อลัน EP.05
อลันเดินกลับบ้านเพียงคนลำพัง ภายในหัวก็พลันนึกถึงเรื่องที่คุณปู่ของฟีโอน่าพูดถึง ‘ผู้ถูกเลือก’ คืออะไร จะมีจริงหรือเปล่า? ถึงแม้ว่าช่วงนี้จะไม่ได้มีอะไรแปลก ๆ อย่างที่คุณปู่ถามก็เถอะ แต่มันก็ทำให้รู้สึกสับสนขึ้นนิด ๆ แล้วก็รู้สึกข้องใจแปลก ๆ
ทว่าอลันก็เลือกที่จะไม่สนใจให้ปวดหัว ก่อนจะตั้งใจเดินกลับให้ถึงบ้านเร็ว ๆ เพราะคิดถึงพี่ชายสุดที่รักจะแย่
ไม่รู้ว่าวันนี้พี่ชายของเขาทำงานเป็นอย่างไรบ้าง เห็นท่าทางของพี่ดูเหนื่อยล้ามาหลายวันแล้ว เขาควรรีบกลับไปเตรียมอาหารรอพี่ชายกลับมาดีกว่า เมื่อพี่กลับมาถึงเหนื่อย ๆ จะได้กินของอร่อย และพักผ่อนให้เต็มที่
อลันใช้เวลาพอสมควรกว่าจะถึงบ้าน ทว่าที่คนตัวเล็กกำลังหยิบกุญแจในกระเป๋ากางเกงขึ้นมาเพื่อไขประตูบ้าน
มือเรียวบางจับลูกบิดประตูกลับพบว่ามันไม่ได้ล็อค เขาคิดว่าคงจะเป็นพี่ชายของเขาแน่นอน ทำไมไม่ล็อคบ้านให้เรียบร้อยนะ ถ้าเกิดใครมาทำมิดีมิร้ายจะทำยังไง หรือถ้ามีโจรเข้ามาขโมยของในบ้านล่ะจะทำอย่างไร ถึงแม้ในบ้านจะไม่มีของมีค่าอะไรพอจะให้ขโมยได้ แต่อลันก็ยังรู้สึกอยากจะบ่นพี่ชายของเขาอยู่ดี
แกร็ก!
เมื่อประตูถูกเปิดทุกอย่างไม่ได้ผิดไปจากที่คาดการ ราวกับเห็นเหตุการณ์ล่วงหน้า เพราะเป็นแบบนี้มาหลายต่อหลายครั้งแล้ว และครั้งนี้ก็เช่นกัน คงจะยอมให้คนอื่นเอาเปรียบจนตัวเองต้องออกจากงานอีกตามเคย คิดแล้วอลันก็อยากจะไปเอาเรื่อง ไอ้คนที่มันมาหาเรื่องพี่ชายของเขาเสียจริง
“พี่ครับ ทำไมวันนี้กลับเร็วกว่าปกติล่ะครับ?” อลันเอ่ยถามพี่ชายทันทีที่เปิดประตูเข้ามาในบ้าน และเห็นอิไลนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร พร้อมกับอาหารมื้อเย็น แม้จะรู้อยู่แก่ใจ แต่ก็อยากได้ยินจากปากของพี่ชายมากกว่า
“…ไม่มีอะไรหรอก พี่ขอที่ทำงานกลับเร็วเท่านั้นเอง” อิไลเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบพร้อมกับรอยยิ้มที่ไม่ว่าจะมองยังไงมันก็เป็นรอยยิ้มที่โกหกในสายตาของอลัน
แม้ว่าอิไลจะโกหกออกมาคำโต แต่มีหรือจะปกปิดอลันได้ ในเมื่อพี่ชายของเขาเป็นคนหัวอ่อน แถมยังใจดีอีกด้วย ยอมให้คนอื่นเสมอ เพราะพี่มักคิดว่าเป็นความผิดของตัวเองตลอด คงไม่พ้นเรื่องที่โดนลวนลามจนเป็นปัญหาอีกแน่
“พี่ออกจากงานอีกแล้วใช่ไหมครับ?” อลันถามพี่ชายเสียงดุ และคาดคั้นทางสายตา เพื่อจะเอาคำตอบที่แท้จริงจากพี่ชายผู้ใจดี
“คะ คือว่า…” อิไลตอบเสียงตะกุกตะกัก ดวงตาฉายแววของความรู้สึกผิดหลุบลง ไม่กล้าสบตากับน้องชาย เพราะรู้ตัวว่าโกหกไม่เก่ง และโดนจับพิรุธได้ตลอด
“ผมเข้าใจแล้วครับ แต่พี่ต้องสู้คนอื่นบ้างนะครับ การที่พี่ยอมแบบนี้ ตัวเราต่างหากที่จะลำบาก ...พี่ครับให้ผมช่วยทำงานเถอะนะครับ ผมไม่อยากให้พี่ต้องเหนื่อยคนเดียว ผมจะปกป้องพี่เอง” อลันเอ่ยกับพี่ชายผู้แสนอ่อนโยนและใจดีด้วยความเป็นห่วง ก่อนจะเอ่ยปากขอช่วยทำงาน
