ตอนที่ 6 จดหมายที่ไม่เคยส่ง
ลมหนาวจากทะเลช่องแคบอังกฤษพัดกรรโชกเข้าหาฝั่ง ปะทะกับบานหน้าต่างกระจกของอพาร์ตเมนต์ขนาดกะทัดรัดในเมืองไบรตัน รดากระชับผ้าคลุมไหล่ขนสัตว์ให้แน่นขึ้นขณะนั่งลงที่โต๊ะริมหน้าต่าง เบื้องหน้าของเธอคือสมุดบันทึกเล่มหนาและกองกระเป๋าเดินทางที่ยังจัดไม่เสร็จเรียบร้อยดี
ชีวิตในช่วงสัปดาห์แรกในต่างแดนช่างแตกต่างจากที่เธอเคยจินตนาการไว้โดยสิ้นเชิง ที่นี่ไม่มีแม่บ้านคอยจัดเตรียมอาหารเช้า ไม่มีคนขับรถคอยรับส่ง และที่สำคัญที่สุด... ไม่มีสายตาคู่หนึ่งที่คอยจ้องมองเธอด้วยความรู้สึกผิดปนห่วงใย รดาต้องเริ่มเรียนรู้การทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ตั้งแต่การต่อรถไฟ การซื้อของใช้เข้าบ้าน ไปจนถึงการลงทะเบียนฝากครรภ์กับระบบสาธารณสุขท้องถิ่น (NHS) ที่แสนจะซับซ้อน
อาการแพ้ท้องของเธอรุนแรงขึ้นกว่าตอนอยู่ไทย กลิ่นขนมปังอบใหม่จากร้านหัวมุมถนนที่ผู้คนชื่นชม กลับทำให้รดานิ่วหน้าและต้องรีบเดินเลี่ยง หลายครั้งที่เธอต้องทรุดตัวลงนั่งพักบนเก้าอี้สาธารณะเพียงเพราะเดินไปได้ไม่กี่เมตร
"อดทนหน่อยนะลูก แม่ต้องเข้มแข็งเพื่อหนู" เธอพึมพำพลางลูบท้องเบาๆ
รดาหยิบปากกาขึ้นมาเขียนบันทึกประจำวัน แต่มันกลับดูเหมือนจดหมายถึงใครบางคนมากกว่า
‘ถึง... พี่ภาม
ที่นี่หนาวกว่าที่รดาคิดไว้มากค่ะ เมืองไบรตันสวยสงบอย่างที่รดาต้องการจริงๆ รดาได้อพาร์ตเมนต์เล็กๆ ที่มองเห็นทะเลไกลๆ ที่นี่ไม่มีใครรู้จักรดา ไม่มีใครรู้ว่ารดาเป็นลูกสาวมหาเศรษฐีจากเมืองไทย และที่สำคัญ... ไม่มีใครรู้ว่ารดากำลังอุ้มท้องลูกของพี่อยู่’
รดาหยุดปากกาเพียงเท่านั้น น้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นลงบนแผ่นกระดาษจนตัวหมึกเริ่มพร่าเลือน เธอไม่เคยคิดจะส่งจดหมายฉบับนี้ หรือฉบับไหนๆ ไปให้เขา ความลับนี้ต้องตายไปกับเธอที่นี่
ในระหว่างที่เธอกำลังจมอยู่กับความคิดถึงและรอยร้าวในใจ เสียงเรียกเข้าจากแอปพลิเคชันวิดีโอคอลก็ดังขึ้น รดารีบปาดน้ำตา ปรับสีหน้าให้ดูสดใสและเช็กมุมกล้องไม่ให้เห็นอาการซูบเซียวของตัวเอง ก่อนจะกดรับสายจากพี่สาว
"รดา! เป็นยังไงบ้างลูก ถึงที่พักเรียบร้อยดีไหม?" เสียงใสๆ ของริสาดังผ่านหน้าจอ พร้อมกับภาพใบหน้าสวยสง่าที่ดูมีความสุข
"เรียบร้อยดีค่ะพี่ริสา ห้องพักน่ารักมาก รดาเริ่มจัดของบ้างแล้วค่ะ"
"ดีแล้วจ้ะ อยู่ทางโน้นดูแลตัวเองดีๆ นะ ภามเขาบ่นคิดถึงเราบ่อยๆ นะเนี่ย เขาบอกว่ารดาไปเร็วเกินไปจนเขาไม่ได้กำชับเรื่องความปลอดภัยเลย" ริสาพูดพลางหันกล้องไปทางชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างๆ ในชุดพักผ่อนสบายๆ
