บท
ตั้งค่า

I.I

- พวกเขาทิ้งข้า!!! ทวยเทพผู้ทรงอำนาจ เครือญาติของข้า... ทอดทิ้งข้า!!!พวกเขาช่างเลวทรามต่ำช้า ไร้สามัญสำนึกอันดีงาม ข้าทำเพื่อพวกเขาทุกอย่าง... ศึกครานี้... ข้าพิสูจน์ตนเองแล้ว แม้นข้าคือลูกครึ่งเทพ ข้าไม่ใช่พวกนอกสายเลือด ข้าคือนักรบสตรีถือโล่ผู้กล้าหาญ ข้าพร้อมสละชีพเพื่อโอลิมปัส !!! –

สุรเสียงเทพีก้องภายในหทัยครึ่งเทพครึ่งมนุษย์ กล่าวขานย้ำเตือนบอกตน ยามบรรทมหมดสติหลับใหลไม่รู้สึกวรกาย เทพีอเธน่ารู้สึกถึงความพ่ายแพ้ สิ้นหวัง ปราชัย อำนาจของนางถูกริบไปสิ้น หลงเหลือเพียงอำนาจแห่งมนุษย์อมตะจากมารดา ยังหลงเหลือในสายโลหิต มีพลังอำนาจไม่เพียงพอใช้ต่อกรกับอำนาจปีศาจใดๆ อีก

วรกายงามภายใต้เกราะอ่อนเพียงชุดกรีกขาว ทับด้วยเกราะหนักแข็ง นางค่อยๆ รู้สึกตัวปรือแววเนตรฟื้นอย่างช้าๆ เทพีอเธน่ามิได้สลบอยู่บนพสุธาด่านนอกโอลิมปัส นางกลับมาถึงห้องบรรทมของตนเองได้อย่างไร... ความทรงจำสุดท้ายในหทัย จำได้เพียงแค่ประชันพระพักตร์กับผู้มาท้ารบ...

“เขาคือ ... เจ้าชายปีศาจ... ทำไมช่าง... รูปงามยิ่งนัก” เทพีอเธอน่าเปรยกับตนแผ่วเบา รู้สึกสะดุดหทัยชวนหงุดหงิด ไม่เคยพานพบบุรุษรูปงามจับเนตร ต้องพึงหทัยแบบนี้มาก่อน อีกทั้งสุภาพนุ่มนวล ไม่คิดจะทำร้ายนางให้สิ้นซาก แม้ว่าจะตีกำแพงด่านหน้าป้องกันของโอลิมปัสเสียแตกพ่าย ย่อยยับจนไม่อาจป้องกันปีศาจรุกรานเข้าเมืองได้อีก

ภายในทรวงตรมเจ็บหทัยนัก รู้สึกถึงการหายใจรวยรินที่ยากลำบาก เห็นทีจะต้องลุกเดินออกไปที่ระเบียง ทอดพระเนตรรอบๆ เมืองเสียบ้าง ตอนนี้เกิดอะไรขึ้น... วรกายเทพีครึ่งเทพ ค่อยๆ เคลื่อนย้ายในชุดศึก ถูกปลดศาตราวุธทั้งหมด พาร่างงามลุกจากเตียงบรรทม ด้วยพระบาทเปล่าเดินบนพื้นหินอ่อนเบาอย่างช้าๆ หัตถ์บางค่อยๆ ปลดชุดนักรบหลุดทิ้งลงพสุธาลงทีละชิ้น เหลือเพียงอาภรณ์เนื้อผ้ากรีกขาว เกราะอ่อนประดับวรกาย เรือนร่างรับน้ำหนักบางเบาลง...