เพราะเขาอยากจะปกป้องพี่ชาย อีกทั้งเขาไม่อยากให้อิไล ต้องทำงานเหนื่อยอยู่คนเดียว ถึงแม้เขาเองจะรู้คำตอบดีอยู่แล้ว แต่ก็ยังอยากให้อีกฝ่ายเปลี่ยนใจอยู่ดี เพราะเขาก็ไม่เหลือใครอีกแล้ว นอกจากพี่ชายผู้แสนใจดีคนนี้ ญาติพี่น้องก็ไม่มี ใคร ๆ ต่างก็บอกว่าแม่ของเขาเป็นตัวประหลาด
พอนึกถึงตรงนี้ขึ้นมา จู่ ๆ อลันก็เหมือนจะนึกถึงเรื่องตอนที่เขาอายุสิบขวบ วันนั้นพี่อิไลนอนค้างบ้านเพื่อน เพื่อทำงานกลุ่มหรืออะไรสักอย่าง เขาเองก็จำไม่ค่อยได้แล้ว และวันนั้นเองที่ทะเลสาปหลังบ้าน
เขาเห็นแม่กำลังเล่นน้ำอยู่กับพ่อโดยบังเอิญ จากมุมมืดของสวนหลังบ้านที่เขามักจะไปนั่งเล่นกับพี่ชายบ่อย ๆ ตอนนั้นเขาเห็นสีผมของแม่ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีเทาเงิน นัยน์ตาเป็นประกายเปลี่ยนเป็นสองสี ข้างหนึ่งสีแดง และอีกข้างสีเหลืองทองราวกับนัยน์ตาของป่าหมายามค่ำคืน ทั้งสองคนกำลังหยอกล้อกันที่โขดหินใหญ่
ในตอนนั้นอลันรู้สึกกลัวมาก และไม่กล้าบอกใคร เพราะนึกถึงคำที่ญาติกล่าวหาว่าแม่ของเขาเป็นสัตว์ประหลาด นานวันเข้าเขาก็เริ่มลืมเลือนไปบ้าง ทั้งที่ตอนนี้เขาจำได้แค่ลาง ๆ จนแทบไม่มีหลงเหลือในความทรงจำ
แต่ทว่า จู่ ๆ มันกลับผุดขึ้นมาใหม่อีกครั้ง เขาต้องซ่อนเร้นความกลัวที่ไม่อาจรู้ตัวตนที่แท้จริงของแม่ไว้เพียงลำพัง และคิดว่าพี่ชายของเขาก็คงไม่รู้เรื่องนี้เช่นกัน
“พี่ครับ วันนี้ผมไปบ้านของฟีโอน่ามา คุณปู่ลีโน่บอกว่าช่วงนี้ให้เราระวังตัวให้มาก ๆ นะครับ คุณปู่บอกเกี่ยวกับเรื่อง ผู้ถูกเลือกอะไรสักอย่างนี่แหละผมจำไม่ได้” อลันกล่าวพร้อมกับทำท่าครุ่นคิด
“นายเชื่อเรื่องแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน” คนเป็นพี่เอ่ยถามน้องชายอย่างสงสัย ทั้งที่พวกเขาสองคนก็ไม่เคยสนใจเรื่องแบบนี้ แต่น้องชายกลับเอาคำพูดของคุณปู่เพื่อนบ้านมาคิดเสียได้
“ก็เปล่าหรอกครับ แค่ผู้ใหญ่ทักมาเลยเล่าให้พี่ฟังเฉย ๆ เท่านั้นเอง เอาเป็นว่ายังไง พี่ก็ต้องระวังตัวเองด้วยนะครับ ผมเป็นห่วง” อลันว่า แม้ว่าลึก ๆ แล้วจะแอบกังวลเรื่องที่คุณปู่ลีโน่ทักก็ตาม เพราะช่วงนี้เขามีความฝันแปลก ๆ แล้วก็ฝันติดกันมาหลายวันแล้ว
“ช่างเถอะ มากินมื้อเย็นกันดีกว่า พี่ทำของโปรดให้นายด้วยนะ” อิไลตัดบท เพราะอาหารเตรียมพร้อมแล้ว จึงไม่รอให้น้องชายของเขาได้ถามอะไรอีก เขารีบชวนอีกฝ่ายทานอาหารมื้อเย็นทันที
“ก็ได้ครับ” อลันรับคำ ก่อนจะเดินนั่งตรงข้ามพี่ชาย เพื่อร่วมทานมื้อเย็นกันอย่างเอร็ดอร่อย จนลืมเรื่องที่คุณปู่ของฟีโอน่าเอ่ยทักไปเสียสนิท
เมื่อมื้ออาหารผ่านไป ทั้งสองคนก็ต่างคนต่างแยกย้ายกลับไปทำธุระของตัวเองและเตรียมตัวเข้านอน
