
บทย่อ
ซูฉิงลี่ ได้พบปิศาจในคราบเทพบุตรอย่าง เฉิงอวี้ บุคลิกของเขาตรงตามบทบาทในนิยายที่เธอกำลังแปลอยู่ เขาดึงความสนใจของหญิงสาวเอาไว้ได้ทันทีที่ทั้งสองพบกันในร้านกาแฟ แว่นไร้กรอบ ใบหน้าหล่อเหลาเฉยชา ท่วงท่าสุขุมเยือกเย็น นับเป็นหนุ่มหล่อโพรไฟล์เลิศ ที่สำคัญเขายังมีดีกรีเป็นถึงศาสตราจารย์สอนอยู่ในมหาวิทยาลัยใกล้บ้าน ขณะที่วางแผนเล่นๆ กับเพื่อนสนิทว่าหากพบกันอีกครั้ง เธอจะลองจีบเขาอย่างจริงจัง เขากลับกลายเป็นเจ้าชายขี่ม้าขาวมาช่วยหญิงสาวเอาไว้ กระทั่งเกิดเรื่องที่ทั้งสองถูกวางยาและพลาดพลั้งมีค่ำคืนที่แสนเร่าร้อน เบื้องหลังแผนการนี้พัวพันจนทั้งสองไม่อาจหลีกเลี่ยง ขณะที่เธอหลบหนีออกมาตอนเช้าตรู่ เขากลับตามหาตัวเธอพบได้อย่างง่ายดาย ทั้งยังเรียกร้องให้เธอรับผิดชอบความบริสุทธิ์ของเขาอีกแหนะ!!!
Love plan ผิดแผน แพลนรัก บทที่ 1
ถนนซวงผู่หน้ามหาวิทยาลัย S เป็นหนึ่งในถนนที่มีนักศึกษาเดินไปมาคึกคัก โดยรอบมหาวิทยาลัยร่มรื่นเต็มไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ สองข้างทางสะอาดสะอ้านเป็นระเบียบ ผนังด้านนอกของร้านรวงมากมายล้วนทาสีขาวดูสบายตา หนึ่งในร้านที่โดดเด่นสะดุดตาเพราะมีนักศึกษาเดินเข้าออกคือร้านกาแฟ The Café
ตึกสีขาวสองชั้นตั้งอยู่ท่ามกลางร้านอาหารและร้านหนังสือ ด้านล่างเป็นร้านกาแฟขนาดใหญ่ ผนังสีขาวล้อมกรอบหน้าต่างกระจกมองเห็นบรรยากาศอันน่านั่งภายในร้าน
ด้านข้างซึ่งทำมุมกับแยกไฟแดง มีทางม้าลายสำหรับข้ามถนน กระจกใสซึ่งมีโต๊ะบาร์สีอ่อนวางขนาบไปตามความยาว เข้าคู่กับเก้าอี้บาร์มีพนักน่านั่ง มีนักศึกษาหลายคนกำลังนั่งอ่านหนังสือพร้อมกับจิบโกโก้ร้อน ด้านหน้ายังมีเค้กชิ้นเล็กๆ น่ากินวางอยู่
ซูฉิงลี่เดินเข้าไปในร้านก่อนกวาดสายตามองไปยังที่นั่งประจำ ถึงอย่างนั้นก็ต้องย่นคิ้วด้วยความเสียดาย มุมประจำถูกคนตัดหน้าไปเสียได้ ทั้งที่ปกติแล้วเก้าอี้บาร์ด้านข้างไม่ค่อยมีคนจับจอง
“เสี่ยวซู มาแล้วเหรอ” หม่าเหยียนเอ่ยทักทายเมื่อเห็นหญิงสาว เขามองไปยังมุมประจำที่หญิงสาวเคยนั่งก่อนยิ้มออกมา “วันนี้มาสายนะ”
เขาคุ้นเคยกับหญิงสาวดีเพราะเป็นลูกค้าประจำ รู้แม้กระทั่งว่าซูฉิงลี่เป็นคนเจ้าระเบียบและตรงต่อเวลามาก ทุกๆ อย่างในชีวิตประจำวันของหญิงสาวมักถูกแพลนเอาไว้ก่อนเริ่มวันใหม่ หลังจากนั้นซูฉิงลี่ก็จะเดินตามแผนนั้น ห้ามผิดไปแม้แต่น้อยเพราะหากผิดแผนหญิงสาวจะหัวเสียทั้งวัน
เห็นท่าทางเสียดายแต่ก็ไม่ได้หงุดหงิดของหญิงสาว หม่าเหยียนเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ “วันนี้ฝนตก?”