แววเนตรตื่นตระหนกกับภาพเบื้องหน้า ระเบียงงามเว้าแหว่ง กลิ่นไหม้ควันไฟคละคลุ้ง วิหารหลายแห่งพังทลาย รูปปั้นสำหรับสักการะเหล่าทวยเทพทลายพินาศเป็นผุยผง ความหายนะจากไฟมังกรแผดเผาทุกๆ อย่าง ณ ที่นี่ เหลือเพียงกองเถ้าถ่านทั่วทั้งเมือง

ทัพทหารมากมายภายใต้เหล่าทวยเทพ ทั้งบาดเจ็บล้มตาย ไม่เหลือซาก เนื่องด้วยปีศาจดุร้ายรุกราน ช่างโหดเหี้ยมเกินกว่าจะกลับไปนึกภาพเหล่านั้น ด้วยเรี่ยวแรงมากมายจับทวยเทพฉีกทึ้ง กัดกินราวกับอาหารอันโอชะได้อย่างง่ายดาย ช่างมีพละกำลังมหาศาลอย่างน่าเกรงขาม สายโลหิตสีทองคำยังคงชะโลมทั่วด่านหน้ากำแพงหุบเขาโอลิมปัส เหลืองอะหร่ามสะท้อนแสงระยิบระยับ

ใจกลางเมืองโอลิมปัส ไม่ปรากฏสาส์นท้ารบจากจักรพรรดิ์ปีศาจอีกแล้ว กลับมีศิลาคริสตัลสีดำกลายเป็นอนุสาวรีย์ที่มีพลังงานจากเมืองปีศาจ ควบคุมอำนาจในโอลิมปัสทั้งหมดนี้ไว้แล้ว...

“ข้าไม่ได้ฝันไป... ถึงคราวกาลอวสานโอลิมปัสแล้วรึ?” เทพีอเธน่าครวญถึงความสิ้นหวัง เหตุการณ์นี้มันไม่เคยเกิดขึ้นภายในโอลิมปัสมาก่อน ครานี้มันคือความจริงที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ มนุษย์เคยหมดความเป็นอมตะ ได้รับความเจ็บ แก่เฒ่า โรคภัย สิ้นหวังจนหมดลมหายใจ อย่างรวดเร็ว... เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ นางเริ่มมีความกลัวเข้าจับหทัยขึ้นมา

******

เพียงเพลาแววเนตรสั่นเครือกับภาพเบื้องหน้า บานประตูห้องบรรทมของเทพีอเธน่าเปิดกว้างทั้งสองประตู ผู้เยื้องย่างเข้าห้องนางตนแรก คือเซเบรอส หมาสามหัวพ่นไฟผู้น่าเกรงขาม ลดขนาดจำแลงกายให้เล็กลง เพื่อเดินเข้ามาภายในวิหารของเทพีได้อย่างง่ายดาย บนหลังพาหนะขับขี่ที่แสนเชื่อง เจ้าชายปีศาจเสด็จประทับอยู่... ผู้กำชัยในศึกนี้ ได้แวะมาเยี่ยมเยียนนางตามมารยาทหลังศึกสงบ

มีเพียงแค่เสียงเดินเท้าบนแผ่นหินอ่อนที่ดังเป็นระยะ หมาสามหัวตัวลุกเป็นไฟโชติช่วงสว่างร้อน ลดตัวนั่งลงอย่างสุขุมเรียบร้อย พลางนอนหมอบราวกับรู้งาน เจ้าชายปีศาจหย่อนวรกายงามลงมา เพื่อแวะมาเยี่ยมหาเทพี พึ่งฟื้นรู้สึกวรกาย เขาแค่มีธุระไม่กี่เรื่องจะถามไถ่นาง...

“เจ้าฟื้นก็ดีแล้ว บางทีความทรงจำของเจ้าอาจจะเป็นประโยชน์กับข้า...” เจ้าชายรูปงามเกริ่นต่อหน้าเทพีครึ่งเทพอย่างสุภาพ เพราะนางน่าจะรู้ว่า สิ่งที่พระองค์ต้องการ นางจะต้องเป็นฝ่ายมอบให้...

