EP 7 : คำปลอบของคนไม่อ่อนโยน
“ตอบสิ ฟริกไทยชอบแฟนของเธอเหรอ?”
“ชะ... / ชอบแบบนี้เหรอ? เธอแม่ง...หักอกฉันแล้วมาชอบผู้ชายแบบนี้เหรอพริกไทย?”
อึ้ง
อึ้งกันไปหมดเลยกับคำพูดที่แค่พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาของเขา
ปริ๊นซ์กับน้องแพมได้ยินแล้วอึ้งแน่แต่จะอึ้งเท่าฉันไหมฉันก็ไม่แน่ใจ แต่ฉันกำลังอึ้งมากกับคำว่า หักอก ที่เขาเพิ่งพูดออกมา เขา...
“เฮีย... / ไร้สาระฉิบหาย”
“คะ?”
หมับ!
“ดูแลเมียมึงให้ดีหน่อย อย่าให้เที่ยวหึงไม่ลืมหูลืมตาแล้วมาระรานคนของกูอีก กลับกันได้แล้ว” เขาบอกปริ๊นซ์หลังจากจับมือฉันไปกุม พอบอกซึ่งฟังเหมือนเตือนมากกว่าเสร็จก็หันมาคุยกับฉันที่ยืนอึ้งกิมกี่ทำหน้าเหมือนหมาเมารถอยู่ตรงนี้ พอพูดจบก็ดึงมือฉันให้เดินตามซึ่งฉันก็เดินตามแบบงง ๆ
“แม่ง” ฉันเดินตามหลังเขาที่ยังจับมือฉันจูงไม่ปล่อย เราเดินออกห่างจากสองคนนั้นพอสมควรจนฉันสามารถเห็นรถหรูของเขาที่จอดอยู่ไม่ไกลได้เขาก็สบถออกมาเบา ๆ แต่ถึงจะเบาน้ำเสียงที่เปล่งออกมาก็เต็มไปด้วยอารมณ์หงุดหงิดฉันเลยได้สติหลังจากเบลอ ๆ อึน ๆ กับเหตุการณ์ช็อคหัวใจอีกครั้ง
“เฮีย ปล่อยได้แล้ว”
“เดิน ๆ มาเถอะ พูดทำห่าอะไรตอนนี้ ตอนเขาด่าทำไมไม่อ้าปากพูด ยืนโง่ให้เขาด่าทำไม”
“...” โดนด่าแล้วพูดไม่ออกเลย
ฉันไม่กล้าเถียงแม้แต่คำเดียวจนกระทั่งมาถึงรถของเขา โดนเขาจับยัดลงไปในรถก็ไม่พูด เขาขับรถออกมาจากผับก็ยังไม่พูด ทำได้แค่เงียบจริง ๆ เพราะในใจกำลังเต็มไปด้วยความรู้สึกแย่จากเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น
การที่น้องแพมดูออกว่าฉันคิดเกินเลยกับปริ๊นซ์แล้วจะหึงจะโกรธจนประจานมันน่าอายมากนะแต่มันไม่สำคัญเท่า...ปริ๊นซ์รู้ไหมว่าที่ผ่านมาฉันรู้สึกยังไงกับเขา ฉันไม่อยากเสียเพื่อนไป
...ฉันไม่เคยพร้อมจะเสียเพื่อนอย่างปริ๊นซ์ไปเลยสักวินาที
“ชอบมันเหรอ” เขาขับรถมาได้สักพักก็พูดทำลายความเงียบ แต่คำพูดที่พูดออกมานี่นะ...ไม่พูดยังจะดีกว่านะเฮีย
“...เปล่าค่ะ” ก็ชอบแหละแต่ไม่อยากให้ใครรู้เลยปฏิเสธ
“ฮึ!” การแค่นเสียงที่เหมือนจะไม่เชื่อหรือเยาะเย้ยอะไรก็ตามแต่ทำให้ฉันหันไปมองเขาทันที
“พริกไม่ได้ชอบเขาจริง ๆ” ต่อให้ความรู้สึกจะล้นใจแต่ถ้าไม่สามารถบอกกับคนที่ฉันรู้สึกได้ฉันก็ไม่มีทางยอมรับกับใครทั้งนั้น
“ถ้าไม่ชอบคราวหลังเมียไอ้ห่านั่นมาด่าก็อ้าปากพูดอะไรบ้าง ยืนโง่ให้เขาด่าอยู่ได้ ทีเวลานี้กล้าเถียงฉอด ๆ ๆ ปากเก่งแม่งแต่กับทางนี้”
