อิไล EP.9
อิไลยืนมองดูระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ พลางคิดไปว่าตนไม่น่ามาที่นี้เลย สายตาจับจ้องมองไปรอบ ๆ อยู่ตลอดเวลา จนกระทั่งระดับของน้ำเริ่มคงที่ และไม่เพิ่มขึ้นอีก
เมื่อน้ำถึงระดับเดียวกับแท่นหิน ซึ่งมันไม่เพิ่มขึ้นอีก ทว่าเพียงแค่มีแรงสั่นสะเทือนเล็กน้อย น้ำก็สามารถเปียกเท้าของเขาได้ ดอกแอสเธอร์ที่ตนว่างบนแท่นหินในตอนแรกเริ่มลอยน้ำ และกระจัดกระจายไปทั่วห้อง
ในตอนแรกที่ระดับน้ำกำลังเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ อิไลคิดว่า เขาอาจจะหาทางปีนออกไปทางข้างบน แต่ระดับของน้ำกลับหยุดที่ขอบแท่นหินพอดิบพอดี ทำให้เขาต้องมองหาวิธีเปิดประตูทางออกดังเดิม
ณ เวลานี้ จิตใจดวงน้อยเริ่มกลัว ภายใต้จิตสำนึกบอกว่าตนต้องรีบหาทางออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด
ทว่าแสงจากดวงจันทร์ที่สะท้อนบนน้ำ กลับเป็นเงาสีเลือดดูน่ากลัว และเหมือนจะมีบางอย่างกำลังเคลื่อนไหวอยู่ใต้น้ำนั้นด้วย ความกลัวมากมายเริ่มคืบคลานเข้ามาภายในจิตใจ จนกระทั่งมีหนวดของปลาหมึกใหญ่ยักษ์โผล่ขึ้นมาจากน้ำ มันคว้าเอวบางของอิไลไว้และรัดแน่น พร้อมกับยกร่างเล็กอันบอบบางลอยขึ้นจากแท่นอย่างรวดเร็วจนตั้งตัวไม่ทัน
ร่างน้อย ๆ พยายามดิ้นรนอย่างสุดชีวิต สองมือเล็กพยายามแกะหนวดที่พันธนาการเอวของตนเป็นพัลวัน ทั้งความกลัว ทั้งความตื่นเต้นที่ไม่อาจจะบรรยาย และความรู้สึกต่าง ๆ หลั่งไหลเข้ามาในความคิด พร้อมกับน้ำตาที่เริ่มไหลอาบแก้มนวลทั้งสองข้าง
“อื้อ ปล่อยนะ! ฮึก ๆ ปล่อยผมนะ!” อิไลพยายามกระเสือกกระสนใช้สองมือน้อย ๆ แกะหนวดยักษ์ที่พันธนาการอย่างไม่คิดชีวิต
หนวดยักษ์เหล่านี้ช่างคล้ายกับหนวดปลาหมึกยักษ์ ในความฝันของเขาเสียเหลือเกิน หัวใจดวงน้อยเต้นเร็วระรัว เมื่อมีหนวดปลาหมึกใหญ่ยักษ์อีกสองเส้นโผล่ขึ้นมาจากน้ำ และพันธนาการแขนเล็กทั้งสองข้าง เพื่อตรึงร่างกายของเขาไว้กลางอากาศ
“ไม่จริงใช่ไหม! ช่วยด้วย ฮึก ๆ ฮือ ๆ ใครก็ได้ช่วยผมที” อิไลพยายามตะโกนร้องขอความช่วยเหลือจากใครสักคน
ในความคิดของตนเวลานี้ อยากให้เจ้าของคฤหาสน์ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือของตนเหลือเกิน แต่ทว่าไม่นานบุรุษรูปกายประหลาดก็ค่อย ๆ ปรากฏกายขึ้นมาจากน้ำ ดวงตากลมเบิกกว้างด้วยความกลัวอย่างสุดชีวิต ร่างกายเล็กสั่นสะท้านไปหมดกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า
‘มันเหมือนอสูรกายในความฝันที่ตามหลอกหลอนเขามาตลอด’
“ในที่สุดเจ้าก็มา เจ้าสาวของเรา” เสียงทรงพลังของชายหนุ่มรูปกายประหลาด ซึ่งเหมือนกับอสูรกายในความฝันกล่าว
“ไม่นะ! อื้อ~ ผมไม่ใช่เจ้าสาวของคุณ ปล่อยนะ ฮึก ๆ ปล่อยผม” อิไลพยายามปฏิเสธด้วยเสียงสะอึกสะอื้น เมื่อถูกหนวดปลาหมึกยักษ์ใหญ่รัดแรงขึ้น หยาดน้ำตาพรั่งพรูออกมาอย่างไม่ขาดสายปานจะขาดใจ
