II.I
เหนือยอดวิหารสูงตระหง่าน ท่ามกลางสายวายุบนนภาที่เวิ้งว้าง ปรากฏเทพบุตรปีศาจเพียงเดียวดาย โดยข้างกายคือเซเบรอสหมาสามหัว ดูแลปกป้องอยู่เคียงข้าง แววเนตรสีทองนิ่งดุจเกลียวคลื่นแสนสงบ ไร้อาวรณ์ใดๆ ต่อภาพเบื้องหน้า ปรากฏถึงการฟื้นบูรณาการคืนโอลิมปัส สู่สภาพเดิมก่อนพังทลายด้วยไฟสงครามที่ผ่านมา
สองพระพาหากอดประคองวรกาย ด้วยหทัยกำลังดำริเงียบๆ บางอย่างภายในหทัยเจ้าชาย เพลานั้นสายวายุแปรผัน เจ้าชายหยั่งรู้ถึงการมาของเทพีครึ่งเทพ บัดนี้เหลือเพียงอำนาจแค่กายมนุษย์ครึ่งอมตะคนสุดท้ายที่เหลืออยู่...
“ฝ่าบาท...!!!” สุรเสียงนวลนุ่มของเทพีกล่าวขาน น้อมสุภาพต่อเจ้าชายปีศาจเบื้องหน้า ต่อการจำนนพ่ายศึกครั้งนี้ นางรู้สึกเสียหทัยยิ่งนัก หลังจากรู้ความจากเทพเฮอร์เมสทั้งหมดนี้แล้ว... มิอาจหาคำกล่าวใดแข็งข้อต่อเจ้าชายปีศาจได้อีก
ดวงเนตรสีทองมิได้เหลือบมอง ตามสุรเสียงกล่าวขานสรรพพระนามเจ้าชาย พระองค์ยังคงมองผลงานเบื้องหน้าบูรณะโอลิมปัสกลับมาเช่นเดิม นี่คือการชดเชยหลังสงคราม เมื่อฝ่ายปีศาจเมืองเฮเดนกำชัยแล้ว พวกเขากำลังชดเชยสิ่งเสียหายทั้งหลาย ให้กลับมาดั่งเดิม ราวกับไม่มีศึกสงครามมาก่อน เหลือเพียงแค่ชีวิตของผู้วายชนม์ในสงคราม จากไปโดยไม่มีวันกลับ แววเนตรสีม่วงประกายทอง ถึงกับสั่นไหว เมื่อภาพการคืนสภาพเมืองกลับมาดีเช่นเดิม
“เจ้ารู้สึกถึงความพอหทัย กับการชดเชยจากพวกข้ารึยัง?” เจ้าชายปีศาจมิได้แลดวงเนตรกลับมาเหลียวมองเทพีเบื้องหลัง โดยมีเซเบรอสเคียงข้าง มิให้นางเดินเข้ามาใกล้มากกว่าเดิม ด้วยระยะห่างเกือบสามสิบก้าว
“ข้าซาบซึ้งในน้ำพระทัยอันดีงามยิ่งนัก เมื่อพบว่ามาตุภูมิจุติข้ากำลังฟื้นตัวเร็วเช่นนี้ ข้าขอน้อมขอบพระทัยยิ่งนัก ฝ่าบาท!!! โปรดรับการนอบน้อมจากข้า!!!”
นางต้องยอมศิโรราบจนถึงภายในหทัยในที่สุด กระนั้นจึงทำให้เจ้าชายปีศาจต้องเหลียวหลังวรกายกลับมา พบว่าเทพีผู้งดงาม น้อมกายลงทรุดเข่า โค้งคำนับต่อความปราณีฟื้นฟูโอลิมปัสในกาลนี้
“เจ้าจะบอกข้าได้รึยัง? ทวยเทพที่หลบหนีทั้งหลาย ซ่อนอยู่แห่งใด...” ถึงกระนั้นสุรเสียงอันน่าสดับ ยังไม่อาจปริโอษฐ์เทพีผู้เลอโฉมได้อยู่ดี แววเนตรม่วงประกายทอง สั่นไหวๆ อยู่แผ่วเบา พร้อมรอยยิ้มแย้มหวานนั้น กรีดตรงมอบให้ชื่นเนตรสีทอง ได้ชื่นชมก่อนเป็นอย่างแรก
“ข้าฯขออภัยอย่างสุดหทัย เกี่ยวกับการจากไปของพระมารดาท่าน ฝ่าบาท!!! ข้าได้ทราบเรื่องราวทั้งหมดจากเทพเฮอร์เมสแล้ว รู้สึกละอายใจแทนยิ่งนัก จากการกระทำอันไร้คุณธรรมของเทพีเฮร่า...” ระหว่างที่เทพีอเธน่ากำลังกล่าวถึงความรู้สึกอันแท้จริงภายใน เพลานั้นไม่รู้เลยว่า เจ้าชายปีศาจย่างพระบาทเดินเข้าไปหานางอย่างช้าๆ เพื่อใกล้ชิดวรกายนางยิ่งขึ้น
“ด้วยความสัตย์จริงแล้ว คำสัตย์สาบานต่อทวยเทพโอลิมปัส ไม่อาจทำให้ข้าปริโอษฐ์บอกท่านได้ว่า ที่หลบซ่อนแห่งนั้นอยู่ที่ใด มันคือพันธะสัญญามั่นคงต่อมาตุภูมิ!!!” เทพีอเธน่าได้กล่าวบอกเหตุผลทั้งหมด มิอาจผิดคำสัตย์สาบานได้ มันคือความจริงแท้สำหรับดินแดนแห่งนี้...
