III.I
ในความเงียบงันแห่งแดนสนธยาไททัน เป็นสถานที่พำนักจำเป็นเวลาหลบซ่อนชั่วคราว ทั้งเทพและเทพีต่างร่วมอยู่อาศัยภายใต้หุบเขาถ้ำมืด เท่าที่จะมีพื้นที่ให้หลับบรรทม โดยมีแส่งสว่างจากเทพอพอลโล่ให้ความสะดวกแบบเบาบาง
โดยมีเพียงแค่เด็กๆ ครึ่งเทพมากมายหลายตน ไม่มีอะไรทำอย่างอื่น ต่างพากันใช้ชีวิตช่วยเหลือกันมากกว่าเดิม เช่นเรื่องการดูแลเหล่าเทพที่บาดเจ็บ ช่วยกันหาอาหารพาปรุง เด็กๆ ไม่อาจใช้เวทมนต์อย่างเคย รวมไปถึงเทพีเฮสเทีย ต้องลงมือปรุงกระยาหารเอง เฉกเช่นเดียวกับมนุษย์สิ้นอมตะ
หลังพ่ายศึกครั้งล่าสุด พลังมากมายของพวกเขาอยู่ดีๆ เหือดหายไปราวกับถูกดับพลังงานไปเสียดื้อๆ แทนที่เพียงคิดก็ถึงที่หมาย กลายเป็นว่าต้องลงพระบาท ออกแรงเดินไม่ต่างกับมนุษย์ธรรมดาๆ คนหนึ่ง พวกเขาคือเทพผู้ทรงพลัง บัดนี้พลังเวทเหล่านั้นได้หายไปจากทวยเทพอย่างไม่มีวันเรียกกลับ
เทพีเฮร่ายังคงประทับพระที่นั่ง ทอดพระเนตรมองอยู่ริมบ่อน้อยเบื้องหน้าพระพักตร์ เพื่อพยายามจ้องมองส่องลงไป แววเนตรมองหาในสิ่งที่อยากเห็น แต่นางไม่อาจเห็นอะไรเลย นอกจากเงาสะท้อนขึ้นมา ปรากฏใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งความหม่นหมอง ความทุกข์ระทมต้องจากวิหารอันแสนสุข สูญเสียทุกอย่างแม้กระทั่งพลังงานเวทมนต์เกือบหมดสิ้น ยามนี้ความโทสะกริ้วโกรธาเกลียดชัง กำลังเริ่มกัดกินหทัยนางไปทีละนิด
สองหัตถ์งามเต็มไปด้วยเครื่องประดับทองคำ ไม่มีแสงสว่างระยิบระยับ เต็มไปด้วยพลังงานดั่งใจคิดเหล่านั้นอีกแล้ว เทพีเฮร่าผู้งดงามเลอโฉม มีพลังเวทมนต์เกินใครต้าน ประสงค์ล่วงรู้สิ่งใด ย่อมได้ผลลัพธ์จากบ่อน้ำทุกอย่าง บัดนี้แล้ว เทพีเฮร่าไม่อาจทอดพระเนตรเห็นอะไรได้อีก จึงปัดผิวน้ำสาดกระเซนกระจัดกระจายไปมา ร่างวรกายงามรับนทีจนเปียกชุ่ม เรือนเกศาและเศียรของเทพีอาบไปด้วยน้ำเย็นฉ่ำ แต่มิอาจดับไฟโทสะมากมายบังเกิดล้นในหทัย
เรือนเนตรล้าบนพระพักตร์ของเทพซูส ทอดพระเนตรมายังพระภคินีกำลังมีอารมณ์โกรธาอยู่เพียงลำพัง พระองค์หยั่งรู้ได้ว่า เพลานี้ต้องมาถึงหลังจากพ่ายศึกที่ผ่านมา พลังงานเวทย์ของพวกเขาถูกจำกัดไปมากมาย จึงใช้งานได้น้อย มีใช้ได้เพียงต้องจำเป็นเท่านั้น เหลือเพียงแค่อาวุธประจำกายที่ยังเป็นพลังงาน แต่ไม่อาจใช้ได้มากกว่านี้ได้ นอกจากต้องได้รับคืนจากผู้ชนะโอลิมปัสอนุญาตเท่านั้น
