อิไล EP.2
แม้บ้านเช่าจะอยู่ท้ายหมู่บ้าน และห่างไกลจากเขตชุมชน แต่มันก็ไม่ใช่ปัญหา ถึงแม้เขากับน้องจะมีเงินเหลือไม่มาก แต่ก็มีความสุขดี ทั้งบรรยากาศรอบข้างที่ดูร่มรื่น มีต้นไม้ล้อมรอบทำให้รู้สึกสงบไปอีกแบบ
“แล้วพี่ล่ะครับ วันนี้ไปสมัครงานเป็นยังไงบ้าง?” คนเป็นน้องไม่ตอบคำถามอิไล แต่กลับถามอีกฝ่ายด้วยสีหน้าเป็นห่วงแทน เพราะรู้ดี สาเหตุที่ทำให้พี่ชายของเขาหางานยากกว่าคนอื่น ๆ
“ยังไม่ได้เลย ไว้พรุ่งนี้พี่ว่าจะออกไปหาใหม่นะ” คนเป็นพี่บอกน้องชายด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แม้จะรู้สึกเศร้าอยู่ภายในใจก็ตาม
“โธ่ พี่ครับให้ผมช่วยหางานทำด้วยเถอะนะครับ ผมไม่อยากให้พี่ต้องทำงานคนเดียว ผมอายุสิบเจ็ดแล้วนะครับ และอีกไม่กี่วันก็จะสิบแปดแล้วด้วย ผมไม่อยากให้พี่ต้องโหมงานหนักอยู่คนเดียว ถ้าวันหนึ่งพี่หายไปจากผม แล้วผมจะอยู่ยังไงล่ะครับ” คนเป็นน้องเอ่ยประท้วงพี่ชายจอมดื้อดึงของตน พร้อมกับเดินเข้าสวมกอดด้วยท่าทางออดอ้อน และห่วงใย
“พี่ไม่เป็นอะไรง่าย ๆ หรอกน่าอลัน ว่าแต่นายนั่นแหละที่พี่เป็นห่วง ไม่สบายบ่อย พี่ต่างหากที่ต้องเป็นห่วงนายน่ะ” อิไลเอ่ยน้ำเสียงอ่อนโยน ริมฝีปากบางคลี่ยิ้ม พร้อมกับยกมือขึ้นลูบศีรษะเล็กของน้องชายอย่างเอ็นดู
อิไลไม่เคยขออะไรมาก เพียงแค่อยากให้น้องชายของเขามีร่างกายที่แข็งแรง และได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในอนาคตเท่านั้น
“ก็ผมกลัวนิครับ พี่ทำงานหนักก็เพื่อผม จะให้ผมดูอยู่เฉย ๆ ได้ยังไงกันล่ะครับ” คนเป็นน้องยังคงเอ่ยบอกพี่ชายอย่างออดอ้อน พร้อมทั้งกระชับอ้อมแขนของตนให้แน่นขึ้น เพราะกลัวว่าถ้าหากวันหนึ่ง เขาขาดพี่ชายคนนี้ไปจริง ๆ คงอยู่ไม่ได้แน่ ๆ
“พี่ว่าเราเลิกพูดเรื่องนี้กันเถอะ จริงสิ! วันนี้พี่ซื้อของโปรดของนายมาด้วยนะ เรารีบไปกินกันดีกว่า” อิไลว่า พร้อมกับผละตัวออกจากน้องชาย ก่อนจะยกถุงอาหารชูขึ้นแล้วยิ้มให้
หลังจากอาหารมื้อค่ำผ่านไป ทั้งสองคนก็ต่างคนต่างทำธุระของตัวเองก่อนจะเข้านอน เพราะต่างคนต่างก็ต้องการพักผ่อน เนื่องจากว่าวันนี้อิไลเหนื่อยล้ามาทั้งวันแล้ว