“คงเป็นเพราะคำสัตย์ปฏิญาณนี้ ถึงทำให้เจ้ามิอาจบอกข้าได้... ข้าเข้าใจเจ้าแล้ว... ข้าขออภัยเช่นกัน เพราะมิรู้ว่าเจ้ามีคำสัตย์ปฏิญาณนี้ไว้...” เจ้าชายปีศาจกล่าวต่อพระพักตร์เทพีซึ่งลดวรกายต่ำกว่า สองพระหัตถ์ประคองเรือนพระพาหานวลสว่างนางให้ลุกกายขึ้นต่อหน้าพระพักตร์เพลานี้
“หากผิดคำสัตย์ปฏิญาณ จะถูกทรมานวรกายแสนสาหัส จากเพลิงร้อนแรงแห่งหุบเขาไททัน เมื่อร่างดับสูญจะกลับฟื้นมีชีวิตอีกครั้งดั่งฟินิกซ์ พร้อมจะถูกทรมานเผาวรกายซ้ำแล้วซ้ำอีก ชั่วกัปล์ชั่วกัลป์... ไม่มีเทพตนใดกล้าผิดคำสัตย์ปฏิญาณนี้แน่แท้...” เทพีอเธน่าอธิบายถึงโทษหนักสาหัสที่สุด ทำให้เทพทุกๆ พระองค์ไม่กล้าผิดคำสัตย์ปฏิญาณนี้
แววเนตรสีม่วงถึงกับสั่นไหว ต่อความงามเบื้องหน้าแสนใกล้ชิดเพลานี้ จนลืมไปชั่วขณะหนึ่งว่า นางอยู่ในฐานะเทพีใต้อาณัติหลังพ่ายศึก รู้สึกถึงความอบอุ่นแผ่สัมผัสกาย จนกล้ามเนื้อหทัยเต้นแรงสูดฉีดโลหิตเสียพระพักตร์เริ่มแดงระเรื่อ... เมื่อรู้สึกถึงหัตถ์นวลอุ่นปราณีจากเจ้าชายปีศาจรูปงามเบื้องหน้า ปรากฏความอ่อนโยนเป็นมิตร มิได้หมายความอาฆาตใดๆ ให้บาดหมางดั่งศัตรู
เจ้าชายปีศาจรู้สึกพึงใจต่อความงามเบื้องหน้า พระองค์เข้าใจดีว่า การถือครองคำสาบานนั้นสำคัญเยี่ยงชีพเพียงใด และนั้นคงเป็นเหตุผลเดียวที่เจ้าชายปีศาจมิอาจหยั่งรู้ได้เลย พระองค์จะหาหนทางอื่น เพื่อค้นหาเทพซูสและเทพีเฮร่าต่อไป...
