Love plan ผิดแผน แพลนรัก บทที่ 5
ซูฉิงลี่ก้าวเข้าไปทันทีพร้อมกับชี้ไปยังมุมหนึ่งของห้อง “ใครเป็นคนชนใครก่อนความจริง...กล้องวงจรปิดบันทึกทุกอย่างเอาไว้แล้ว จากมุมนี้คงเห็นชัดเจนเลยละค่ะ”
เงียบกริบ...
จริงอยู่ที่หลายครั้งเรื่องแบบนี้เคยเกิดขึ้น แต่ทุกครั้งพนักงานจะโดนตำหนิหนักหน่อยก็ถึงขั้นถูกไล่ออก น้อยคนนักจะให้ความสนใจกับเรื่องแบบนี้ ยิ่งน้อยคนที่จะให้ความสำคัญกับพนักงานเสิร์ฟที่ถูกปฏิบัติราวกับเป็นชนชั้นที่ไม่ได้รับการยอมรับอย่างเท่าเทียม
“แล้วไปเถอะคุณ คนมองใหญ่แล้ว อายเขา”
ชายหนุ่มที่อยู่ข้างๆ หญิงสาวคนเมื่อครู่พูดด้วยท่าทางอับอาย เขาล้วงเงินออกมายื่นให้เด็กเสิร์ฟคนนั้น แต่อีกฝ่ายกลับนั่งลงเก็บเศษแก้วบนพื้น ศาสตราจารย์เฉิงเองก็ถึงกับก้มลงไปช่วยเก็บเศษแก้ว
ซูฉิงลี่ละสายตามาจากตัวปัญหาที่ยื่นเศษเงินไปให้เด็กเสิร์ฟ เธอขมวดคิ้วมองอีกฝ่าย “แค่สองร้อยหยวน? คุณรู้มั้ยว่าแก้วห้าใบนี่ราคาเท่าไหร่ ยังไม่รวมค่าซักรีดและค่าเสียเวลาอีก หรือจะให้เขาชดใช้ค่าเสียหายเอง?”
ชายคนนั้นสะอึกอึ้งอย่างคาดไม่ถึง แต่ก็ยอมล้วงเงินออกมาอีกสามร้อยหยวนส่งให้เธอ หญิงสาวรับเงินห้าร้อยหยวนมาโดยดี จากนั้นส่งให้เด็กเสิร์ฟคนดังกล่าว
ที่น่าประหลาดใจกว่าเรื่องที่เกิดขึ้นก็คือ เด็กเสิร์ฟคนนั้นพอรับเงินไปแล้วก็ก้มลงเก็บเศษแก้ว เขาปัดมือของเทพบุตรสุดหล่ออย่างศาสตราจารย์เฉิงออกด้วยท่าทางไม่พอใจ
ซูฉิงลี่เลิกคิ้วมองท่าทีของคนทั้งสอง...รู้จักกัน?
มองพิจารณาเด็กเสิร์ฟคนดังกล่าว เขาดูคลับคล้ายคลับคลาว่าจะเป็น...เด็กใหม่ของร้านกาแฟ The Café
“เสี่ยวซูเกิดอะไรขึ้น!” เสียงของโจวเสี่ยวดังใกล้เข้ามา
“ไม่มีอะไร ฉันแค่...” คิ้วเรียวมุ่นลงเมื่อก้มลงไปเห็นนิ้วเรียวยาวของศาสตราจารย์เฉิงโดนเศษแก้วบาด แต่ที่ทำให้เธอละสายตาไปไหนไม่ได้กลับเป็นมือเรียวยาวน่ามองของพ่อเทพบุตรสุดหล่อ
“นี่...ไม่ต้องเก็บแล้ว นิ้วมือของคุณโดนบาด” คงโดนบาดตอนที่เด็กหนุ่มคนนั้นปัดมือเขาแน่ๆ
ผู้จัดการโรงแรมเดินเข้ามายังจุดเกิดเหตุ โจวเสี่ยวพยายามดึงซูฉิงลี่ออกไปจากตรงนั้น เพราะตอนนี้ทั้งสองกำลังตกเป็นเป้าสายตา
“เดี๋ยวสิเสียวเสี่ยว มือเขา...”
“ช่างเถอะน่าให้พวกเขาจัดการกันเอง เราไปกันเถอะ”
“งั้นรอเดี๋ยวเดียว สามวิ” ซูฉิงลี่ล้วงกระเป๋าถือก้มลงค้นกุกกักกระทั่งส่งพลาสเตอร์ยาให้ศาสตราจารย์เฉิงคนนั้น “มือคุณโดนบาด...”
พูดไม่ทันจบก็โดนโจวเสี่ยวลากไปในงาน ยังดีที่มือใหญ่ยื่นมือออกมารับพลาสเตอร์ยาเอาไว้ได้ทัน เขาได้แต่ยืนงงพร้อมกับก้มลงมองพลาสเตอร์ยาลายกระต่ายสีฟ้า ก่อนจะเก็บมันเข้ากระเป๋าไม่ได้นำออกมาใช้ จากนั้นพยายามมองหาเด็กหนุ่มคนเมื่อครู่ แต่ก็คลาดกันจนได้...
ในงานเลี้ยงดูคึกคักดีแต่ซูฉิงลี่กลับไม่มีอารมณ์ร่วมเอาเสียเลย ที่เธอคิดถึงตอนนี้คือคอมพิวเตอร์และงานใหม่ที่ตั้งใจจะนำมาเพื่อตีพิมพ์ แม้ข้างๆ จะมีชายหนุ่มหล่อรวยนั่งประกบติดก็ตาม
เฟิงฮั่น ประธานบริษัทในเครือตระกูลเฟิง แม้ชายหนุ่มเป็นพ่อม้ายลูกติด แต่เขาก็นับเป็นหนึ่งในผู้ชายในฝันของหญิงสาวทั้งโลก ด้วยฐานะที่เหนือกว่าผู้ชายหลายคน บวกกับหน้าตาที่หล่อเหลาน่ามอง รวมไปถึงกิริยาท่าทางที่ดูสุขุมเป็นผู้ใหญ่ ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีคนอย่างนี้แสดงท่าทีสนใจ ซูฉิงลี่เองก็รู้สึกใจเต้นไม่น้อย
ถึงอย่างนั้นหากให้เลือกระหว่างเฟิงฮั่น...กับนิยายสืบสวนสอบสวนที่อยากแปล ที่ดึงดูดความสนใจของเธอเอาไว้ได้กลับยังคงเป็นอย่างหลังอยู่ดี
“นี่...ทำหน้าให้มันดีๆ หน่อย ผู้ชายเกรดพรีเมี่ยมขนาดนี้ยังไม่ดึงดูดความสนใจเธอเท่านิยายแนวฆาตกรรมเล่มนั้นอีกหรือไง”
ซูฉิงลี่ยิ้มกว้าง “เธอสิถึงจะเป็นคนที่รู้ใจฉันที่สุด มิสู้เราสองคนแต่งงานกันเลยเป็นไง”