“ก็...ตั้งตัวไม่ทัน”
“ช่างเถอะ เรื่องความโง่ของเธอไม่เกี่ยวกับฉัน”
“ชิส์!” กำลังรู้สึกแย่แต่พอถูกอีตาเฮียนี่กัดเรื่องก่อนหน้านี้ก็เบาบางลงไปเลย ผู้ชายอะไรปากหมาชะมัด ทำไมปริ๊นซ์ไม่นิสัยแย่เหมือนอีตานี่บ้างนะฉันจะได้หยุดชอบปริ๊นซ์ได้สักทีไง
แล้วนี่ต่อไปจะมองหน้ากันติดอีกรึเปล่า ทั้งฉัน ปริ๊นซ์ แล้วก็น้องแพม แต่น้องเขาก็ไม่ผิดหรอกที่จะโกรธ เป็นใครก็คงโกรธที่แฟนมารอรับเพื่อนผู้หญิงดึก ๆ ดื่น ๆ ถ้าเป็นฉันที่ยืนอยู่ในจุดของแพมฉันก็คงไม่พอใจเหมือนกัน
เฮ้อ~ ปวดหัว ปวดใจ ปวดตับชะมัด
“เฮีย” สมองมีเรื่องปวดหัวนะแต่ก็เรียกคนขับเบา ๆ
“มีอะไร”
“เฮียส่งข้างหน้าก็ได้เดี๋ยวพริกเรียกรถกลับ” เกรงใจเขา ไม่รู้ด้วยว่าตอนนี้เขาอารมณ์เสียแค่ไหนแต่น่าจะอารมณ์ไม่ดีมาก ๆ เลยไม่อยากรบกวนไปมากกว่านี้
“ไร้สาระ” เสียงเขาเหมือนจะรำคาญและหงุดหงิดก่อนที่ความเร็วของรถจะเพิ่มขึ้น โอเคค่ะ ถ้างั้นก็เชิญไปส่งเลยเพราะนี่ก็เหนื่อย ๆ อยู่เหมือนกัน ไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับใครทั้งนั้น อยากนั่งเงียบ ๆ ทำใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นรวมถึงทำใจกับการอกหักเป็นครั้งที่ล้านเพราะการแอบชอบคนคนหนึ่งก่อน
-เวลาต่อมา-
“จะแวะซื้ออะไรไหม” ไม่ได้คุยกันนานเกือบยี่สิบนาทีแล้วค่ะ อีกประมาณสองร้อยเมตรจะถึงชอยบ้านฉันเฮียดีแลนเลยถามขึ้นมา
“ไม่เอาอ่ะ” ฉันส่ายหน้าตอบ แต่พอตอบเสร็จก็นึกอะไรขึ้นได้
“เฮียจะเอาอะไรรึเปล่า ง่วงหรือว่าเมาไหม เดี๋ยวพริกลงไปซื้อเครื่องดื่มให้”
“ไม่เมา ตกลงไม่เอาอะไรนะ”
“ค่ะ” ฉันพยักหน้ารับจากนั้นก็ไม่มีการสนทนาระหว่างเราอีกจนกระทั่งรถหรูมาจอดหน้าบ้านฉันที่บ้านข้าง ๆ ยังไม่มีรถของลูกชายเจ้าชองบ้านจอดอยู่
“ขอบคุณนะเฮีย”
“อืม” เขาตอบรับสั้น ๆ ฉันเลยลงจากรถ ง่วง เหนื่อย อกหัก ช้ำใจ ไปนอน เฮ้อ~
“พริกไทย” ฉันกำลังจะปิดประตูรถแต่เฮียดีแลนก็เรียกชื่อฉันซะก่อน
“คะ”
“...”
“มีอะไรรึเปล่าเฮีย” เรียกแล้วก็ไม่พูดเอาแต่มองหน้า เป็นอะไร อย่าบอกนะว่าจะใช้มุขง่วงแล้วขอเข้าไปกินกาแฟ ไม่มีทาง ออกไปซื้อกินที่ร้านสะดวกซื้อโน่นเลยจ้ะ
“...” ยังไม่พูดอีกนี่คิดอะไรไม่ดีอยู่จริง ๆ รึเปล่า คิดอกุศลกับน้องกับนุ่งเหรอ? นิสัยเสีย
“เฮีย เป็นไรเนี่ย ไม่พูดจะเข้าบ้านแล้วนะ”
“...อย่าคิดมาก”
“คะ?”