“ท่านคือ... เจ้าชาย เลวาราสรึ?” เทพีอเธน่าพยายามสะกดชื่อเขา รู้สึกกล่าวไม่ค่อยคุ้นลิ้น สีหน้าเจ้าชายสะดุดกับคำตรัสแรกของนางต่อเขา

“เลเวอรัส!” เจ้าชายเอ่ยนามพระองค์เองอีกครั้ง ทำให้เทพีอเธน่ามองค้อนเพราะสะกดไม่ถูก ชาวเมืองโอลิมปัสก็เอ่ยพระนามของเจ้าชายไม่คุ้นปาก เพราะภาษาคนละรูปแบบ มันทำให้ความสับสนในการเอ่ยนามนั้นเรียกยาก... ฮาเดส สามหัวจึงคิดว่าน่าจะมีคำกลางเรียกขานพระนามแทนจะง่ายกว่า

“พวกเจ้ามิต้องมาตีสนิทผู้ครอบครองนครโอลิมปัสตนใหม่หรอก พวกเจ้าจะต้องกล่าวพระนามกับเจ้าชายว่า –ฝ่าบาท- พระองค์คู่ควรตำแหน่งนี้หลังชัยชนะที่ผ่านมา...” ฮาเดสย้ำเตือนให้ทวยเทพแห่งโอลิมปัสรับรู้เสียใหม่ เจ้าชายเลเวอรัสให้ความเป็นกันเองกับเทพีอเธน่ามากเกินไปแล้ว หน้าที่ของฮาเดสคือดูแลเจ้าชายอย่างใกล้ชิด

แววเนตรงามเทพีกระตุกไปบ้าง เมื่อพบว่าเซเบรอสที่น่าเกรงขาม ใครๆ ในโอลิมปัสหวาดผวากับไฟร้อนแรงจากหมาน่าสะพรึงกลัวตัวนี้ นางไม่คิดว่าสัตว์ชนิดนี้จะยอมเจรจาพูดได้

“ขอบใจฮาเดส!!! ความจริงข้ามิควรมาในวิหารเจ้า จนถึงห้องบรรทม แต่เนื่องด้วยข้ายังมีภารกิจที่ยังไม่สำเร็จ หวังว่าเจ้าจะให้ความร่วมมือ เมื่อข้าได้ให้ความปลอดภัยแก่พวกเจ้าทุกตนหลังจบสงครามนี้” เจ้าชายปีศาจยิ้มเบาๆ ตรัสด้วยน้ำเสียงนวลนุ่มชวนน่าสดับ เทพีอเธน่าเกือบเคลิบเคลิ้ม กับวาจาชวนสดับเสียนางลืมปุจฉาสิ้นสงสัย

เทพีอเธน่าพยายามยืนประทับนิ่งสถิตที่เดิม แววเนตรม่วงสั่นเครือ เพราะถูกริบอำนาจไปหมดแล้ว ยามนี้นางอาจเป็นองค์ประกัน พร้อมๆ กับโอลิมปัสทั้งหมดก็ว่าได้ เจ้าชายปีศาจต้องการสิ่งใดจากนาง...

“ทวยเทพผู้หลบหนีศึกทั้งหมด อยู่ที่ไหน? ” เจ้าชายปีศาจฉายแววตาสีทองเป็นประกาย ทำให้เทพีผู้เลอโฉมมิอาจละสายตาคู่งามชวนสะกดหทัยคู่นั้นไว้ได้ เรือนโอษฐ์งามแทบเม้มแน่นปิดสนิทมิยอมปริปาก ฮาเดสคิดไว้แล้วว่าถึงนางจะรู้รึไม่ ย่อมมิยอมตอบคลายปุจฉา