******
ช่วงเพลาอันสงบระหว่างการปรับความเข้าใจกัน หลังจบสงคราม เจ้าชายปีศาจปฏิบัติสุภาพ เมตตาแต่เทพีครึ่งเทพครึ่งมนุษย์ และในเวลาเดียวกัน เทพีอเธน่าได้มีโอกาสศึกษาการใช้ชีวิตของเจ้าชายปีศาจ ระหว่างครอบครองโอลิมปัสแห่งนี้ การเริ่มต้นปกครองระบบปีศาจ มันช่างต่างกับเทพซูสราวนภาสูงชันและห้วงลึกหุบเหว
เจ้าชายปีศาจเริ่มขึ้นขับขี่เซเบรอส พาหนะส่วนพระองค์ ในขณะมอบอำนาจส่วนหนึ่งคืนให้เทพีผู้ติดตาม ในฐานะเจ้าบ้านพร้อมเป็นผู้ใกล้ชิดพระองค์เป็นตนแรก เทพีอเธน่าได้อำนาจคืนทั้งหมด ด้วยความฉงนนี้ทำให้นางมิได้ต้องการต่อสู้ก่อกบฏ หรือพยายามขัดขืนแต่อย่างใด รู้สึกปลาบปลื้มซาบซึ้งต่อความเมตตาอันหาสุดมิได้ของเจ้าชายปีศาจ
“พระองค์ช่างเมตตาต่อข้ายิ่งนัก!!!” เทพีอเธน่ารู้สึกซาบซึ้ง แม้เทพซูสผู้เป็นบิดายังมิเคยเมตตานางได้เพียงนี้ นางได้นีลอำนาจกลับมาเฉกเช่นก่อนสงครามพ่ายศึก เทพีได้รับคฑาวุธส่วนพระองค์ ล่องลอยประดับหัตถ์ พากายงามเหาะเหินติดตามเจ้าชายปีศาจได้โดยง่าย
“ข้าถือว่าเจ้าไม่โป้ปด จึงคืนอำนาจให้ ข้าเชื่อในดวงเนตรเจ้าว่าจะไม่ปดมดเท็จหรือต่อต้าน ดังนั้นเพื่อให้เจ้าและชาวเมืองสบายใจ ข้าจะมอบอำนาจคืนให้ทั้งหมด... เพียงแต่...” เจ้าชายปีศาจเน้น “แต่” ทำให้เทพีอเธน่าจำยอมต่อคำสั่งนั้น
“จะไม่มีชาวเมืองโอลิมปัสตนใด สามารถเดินทางออกหรือเข้ามาได้... หลังจากเมืองแห่งนี้ ได้รับการบูรณาการเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว...” สิ้นสุรเสียงของเจ้าชายปีศาจ...
พาหนะเซเบรอส เดินทางด้วยขาแกร่งทั้งสี่วิ่งเร็วดุจวายุเพลิง พาวรกายงามเดินทางไปถึงใจกลางเมือง เพื่อดำเนินการคืนอำนาจเทพทั้งหมด พร้อมสั่งให้ทวยเทพทั้งหลายที่อยู่ในเมืองทราบความตามนี้ พวกเขาจะไม่มีทางอพยพหลบหนีได้ ยังคงสามารถใช้ชีวิตตามปกติ เพียงเว้นแต่...อำนาจที่ได้รับคืน จะไม่มีวันต่อต้านชาวปีศาจซึ่งมาประจำการอยู่ที่นี่ภายในเมืองโอลิมปัสได้
รูปปั้นชาวปีศาจ ดั่งคล้ายร่างจำแลงองค์จักรพรรด์ ประดับอยู่ทั่วทุกทิศภายในเมือง ทั้งเฝ้ามอง ปกป้องภัยอันตรายทุกด้าน ทั้งภายนอกและภายใน ทำให้ชาวเมืองโอลิมปัส มิอาจก่อการกบฏปลดแอกใด ต่อผู้ครอบครองนครโอลิมปัสคนใหม่ได้ง่าย
หากแม้นเพียงหทัยคิดถึงการต่อต้าน พลังแห่งทวยเทพที่ได้รับคืน จะถูกริบกลับมายังศิลาปีศาจคริสตัลแห่งความมืด พร้อมปลิดชีพทวยเทพผู้ต่อต้านทันที ที่คิดก่อการ... ด้วยอำนาจทั้งหมดนี้ จึงไม่มีชาวเมืองโอลิมปัสตนใด กล้าก่อกบฏแม้เพียงหทัยคิด...
เทพีอเธน่าแอบหวังเพียงว่า พระองค์จะหยั่งรู้ต่อความใคร่รู้ด้วยพระองค์เอง เทพซูสและเทพีเฮร่าหลบซ่อนอยู่ที่ใด... หากพระองค์จะมีสติปัญญามากพอ หาหนทางวิธีใดวิธีหนึ่ง ค้นหาติดตามค้นพบได้โดยง่าย
เทพีอเธน่าไม่จำเป็นต้องปริโอษฐ์บอก อาจจะมีเทพบางองค์พาไปให้เจ้าชายปีศาจได้หยั่งรู้เข้าสักวัน เพลาใดเพลาหนึ่ง... นางมั่นใจว่า สักวันเจ้าชายปีศาจตนนี้ จะค้นพบเทพซูสและเทพีเฮร่า... ด้วยการใดการหนึ่ง...
******