ทว่าเวลาที่ผ่านไปช่างยาวนานเสียเหลือเกิน แม้จะดึกมากแล้ว แต่คนที่เหนื่อยกับการหางานมาทั้งก็ยังคงนอนไม่หลับ ดวงตากลมมองออกไปนอกหน้าต่าง พลางคิดถึงเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะความฝันที่เขาต้องเผชิญในทุก ๆ ปี ตั้งแต่เริ่มจำความได้
อิไลครุ่นคิดมาตลอดว่าเรื่องราวในห้วงของความฝันนั่น มันคืออะไรกันแน่ ความฝันที่น่ากลัวจนไม่กล้าข่มตาหลับในยามค่ำคืน
ในห้วงของความฝันที่เขาเห็นบุรุษปริศนา ทั้งยังมีร่างกายแปลกประหลาด รูปร่างกำยำสูงใหญ่กว่าสองเมตร ช่วงบนเป็นมนุษย์อกกว้างดูแข็งแกร่ง แต่ทว่าช่วงล่างกลับเป็นหนวดของปลาหมึกยักษ์ใหญ่ราวกับสัตว์ทะเลดึกดำบรรพ์
หนวดเหล่านั้นโบกสะบัดและเลื้อยไปมาอยู่ใต้น้ำ สถานที่ที่ดูโบราณราวกับเป็นถ้ำใต้ทะเลมืด แต่กลับมาแสงจันทร์ส่องลงมาที่เขาราวกับว่าเป็นจุดศูนย์กลาง ไม่ว่าเขาจะขยับไปทางไหนแสงสว่างนั่นก็ตามไปด้วย แต่ถึงอย่างนั้นรอบ ๆ ตัวเขากลับมืดไปหมด ไม่มีแม้แต่กำแพงราวกับมิติจักรวาลที่ไม่มีวันออกไปจากที่นั่นได้
เงาลาง ๆ กวัดแกว่งไปมาดูน่ากลัว แถมหนวดแต่ละเส้น ยังมีความหนาใหญ่กว่าขาของเขาเสียอีก
ผู้ชายคนนั้นสวมชุดคลุมยาวสีดำคาดทองทั้งตัว ภายใต้ผ้าคลุมนั่นก็มืดสนิทจนมองไม่เห็นใบหน้าของบุรุษปริศนาคนนั้น ราวกับว่าภายใต้ผ้าคลุมนั้น มันว่างเปล่าเหมือนเป็นเพียงอากาศ แต่ทว่ากลับมีดวงตาคมสีเลือดคล้ายกับนัยน์ตาของจระเข้ส่องประกาย มันทั้งน่าขนลุกและน่ากลัวมาก เพียงแค่นึกถึงหัวใจเต้นแรงด้วยความกลัวจนแทบระเบิด
อิไลต้องนอนฝันร้ายแบบนี้ประมาณเจ็ดวัน ทุก ๆ ครั้ง ก่อนจะถึงวันเกิด แม้จะกลัวมากแค่ไหน แต่แล้วสุดท้ายเปลือกตาบางก็ค่อย ๆ หลับลงด้วยความเหนื่อยล้ามาทั้งวัน
แสงแดดอ่อนยามเช้าตกกระทบใบหน้าหวานที่เผลอหลับไป ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันแทบจะผูกเป็นโบว์ กรอบใบหน้าของเขาชุ่มไปด้วยเม็ดเหนื่อยราวกับวิ่งมาราธอนมาหลายสิบกิโล
อิไลสะดุ้งลืมตาตื่นอย่างตระหนกตกใจ มือเรียวบางรีบคว้านาฬิกาบนโต๊ะเล็กข้างเตียงมาดู พบว่าเวลานี้เกือบจะแปดโมงแล้ว น้องชายของเขาคงจะไปโรงเรียน วันนี้เขาก็ตื่นสายอีกวันแล้ว