รดาใจกระตุกเมื่อเห็นใบหน้าของภามผ่านหน้าจอ เขามองจ้องมาที่เธอผ่านเลนส์กล้อง สายตาคมคายคู่นั้นดูเหมือนจะค้นหาความจริงบางอย่างที่เธอกำลังซ่อนไว้
"กินข้าวบ้างหรือเปล่ารดา ทำไมหน้าดูซีดๆ" ภามเอ่ยถาม เสียงทุ้มของเขาทำเอาคนฟังแทบจะทรงตัวไม่อยู่
"รดา... รดาแค่ยังปรับตัวกับอากาศไม่ได้ค่ะพี่ภาม เดี๋ยวพักผ่อนก็หาย"
"ถ้าไม่ไหวก็บอกนะ อย่าฝืน" ภามพูดสั้นๆ แต่แฝงไปด้วยความหมายบางอย่างที่รดาสัมผัสได้
"รดาไหวค่ะ พี่ริสากับพี่ภามไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ รดามีความสุขดีที่นี่" เธอรีบตัดบทก่อนที่ความเข้มแข็งจะพังทลาย "รดาขอตัวไปนอนก่อนนะคะ เริ่มง่วงแล้วค่ะ"
หลังจากกดวางสาย รดาก็ฟุบหน้าลงกับโต๊ะ ร้องไห้ออกมาอย่างไม่อั้น ความโหยหาสัมผัสอบอุ่นและความรู้สึกปลอดภัยในอ้อมกอดของเขามันทรมานเธอเหลือเกิน แต่เธอก็รู้ดีว่าอ้อมกอดนั้นไม่ใช่ของเธออีกต่อไป มันเป็นของริสา และเธอกำลังทำสิ่งที่ถูกต้องที่สุดเพื่อทุกคน
คืนนั้น รดาตัดสินใจเขียนจดหมายอีกฉบับ แต่คราวนี้เธอไม่ได้เขียนถึงภาม เธอเขียนถึง 'ลูก' ในท้อง
‘ถึงเจ้าตัวเล็กของแม่
วันนี้แม่ได้คุยกับพ่อของหนูผ่านหน้าจอด้วยนะ พ่อเขาดูดีเหมือนเดิมเลย แต่แม่บอกเขาไม่ได้ว่าหนูอยู่ที่นี่กับแม่ หนูอาจจะโกรธที่แม่พรากหนูมาจากพ่อ แต่เชื่อแม่นะลูก ความลับนี้จะปกป้องหนูจากความวุ่นวายและความเจ็บปวดในโลกของความจริงที่ไทย แม่จะตั้งใจเรียน จะหางานทำ และจะเลี้ยงหนูให้ดีที่สุดด้วยสองมือของแม่เอง’
รดาพับกระดาษแผ่นนั้นเก็บไว้ในกล่องลับที่ซ่อนอยู่ใต้เตียง เธอเริ่มวางแผนการใช้เงินอย่างรัดกุม แม้ที่บ้านจะโอนเงินรายเดือนมาให้จำนวนมหาศาล แต่เธอก็เลือกที่จะใช้เพียงส่วนเล็กน้อยเพื่อค่าเช่าห้องและการเรียน ส่วนที่เหลือเธอแอบเก็บหอมรอมริบไว้ในบัญชีแยกต่างหากเพื่อเป็นกองทุนสำหรับลูกในอนาคต
เธอเริ่มออกไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะ มองดูแม่ชาวอังกฤษที่จูงลูกมาวิ่งเล่น เธอพยายามสังเกตและเรียนรู้วิธีการเลี้ยงเด็กจากคนรอบข้าง ความโดดเดี่ยวที่เคยน่ากลัวเริ่มเปลี่ยนเป็นพลังขับเคลื่อน รดาคนเดิมที่เคยอ่อนแอและร้องไห้เพื่อความรักที่มองไม่เห็นทาง เริ่มจางหายไป และถูกแทนที่ด้วย 'แม่' ที่พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อลูก
ชีวิตในไบรตันของรดาเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางอากาศหนาวเหน็บและจดหมายที่ไม่เคยถูกส่งออกไป แต่มันคือจุดเริ่มต้นของความเข้มแข็งที่เธอไม่เคยรู้ว่าตัวเองมี
เธอมองออกไปที่ทะเลกว้างใหญ่ เห็นคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งอย่างไม่ลดละ และเธอก็บอกตัวเองว่า เธอจะเป็นเหมือนคลื่นลูกนั้นที่จะปกป้องชายฝั่ง... ซึ่งก็คือลูกของเธอ... ตลอดไป