“เข้าบ้านไปนอนได้แล้วไป”
“...ค่ะ” ฉันพยักหน้ารับแล้วก็ปิดประตูแบบงง ๆ รถเขายังไม่ได้ขับออกไปน่าจะรอให้ฉันเข้าบ้านก่อนเลยรีบเดินเข้าบ้านให้เรียบร้อย เรียบร้อยแบบเดินเข้าบ้านเลยนะไม่ใช่แค่เข้ามาในรั้วบ้านแล้วจากนั้นเกือบห้านาทีรถของเฮียดีแลนถึงได้ขับออกไป
“...อย่าคิดมาก”
คำพูดที่น้ำเสียงไม่เหมือนเดิมของเขากับสายตาที่ไม่เหมือนทุกครั้งที่เจอกัน เป็นสายตาที่ดูห่วงใยทำให้ฉันใจเต้นแรง
นี่เฮียดีลเขา...ก็เป็นอีกคนที่ดูออกเหรอว่าฉันชอบปริ๊นซ์
“ฮื้อ!!!”
จะบ้าตาย จะบ้าตาย!!!
ToT
-วันต่อมา-
ติ๊ง!
Prince : ตื่นรึยัง
“...” แค่เห็นข้อความก็ใจสั่นแล้ว แต่ไม่ใช่ดีใจนะคะ บอกไม่ถูกเหมือนกัน
ติ๊ด!
Phrik-thai : อื้อ ตื่นแล้ว
ไม่ตอบตอนนี้อีกสักพักก็ต้องตอบอยู่ดีถูกไหมล่ะ ถ้างั้นก็ตอบให้มันจบ ๆ ไป
Prince : ขอโทษที่แพมทำตัวไม่น่ารักนะพริกไทย
“..” เจ็บจี๊ด ๆ เนอะที่เขามาขอโทษแทนแฟนเขา แต่เขาก็ทำถูกแล้วนี่พริกไทย ถ้าเขาเป็นผู้ชายที่ไม่ปกป้องแฟนสิแปลก ทั้งแปลกทั้งแย่เลยล่ะ
Phrik-thai : ไม่เป็นไร แฟนหล่อก็ต้องหึงเป็นธรรมดาแหละน่า เราต่างหากต้องขอโทษน้องที่ทำให้น้องไม่สบายใจ
Prince : เธอไม่ผิด เราเป็นเพื่อนกันมานาน ดูแลกันมันเป็นเรื่องที่ดีแล้ว
“...” เจ็บจี๊ดกว่าเดิมอีก เออฉันไม่ผิดเพราะเราที่เป็นเพื่อนกันมานานอย่างที่นายพูดจริง ๆ นั่นแหละแต่มันผิดตรงที่ฉันดันเป็นเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อแถมตอนนี้นายก็มีแฟนเป็นตัวเป็นตนแล้วไงปริ๊นซ์
Phrik-thai : แต่ยังไงก็ต้องขอโทษน้อง
Prince : ไม่เป็นไร เดี๋ยวเราเคลียร์เอง เธออย่าคิดมากล่ะ
Phrik-thai : อื้อ แต่ถ้ามีอะไรให้ช่วยพูดกับน้องบอกเราได้เลยนะปริ๊นซ์
Prince : ได้ แล้วกินข้าวยัง หิวไหมเดี๋ยวพาไปกิน
Phrik-thai : ไม่เป็นไร เมื่อคืนลูกค้าเยอะหัวหมุนเลย ว่าจะนอนต่อ
Prince : โอเค ถ้าหิวบอกนะเดี๋ยวพาไปกิน
Phrik-thai : รับทราบค่า
“...” ฉันพิมพ์ไปเขาก็ไม่ได้ตอบอะไรมา เป็นอันว่าจบการสนทนากับเพื่อนสนิทชายที่แอบชอบมาตั้งแต่ประถมด้วยใจห่อเหี่ยวเหมือนมะม่วงเปรี้ยวค้างปีเนอะพริกไทย
“เฮ้อ!” ชีวิตนี้ต้องถอนหายใจเพราะอกหักจากคนเดิมซ้ำ ๆ ไปอีกกี่รอบกันวะพริก? เอาไงดีอ่ะ อยู่แบบนี้ก็ช้ำใจนะ ยังไงก๊อกหักแถมยังโสดถ้างั้นลองออกจากบ้านไหม?
ไปขอพระแม่ไหมดีไหมแก? บางทีที่แกยังห่อเหี่ยวอาจจะเป็นเพราะแกยังไม่ได้ไปลงทะเบียนกับเจ้าแม่ก็ได้นะ ลองไหม? ไปเถอะบางทีไปแล้วแกอาจจะเป็นผู้ได้รับสิทธิ์ให้มีผัวเป็นตัวเป็นตนเร็ว ๆ นี้จนตัดใจจากรักแรก รักเดียวของแกได้แบบตัดบัวไม่เหลือใยเลยก็ได้นะ
เอาล่ะ! ลุกค่ะอีพริก! ลุกไปไปอาบน้ำสะบัดแปรงแต่งหน้าเลิศ ๆ แล้วไปลงทะเบียนยื่นเรฟขอผัว เอ้ย! ขอคู่แท้กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์กันดีกว่า!