เขารีบลุกขึ้นเดินไปยังห้องครัวทันทีเพื่อจะหาน้ำดื่ม เนื่องจากรู้สึกคอแห้งราวกับคนขาด ก่อนที่ริมฝีปากสีเชอร์รี่จะคลี่ยิ้ม เมื่อเห็นอาหารเช้าวางอยู่บนโต๊ะพร้อมกับน้ำผมไม้ และมีโน้ตเล็ก ๆ แปะไว้ด้านข้างของจานอาหาร
‘พี่ ผมไปเรียนก่อนนะครับ ผมทำอาหารเผื่อไว้ให้พี่ด้วย อย่าลืมอุ่นทานด้วยนะครับ ผมรักพี่นะครับ อลัน ^-^’
ข้อความสั้น ๆ ของน้องชายสุดที่รัก ทำให้ริมฝีปากสีเชอร์รี่ระบายยิ้มบาง ๆ ออกมาอย่างมีความสุข ก่อนเจ้าตัวจะรีบไปอาบน้ำแต่งตัว แล้วมาทานอาหารที่น้องชายของตนทำเผื่อไว้ให้
มันทำให้เขารู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาก เพราะวันนี้ก็เป็นอีกวันที่เขาจะต้องออกไปสมัครงานอีกครั้ง
อิไลมักจะทำงานที่ไหนได้ไม่ค่อยนานนัก เพราะเหตุการณ์เดิม ๆ สถานการณ์เดิม ๆ ที่เขามักจะถูกลูกค้าผู้ชายลวนลามอยู่บ่อยครั้ง อย่างที่ทำงานล่าสุด แม้จะเป็นถึงร้านอาหารใหญ่ ซึ่งเทียบเท่าภัตรคารอาหารในโรงแรมเลยก็ว่าได้ ทั้งที่ตนคิดว่ามันน่าจะมีความปลอดภัยสูงแล้วแท้ ๆ แต่ทว่ากลับสู้คนรวยที่มีเงินซื้อของราคาแพง และใช้เงินเหมือนกระดาษพวกนั้นไม่ได้อยู่ดี
แม้ว่าในบางครั้งเขาเองก็รู้สึกน้อยใจในโชคชะตาอยู่บ้าง ที่ต้องเจอกับสถานการณ์แบบนี้อยู่บ่อยครั้ง แต่เขาก็ไม่เคยคิดที่จะยอมแพ้ เพราะว่ายังมีน้องที่ต้องดูแล และเป็นกำลังใจให้เขาต่อสู้
ทว่าหลาย ๆ ครั้งเขาไม่อยากทำให้ใครต้องมาเดือดร้อนด้วย ถึงแม้มันจะไม่ใช่ความผิดของเขาก็ตาม อิไลจึงตัดสินใจที่จะลาออกจากงานเอง ทั้งที่เพิ่งจะเริ่มทำงานได้เพียงหนึ่งสัปดาห์เท่านั้น
“อ้าว...พี่ กลับมาแล้วเหรอครับ?” เด็กหนุ่มที่มีใบหน้าคล้ายกับพี่ชายราวกับฝาแฝด เพียงแต่อ่อนเยาว์กว่าเล็กน้อย และตัวเล็กกว่าเอ่ยทักทาย เมื่อเห็นว่าพี่ชายของตนกำลังเดินมาพอดี ในขณะที่เขากำลังจะเปิดประตูเข้าบ้าน
“อืม..พี่กลับมาแล้ว วันนี้ไปเรียนเป็นยังไงบ้าง?” อิไลถามน้องชายของเขาบ้าง ก่อนจะเดินเข้าบ้านไปด้วยกัน
อิไลกับอลันเช่าบ้านในราคาที่ถูกแสนถูก เนื่องจากว่าเขาตัดสินใจขายบ้านของพ่อกับแม่ เพื่อเก็บเงินเป็นค่าเล่าเรียนปีสุดท้ายของตัวเองเมื่อเจ็ดปีก่อน และสำรองจ่ายค่ารักษาอาการป่วยของน้องชายด้วย
..........