“หึ! ดอกไม้ที่เจ้าวางมันลงบนแท่นหิน พร้อมกับตัวเจ้าที่อยู่บนแท่นนั้น มันเป็นการยืนยันว่าเจ้ายินยอมแล้ว” เสียงหัวเราะดังในลำคอ ฟังดูคล้ายกับน้ำเสียงเยาะเย้ย และดูแคลน ก่อนจะกล่าวคำพูดกับคนตัวเล็กอย่างเย็นชา ทั้งยังยัดเหยียดข้อกล่าวหาให้อีกฝ่ายยินยอมเป็นของตน
“ไม่นะ! ไม่ใช่นะ! ดอกไม้นั่น! ผมแค่ถือมันติดมือมาเท่านั้น แล้วอีกอย่างผมก็แค่ต้องการหาที่ยืน ผมไม่ได้อยากขึ้นมายืนบนแท่นนั้นสักหน่อย” คนตัวเล็กยังคงปฏิเสธคำกล่าวหาของอสูรกายหนุ่มตรงหน้า
“นั้นมันเรื่องของเจ้า เราคงยอมปล่อยไปเฉย ๆ ไม่ได้ เพราะเรารอเวลานี้มานาน ไม่ว่าเจ้าจะเป็นเจ้าสาว หรือเป็นเพียงแค่ของเล่นที่ถูกส่งมา ก็คงปล่อยไปไม่ได้”
เมื่ออสูรกายตรงหน้ากล่าวจบ หนวดของปลาหมึกยักษ์ก็โผล่ขึ้นมาจากน้ำอีกสี่เส้น สองเส้นพันธนาการข้อเท้าเล็กทั้งสองข้าง ให้แยกออกจากกัน ส่วนอีกสองเส้นเลื้อยสอดเข้าไปชอนไชเรือนร่างขาวอมชมพู ภายใต้ชุดกระโปงสีขาวของคนตัวเล็ก ก่อนที่เจ้าอสูรกายหนุ่มจะค่อย ๆ เคลื่อนกายเข้ามาใกล้มนุษย์ตัวน้อยที่ดูตัวเล็กบอบบาง และอ่อนแอตรงหน้า
อิไลตัวน้อยได้ยินคำกล่าวของอสูรหนุ่มตรงหน้า ก็ต้องหลับตาแน่นพร้อมกับเบือนหน้าหนี ถึงแม้ไม่อยากจะยอมรับ แต่ก็หนีไปไหนไม่ได้อยู่ดี
หยาดน้ำสีใสไหลอาบแก้มนวล กลัวอีกฝ่ายจนไม่กล้ามอง หัวใจดวงน้อยเต้นเร็วแรง ราวกับว่ามันจะกระโดดออกมาจากปาก ความกลัวที่ไม่อาจห้าม และยากจะหยั่งถึง
ริมฝีปากบางสั่นระริกอย่างห้ามไม่อยู่ ก่อนจะสัมผัสได้ถึงริมฝีปากหยักทาบทับลงมาบดขยี้อย่างหิวกระหาย เรียวลิ้นที่คล้ายกับมนุษย์กำลังควานหาความหวานภายในโพรงปากเล็กอย่างจาบจ้วง
“อึก! อื้อ!” อิไลพยายามร้องประท้วงในลำคอ เมื่อรู้สึกเหมือนกำลังจะขาดอากาศใจหาย สองมือน้อย ๆ ก็พยายามขัดขืนแต่ก็ไม่สำเร็จ
หนวดปลาหมึกยักษ์ที่พันธนาการแขนทั้งสองข้าง แปรเปลี่ยนเป็นรวบรัดข้อมือน้อยเข้าหากัน และพันธนาการไว้ด้วยหนวดเส้นเดียว ส่วนหนวดอีกเส้นที่ว่างอยู่ก็แปรเปลี่ยนไปชอนไช ถูไถกับส่วนอ่อนไหวด้านล่างแทน
“อ๊ะ มะ... ไม่นะ! ปละ...ปล่อยผม อื้อ” เสียงร้องครางหวานดังขึ้น เมื่อริมฝีปากน้อยเป็นอิสระ ก่อนจะกล่าวอ้อนวอนร้องขอ ให้อีกฝ่ายปล่อยจากความรู้สึกที่หลากหลาย และแปลกใหม่ อย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน
มือหนาใหญ่ของอสูรหนุ่มข้างหนึ่งกำลำคอเล็กไว้เบา ๆ ราวกับจะบอกว่าให้หยุดดิ้นรน เพราะจะดิ้นไปก็ไร้ประโยชน์
นัยน์ตาคมจ้องมองภาพตรงหน้าอย่างพึงพอใจ ช่างเหมือนอะไรอย่างนี้ อสูรกายหนุ่มคิด เมื่อมองใบหน้าสวยหวานของตัวเล็กตรงหน้า เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีใครเกิดมาได้หน้าตาเหมือนกันได้ขนาดนี้
จู่ ๆ ทำไมเขาได้คิดถึงคนที่ตายไปแล้ว แม้กระทั่งเศษซากก็เหลือไว้เป็นความทรงจำ แต่ทว่าสิ่งที่เขาต้องการคือการหลุดพ้นจากคำสาป
