำไมเทพีเฮร่าต้องทำเช่นนั้นกับเจ้า...?” เจ้าชายปีศาจถามเพราะความสงสัย ชาวเมืองปีศาจไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเลย
“เพราะมนุษย์อมตะบูชาข้า... เพราะข้ามีสายโลหิตครึ่งมนุษย์อมตะ พวกเขาก็บูชาข้ามากขึ้นเรื่อยๆ พลังแห่งการบูชาทำให้ข้าแข็งแกร่ง และเกือบเทียบเท่าเทพีเฮร่า ดังนั้น...หากมนุษย์เสื่อมศรัทธาในตัวข้า การบูชาจะน้อยลง หันแปรไปทางเทพีองค์อื่น รวมไปถึงเทพีเฮร่าเช่นกัน... นางทำเพราะเกรงว่าสักวันข้าจะแกร่งกว่านาง ด้วยการบูชาจากพวกมนุษย์” เทพีอเธน่าบอกให้เจ้าชายปีศาจได้รู้... ว่าทำไมการศึกครั้งล่าสุด ถึงไม่เหมือนกับทุกๆ ครั้ง...
วันเพลาผ่านไป แรงศรัทธาบูชาในตัวเทพีเฮร่าน้อยลงทุกวัน นางจึงหนีทัพไปก่อนทวยเทพองค์อื่น พลังมิได้แกร่งพอจะต่อกรกับทัพปีศาจ จึงปล่อยให้เทพีการศึกอยู่สู้เพียงลำพัง เพราะนางมีพลังมากกว่าใคร...
“พวกเจ้ามีแหล่งพลังงาน จากการบูชาของพวกมนุษย์?” เจ้าชายปีศาจพึ่งรู้ว่า ทวยเทพมีพลังงานมาจากที่ใด เช่นนี้แล้วเทพีอเธน่าคงถูกลดทอนความศรัทธา เหตุความเข้าใจผิดเรื่อง สาปอะแรคมีเป็นแมงมุม
“ข้าสารภาพกับท่านเพียงคนเดียว เพราะข้าเชื่อว่า ท่านจะเชื่อเรื่องเล่าของข้า ถ้าข้าโป้ปดจริงหลักศิลาปีศาจในเมืองของท่านจะจัดการข้าเอง...” เทพีอเธน่าหวังเพียงว่า ความสัตย์จริงที่นางได้ตรัสออกไป จะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่านางมิได้กล่าวเท็จสักนิด
******