เทพซูสไม่เคยตระหนักมาก่อนเลยว่า จะต้องทำศึกจนพ่ายเสียโอลิมปัสให้แก่ทัพปีศาจจากเฮเดน แม้ว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาหลายหมื่นปี เทพซูสไม่เคยมีศึกกับเมืองปีศาจจนมาถึงมาตุภูมิเพียงนี้ ศึกส่วนใหญ่ก่อนหน้านี้ มักจะเกิดขึ้นนอกพื้นที่เมืองอื่นๆ จนกระทั่งเริ่มถูกยึดเมืองขึ้นซึ่งเคยเป็นพื้นที่ของเผ่าพันธ์อื่น บูชาเทพซูสและเทพีเฮร่า เหล่าปีศาจเมืองเฮเดนเริ่มทำการยึดเมืองไปเรื่อยๆ จนกระทั่งพวกเขาแข็งแกร่งมากขึ้น... มากมายเพียงไร
ภวังค์ของเทพซูสถูกดับลงด้วยสุรเสียงของเทพีเฮสเทีย นางนำกระยาหารมามอบให้เทพซูสได้ดับกระหายหิว หลังจากเดินทางหลบหนีมาไกลด้วยแรงสองพระบาท แทนที่จะเหาะเหินเดินอากาศอย่างที่เคยเป็น
“ขอบใจ!" เทพซูสรับมาด้วยแววเนตรจรดจ้องเทพีพรหมจรรย์ เขาอยากมีเวลาดีๆ แบบนี้เหมือนที่เคยเกิดขึ้น แต่ช่วงเพลานี้คงไม่อาจทำได้ง่ายนัก จึงรับน้ำใจมาด้วยการดื่มกระยาหารที่ได้รับมาไว้ในหัตถ์
“เราจะกลับไปมาตุภูมิของพวกเรากันดีมั๊ย? เผื่อว่าเทพีอเธน่าอาจกำลังรอพวกเราอยู่?” เทพีเฮสเทียตรัสด้วยความหวังว่า เทพีผู้ปราดเปรื่องจะหาวิธีนำมาตุภูมิคืนมาได้จากพวกปีศาจ ด้วยความชาญฉลาด
“เจ้าไม่รู้จักพวกปีศาจแห่งเฮเดน เทพีอเธน่าไม่มีทางจะได้โอลิมปัสคืนมาได้โดยง่ายหรอก เฮสเทีย” เทพซูสไม่อยากเชื่อว่า เทพีครึ่งเทพเกิดจากตนและมนุษย์ จะหาทางทำให้เรื่องยากที่สุด เป็นเรื่องที่เป็นไปได้
“ข้ารู้สึกถึงนางว่ายังมีชีวิตอยู่ ข้ารู้สึกถึงชาวเมืองโอลิมปัสยังมีชีวิตอยู่ภายในเมือง...” เทพีเฮสเทียตรัสบอก ในขณะที่เทพทุกๆ องค์ รวมไปถึงเด็กน้อยในหุบเขา ต่างไม่ปริโอษฐ์เพื่อรอฟังคำพูดของเทพีเฮสเทียสนทนากับเทพซูส
“ข้าไม่เห็นอะไรทั้งนั้น ทำไมมันเป็นแบบนี้!!!” เทพีเฮร่าสบถดังท่ามกลางการสนทนาของเทพซูสกับเทพีเฮสเทีย นางจึงไม่กล่าวใดๆ ออกมาอีกเลย ระหว่างเห็นเทพีผู้มากไปด้วยโทสะกริ้วหนักในเพลานี้