ซูฉิงลี่หัวเราะ “เปล่าคะ ปิดต้นฉบับแล้วเลยกลายเป็นวิญญาณเร่ร่อนได้ต่างหาก” ความจริงคือเธอเพิ่งทำงานเสร็จและตารางชีวิตก็จะว่างเว้นไปครึ่งเดือน
“หายากนะเนี่ย” หม่าเหยียนพูดจบก็บุ้ยใบ้ไปยังที่นั่งประจำของหญิงสาว ลูกค้าหนุ่มคนที่ไม่รู้ตัวว่าเพิ่งแย่งที่นั่งของหญิงสาวลุกขึ้นแล้วเดินออกไปจากร้าน
ซูฉิงลี่มองตามแผ่นหลังสูงใหญ่ในชุดสูทเรียบร้อยออกไป แม้ไม่ได้ใส่ใจมองก็ยังรู้ว่าเขาน่าจะดูดีมาก มองจากเสี้ยวหน้าด้านข้างมีแว่นไร้กรอบที่ขับให้ใบหน้าของเขาดูจริงจัง แผ่นหลังกว้าง รูปร่างสูง ขายาว จังหวะการก้าวเดินมั่นคง
“เช็ดน้ำลาย” หม่าเหยียนเย้ากลั้วหัวเราะ
หญิงสาวมองค้อนเขา “ลูกค้าใหม่เหรอคะไม่เคยเห็น”
“ใช่ ศาสตราจารย์เฉิง เพิ่งย้ายมาสอนที่นี่”
“อ้อ” ดูแล้วก็เหมาะกับบุคลิกของเขาดี...
“เสี่ยวซูมาแล้วเหรอ” เยว่ฉงเดินเข้ามาทักทายหญิงสาวอย่างเป็นกันเอง ด้านหลังยังมีชายหนุ่มอีกคนตามมาด้วย เยว่ฉงกล่าวลาและย้ำให้เขาจำวันและเวลาเริ่มงานจากนั้นเขาก็รับคำและหมุนตัวเดินออกไปจากร้าน
ซูฉิงลี่มองตามชายหนุ่มคนดังกล่าวไปนอกร้าน กระทั่งมองเห็นศาสตราจารย์เฉิงที่ยืนรอข้ามถนนตรงทางม้าลาย แผ่นหลังของเขาช่างดูดึงดูดสายตาจริงๆ ขนาดนักศึกษาสาวหลายคนเองก็มองเขาตาไม่กะพริบ
“เขาตกลงเหรอ” หม่าเหยียนเลิกคิ้วถามเยว่ฉงเมื่อเห็นอีกฝ่ายย้ำเรื่องเวลาเริ่มงานกับชายหนุ่มที่เพิ่งเดินออกไปจากร้าน
“แน่นอนสิ”
“แล้วนี่จะเริ่มงานวันไหน”
“พรุ่งนี้ช่วงเช้าทดลองงานก่อน”
“อ้าวไหนว่าตกลง”
“ก็ตกลงมาทดลองงานไง”
หม่าเหยียนหัวเราะออกมา “ผู้จัดการเยว่ครับ นั่นเขาเรียกว่าตกลงหรือไง เขาเรียกว่าทดลองงานดูก่อนต่างหาก”
“ก็นั่นแหละ ถ้าเขามาทำงานที่นี่ก็คงดี ร้านเราคงมีนักศึกษาสาวๆ มาเพียบเลย เสี่ยวจิ่นเป็นคนแนะนำมา เห็นว่างานที่ทำก่อนหน้ามีปัญหาเลยลาออก ว่าแต่...ศาสตราจารย์เฉิงสุดหล่อของฉันละไปไหนเสียแล้ว”