‘พี่ครับ อยู่ไหนอะ’ อลันตะโกนเรียกหาพี่ชาย ในความมืดด้วยความกลัว เขาฝันเห็นมันอีกแล้ว เขาไม่รู้ว่าที่นี่มันคือที่ไหน ดวงตากลมกวาดมองไปรอบ ๆ ที่มีแต่ความมืด ราวกับโลกแห่งความว่างเปล่า และไร้ขอบเขต มันไม่มีอะไรเลย แม้แต่พืชหรือสัตว์ ทุกอย่างดำมืดไปหมด
‘พี่ครับ’ เท้าเล็กยังคงเดินไปเรื่อย ๆ พร้อมกับตะโกนเรียกพี่ชายของตน ก่อนจะเห็นดวงตาราวกับปีศาจ สีเหลืองทองคู่ใหญ่จ้องมองมาที่เขา
มันมืดจนไม่รู้ว่า มันคือตัวอะไร เท้าเล็กชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ ขยับถอยหลังอย่างช้า ๆ และเริ่มวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต ทว่าเขากลับถูกบางอย่างราวกับหางงู ตวัดรัดเข้าที่เอวบางแน่น แล้วกระชากร่างกาย เข้าไปในความมืดอย่างแรง หัวใจดวงน้อยเต้นรัวแรงวูบไหว ราวกับตกจากหน้าผาสูง
เฮือก! แฮ่ก ๆ
อลันสะดุ้งตื่น ใบหน้าหวานเต็มไปด้วยเม็ดเหงือตามกรอบหน้า พร้อมกับเสียงหอบหายใจ ลำคอแห้งผากราวกับคนขาดน้ำ ดวงตากลมหันมองนาฬิกาตั้งโต๊ะ ตอนนี้ตีห้าแล้ว เขาคงนอนต่อไม่ลงแล้ว ยิ่งช่วงนี้ อลันใกล้จะสอบปิดเทอมแล้ว เขาต้องตื่นเช้ากว่าปกติทุกวัน เพราะต้องไปติวหนังสือให้ฟีโอน่าที่บ้านในตอนเช้าก่อนไปโรงเรียนด้วย
อลันจึงลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัว ไปเตรียมอาหารเช้า และทำทุกอย่างให้พร้อมก่อนจะไปโรงเรียนอย่างปกติ
ส่วนพี่ชายของเขาก็คงต้องหางานใหม่ และเขาก็อยากช่วยพี่อิไลหาเงิน ดังนั้นเขาจึงรับจ้างติวหนังสือให้เพื่อน ๆ ในช่วงใกล้สอบ เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายของพี่ลงสักนิดก็ยังดี
แม้จะได้ค่าตอบแทนเพียงเล็กน้อย แต่ก็พอช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายของพี่ชาย และทำให้เขาไม่ต้องรบกวนพี่อิไลมากเกินไป
แต่ทว่ามันก็ยังมีปัญหาอยู่ดี เมื่ออีวานจอมก่อกวนใช้อำนาจของพ่อ ข่มขู่เพื่อนในห้องเรียน ไม่ให้จ้างเขาช่วยติวหนังสือให้ เพราะชายหนุ่มต้องการจะให้เขาติวหนังสือให้กับตนเพียงคนเดียว ซึ่งแน่นอนว่าอลันต้องปฏิเสธอยู่แล้ว เนื่องจากเขาไม่อยากยุ่งกับคนที่ทำตัวอันตรายแบบนั้น มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เขาสามารถติวให้ได้ในตอนนี้ คือ ฟีโอน่า
แม้ว่าจะแปลกใจอยู่บ้างที่อีวานจอมก่อกวน ยอมให้เขาไปติวหนังสือให้ฟีโอน่า โดยไม่มาตามรังควานพวกเขาเลยแม้แต่ครั้งเดียว จึงทำให้อลันแวะไปติวหนังสือที่บ้านของฟีโอน่าในช่วงเช้า ก่อนจะไปโรงเรียนพร้อมกันทุกวันได้อย่างสบายใจ
และวันนี้ก็เป็นวันใกล้สุดสัปดาห์ หรือวันศุกร์ คาบเรียนสุดท้ายเป็นวิชาประวัติศาสตร์ แต่อาจารย์ติดธุระด่วนมาสอนไม่ได้ ทำให้อลันเลิกเรียนเร็วกว่าปกติ แต่เขาก็ไม่ลืมที่จะบอกกับเพื่อนสาวก่อนกลับ ไม่อย่างนั้นอีกฝ่ายคงโกรธ และน้อยใจยัดข้อหาหนีกลับบ้านให้เขาก่อนอีก