“ได้โปรดสงบใจก่อน เทพีที่รักข้า ในไม่ช้าพวกเราจะได้รับโอกาสอันงามในเพลาหนึ่ง แต่ขอให้เจ้าโปรดลดความโทสะสงบหทัยก่อนได้มั๊ย?” เทพซูสพยายามปลอบประโลมนางให้เย็นลง แต่ไม่เป็นไปอย่างที่คิด แววเนตรงามดั่งมรกตประกายแสงสว่างอย่างที่เคยปรากฏ เพลานี้ไม่ต่างกับนิลดำไร้อำนาจใดๆ จะสำแดงเสียนางกริ้วหนักขุ่นหมอง
“ข้าไม่มีพลังใดๆ เหมือนเก่า พวกมัน!!! ริบของๆ เราไป... เราต้องทวงพลังเราคืน!!! ไปเอาพลังคืนมาให้ข้า !!!” เทพีเฮร่าตรัสสะท้อนก้องไปทั่วหุบเขา ทำให้เด็กน้อยที่อยู่ในถ้ำเดียวกัน ต่างหวาดกลัวสุรเสียงแผดแหลมสูงเทพีเฮร่า สะท้อนก้องอยู่ภายในถ้ำเพลานี้ยิ่งนัก เทพีเฮสเทียบอกให้เด็กน้อยที่น่าจะอายุมากที่สุด พาเด็กเล็กออกไปให้ไกลจากเฮร่า แต่ต้องอยู่ในที่หลบซ่อนอันมืดมิดเช่นเดิม มิให้ใครได้พบเห็น
“มารดาข้า ได้โปรดสงบหทัยก่อน พวกเราทุกคนก็เป็นเฉกเช่นเดียวกับท่าน พวกเราไม่รู้เลยว่า จะเกิดอะไรขึ้นหาก พวกปีศาจแห่งเฮเดนมาเจอ พวกเราจะถูกสังหารหมู่รึเปล่าก็ไม่รู้ อีกอย่างพวกนั้นอาจจะทำลายเทพีอเธน่าไปแล้วก็ได้” เทพอพอลโล่เอ่ยสันนิฐาน ในเชิงลางร้าย ทำให้สายเนตรทุกคู่หันมาทางเทพอพอลโล่อย่างไม่พึงใจนัก
“ทำไมท่านจะต้องกล่าวไปในทางเชิงลบ มีเพียงเทพีอเธน่าเท่านั้นที่อาจจะยุติความโหดร้ายในเพลานี้ก็เป็นได้” เทพีเฮสเทียกล่าวแย้ง เพราะนางยังรู้สึกว่าเทพีอเธน่ายังมีชีวิตอยู่ นางมีสายใยภายในหัวใจกับเทพีอเธน่าอยู่เลือนลาง
“เหตุใดจะทำให้ปีศาจแห่งเฮเดนไม่ทำร้ายเทพีอเธน่า พวกนั้นเกลียดเรา ทำศึกยึดมาตุภูมิเรา!!!” เทพสงครามแอรีส กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ด้วยอาการบาดเจ็บกำลังดีขึ้น แต่ช้ากว่าเดิมเพราะไร้พลังช่วยฟื้นฟูรักษา จึงต้องรอพักฟื้นนานขึ้นกว่าเดิม ยังดีที่อาการไม่ทรุดตัวลง หลังจากโดนรุมทึ้งจากเหล่าปีศาจแสนโหดร้ายกัดกินราวกับแมลงรุมตอดเหยื่อ
“ข้ารู้สึกถึงนาง เทพีอเธน่าไม่สูญเสียพลังใดๆ บางทีอาจมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นภายในโอลิมปัส พวกเราน่าจะลองกลับไปดูที่นั้น เผื่อว่าอาจจะมีหนทางที่ดีกว่านี้” เทพีเฮสเทียเชื่อว่าสงครามจบแล้ว และพวกปีศาจแห่งเฮเดนอาจจะไม่ทำร้ายทวยเทพแห่งโอลิมปัสอีกก็เป็นได้