“ข้ารู้ว่า เจ้ารู้! โปรดบอกข้าหากเจ้าจะยอมให้ความเรื่องนี้เสร็จสิ้นโดยไว!!!” เจ้าชายเริ่มเสียงแข็งเล็กน้อย หลังจากเห็นเทพีครึ่งเทพครึ่งมนุษย์ มิยอมตอบปุจฉาใด เป็นเรื่องเตรียมใจก่อนเข้ามาอันแน่แท้ เพราะความเป็นสายโลหิตเดียวกับเทพซูส นางคงมิยอมบอกเขาโดยง่าย

“ท่านชนะศึกนี้ ครอบครองโอลิมปัสแล้ว ใยประสงค์ล่วงรู้ไปเพื่ออะไร ในเมื่อท่านริบอำนาจพวกเราทั้งหมดสิ้นแล้ว พวกเขาก็แค่เทพที่ไม่มีหนทางต่อสู้ใดๆ กับพวกท่านได้อีก... ศึกนี้จบแล้ว ท่านจะยังตามล่าเทพที่เหลืออีกรึ?”

เทพีอเธน่าแย้งกับผู้รับชัยชนะเบื้องหน้า อันที่จริงนางไม่มีสิทธิ์จะแย้ง ในความพ่ายแพ้อย่างมิต้องสงสัย นางแค่ใคร่รู้ว่าเหตุใดต้องตามล่าเทพที่หลบหนี หลังได้รับชัยไปแล้วก็ตาม

“บิดาข้าหมายเศียร บิดามารดาเจ้า!!! ฐานใช้เล่ห์เหลี่ยมจนทำให้มารดาข้าถึงแก่กรรม ด้วยเหตุผลอันเลวทราม!!!”

มาถึงจุดนี้แล้ว แทนที่เทพีอเธน่าจะใช้เหตุผลเพื่อลวงศัตรู กลายเป็นว่าจุดปะทุความโกรธานั้นกลับมาอีกครั้ง ดวงเนตรสีทองประกายอันงดงาม เริ่มมีเปลวไฟดุจเพลิงผุดขึ้นในดวงเนตรเจ้าชาย มันช่างเหมือนกับดวงเนตรแห่งเพลิงกำลังลุกโชติช่วงมากมาย เปลวเพลิงนั้นร้อนแรงเสียนางสัมผัสได้

“เหตุผลอันเลวทราม!!! ท่านจะกล่าวหาบิดาข้ามิได้ และเทพีเฮร่ามิใช่มารดาข้า!!!” นั้นคือความสัตย์จริง เทพีอเธน่าไม่เคยคิดว่าเทพีเฮร่าจะเป็นมารดาให้นาง หลังจากมารดาที่แท้จริง ได้สลายหายไปกับแสงสว่างของเทพซูส ก่อนนางจุติเสียอีก เมื่อมารู้ทีหลังว่าเทพซูส แอบลักลอบได้เสียกับมารดาแท้จริงของนาง จนปฏิสนธิแล้ว วรกายของเทพีอเธน่าถูกเก็บรักษาอย่างดีไว้ที่พระนลาฏของเทพซูส จนกระทั่งวันหนึ่งได้กลับมาอยู่ในโอลิมปัสในกาลหนึ่ง...

“หากเจ้าพร้อมยอมบอกให้ข้าตามหาบิดาเจ้า จงรีบบอกข้าเมื่อพร้อม!!!” เจ้าชายปีศาจเลเวอรัส โกรธาจนกริ้วเสียหทัย อารมณ์มิได้อยู่ในภวังค์แห่งเหตุผล จึงคิดว่าพาตนอยู่ให้ห่างจากเทพีผู้ยั่วยุ เหตุผลน่ะรึ ที่จะมีผลต่อการตัดสินหทัยพระองค์ได้ เหล่าเทพและเทพียังไม่อาจต่อกรกับปีศาจแห่งเฮเดน แม้ปราชัยไปแล้ว ย่อมไม่มีวันหาทางกลับมารบศึกได้อีก

******

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel