EP 6 : ชอบแบบนี้
“เผ็ดฉิบหาย” เสียงบ่นเบา ๆ ดังขึ้นหลังจากเขาตักยำมะม่วงของฉันไปชิม
“อร่อยจะตาย”
“เดี๋ยวกระเพาะกับลำไส้ได้อักเสบสักวัน” กินอยู่บังหงุดหงิดได้ อะไรของเขา มีอะไรที่ทำให้อารมณ์ดีบ้างไหมถามจริง อารมณ์ไม่เคยดีเลยจะมีดีก็แค่อย่างเดียวคือหล่อดีเนี่ย
“ไม่เป็นไรหรอกเฮียพริกกินเผ็ดจัดมาตั้งแต่เด็ก ๆ ไม่เห็นเป็นอะไรเลย” ฉันบอกแล้วก็โซ๊ยต่อ ยำมะม่วงร้านนี้อร่อยดีแต่ให้ไปซื้ออีกทีก็ลังเลอยู่ ไอ้เราก็สวยไงคะ หน้าตาเป็นที่น่าจดจำพอสมควรกลัวไปแล้วป้าถามหาอีตาเฮียนี่เพราะคิดว่าฉันเป็นเมียเขา -_-!
“...”
“อะไรล่ะ ไม่เป็นจริง ๆ ไม่ต้องมาบ่นคนอื่นน่าขนาดเฮียเป๊กเหล้าทุกวันกระเพาะยังไม่ทะลุเลย”
“...เสือก”
“ฮ่า ๆ ๆ ใครทำก่อนเอาดี ๆ”
โป๊ก!
“โอ๊ย~” ใครจะคิดว่าเฮียแกจะทุบหัวแบบนี้ แถมไม่อ่อนโยนด้วยทุบแรงสุด ๆ แต่คนป่าเถื่อนนิสัยเสียแบบนี้จะอ่อนโยนต่อเพื่อนร่วมโลกอย่างฉันก็บ้าแล้ว เหอะ ๆ ๆ
“เถียงคำไม่ตกฟาก กินนี่ไป” เขาดุพร้อมกับเลื่อนจานข้าวผัดปูมาให้ตรงหน้าแบบส่ง ๆ อ้อ ลืมบอกว่าตอนกลับมาถึงระหว่างที่จะเดินขึ้นมาข้างบนเขาสั่งข้าวผัดปูกับพี่พนักงานข้างล่าง
“ไม่กินอ่ะ ของเฮียไม่อยากแย่ง”
“กินไป ไม่หิวแล้วเสียดายของ”
“แต่... / กิน”
“โอเค กินก็กินค่ะ” จะว่าไปตอนพี่พนักงานเอาขึ้นมาเสิร์ฟเขาฉันก็แอบหิวเหมือนกันแหละแต่ไม่อยากสั่งซ้ำศักดิ์ศรีมันค้ำคอ กลิ่นข้าวผัดปูที่ผัดจนหอมกลิ่นคั่วกระทะกับตัวข้าวที่ผัดจนร่วนสวย ไหนจะไข่ดาวที่ไข่แดงดูเยิ้มซะขนาดนั้น น่ากินเป็นบ้า
ฉันตักข้าวผัดปูของเฮียดีแลนที่คนสั่งเหมือนจะตั้งใจสั่งด้วยความหิวแต่ผ่านมาเป็นสิบนาทีนับจากที่พี่พนักงานเอามาเสิร์ฟกลับไม่ยอมแตะมันแม้แต่คำเดียวด้วยอาการพอใจอยู่ในใจลึก ๆ อร่อยมากเลย~
-เวลาต่อมา-
“เหนื่อยไหมน้องพริก” พี่อิ่มเข้ามาทักทายหลังจากที่งานยุ่งกันมาหลายชั่วโมง ตั้งแต่เปิดร้านไม่มีใครได้พักกันเลย กิจการของพี่ชายฉันนี่สุดยอดจริง ๆ เฟื่องฟูมาก~ อีกไม่นานเฮียพี่เติ้ลรวยแน่นอน อิอิ
“มาก~ เลยค่ะพี่อิ่ม”
“ฮ่า ๆ ๆ คืนวันศุกร์นี่เนอะ แต่ความจริงหนูไม่ต้องลงมาเหนื่อยก็ได้ เฮียเติ้ลเขาแค่อยากให้น้องมาคุมร้านแทนเฉย ๆ”
“ไม่เป็นไรค่ะพี่อิ่ม สนุกดีค่ะ”
“จ้า แต่น้องพริกเก่งมากเลยนะที่รับมือกับเฮียดีแลนได้”
“ทำไมเหรอคะ พริกว่าจะถามพี่อิ่มอยู่ว่าทำไมตอนนั้นที่ให้พริกไปรับหน้าพี่อิ่มดูเครียดมาก เฮียเขาอารมณ์เสียเหรอ” ฉันว่าจะถามแต่ไม่ได้สำคัญอะไรเลยไม่ได้ถาม ที่ได้ถามตอนนี้เพราะบังเอิญคุยกันเรื่องนี้พอดีไงเลยถามหน่อยเพราะตอนเข้าไปเฮียดีแลนก็ไม่ได้เกรี้ยวกราดอะไรนะก็แค่อารมณ์ไม่ดีตามปกติของเขานั่นแหละ
“อารมณ์เสียมาก~ ตอนเข้ามาไม่อารมณ์เสียเท่าไหร่หรอกพอรู้ว่าเฮียไม่อยู่ให้หนูมาดูร้านแทนเฮียก็ให้ตามหนูให้แจ่พอติดต่อหนูไม่ได้เฮียดีแลนก็เริ่มหงุดหงิดจนไม่มีใครเข้าหน้าติด”
“อ้อ สงสารโมโหที่ให้รอนานแน่เลย” ฉันพยักหน้ารับ
“ใช่มั้งแต่บางทีก็เหมือนไม่ใช่”
“ยังไงคะ” คำพูดพี่อิ่มดูงง ๆ เลยงงตาม
“พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน ดูหงุดหงิดแปลก ๆ แต่ช่างเถอะเนอะเฮียเขาไม่อาละวาดก็พอแล้ว”
“ค่ะ” ฉันยิ้มให้พี่อิ่มจนตาหยี
“โอเคจ้าเดี๋ยวค่อยเม้าท์กันต่อเนอะ พี่ไปดูสต็อกเหล้าก่อนนะ”
“ได้ค่ะ” ฉันยิ้มให้พี่อิ่มอีกรอบจากนั้นก็นั่งช่วยพี่ฝ่ายบัญชีเคลียร์บิลอยู่ข้างใน
ติ๊ง!
Prince : คนขับรถสุดหล่อนั่งดื่มรออยู่ซ้อพริกไทยอยู่นะครับ
“...” มาแล้วเหรอ -///-
แค่บอกว่าจะมารับก็ดีใจแล้วนะแต่พอรู้ว่ามารอก่อนร้านปิดเป็นชั่วโมงใจพริกไทยคนนี้เต้นโครมครามเลยค่ะ
ดีใจ แต่...เฮ้อ~
ดีใจไม่สุดเพราะปริ๊นซ์คือแฟนคนอื่น ถึงเราสองคนจะเป็นเพื่อนกันมานานตั้งแต่ยังไม่เข้าเตรียมอนุบาล ถึงจะรู้อยู่แก่ใจดีว่าแค่แอบชอบไม่เคยแอบแซบแต่พอโดนว่ามาก็ไม่สบายใจเลย แต่ไม่ได้แปลว่าฉันเมินเฉยนะคะ ความจริงฉันส่งข้อความบอกปริ๊นซ์แล้วว่าไม่ต้องมารับแต่เขาไม่ยอม
Phrik-thai : บอกว่าไม่ต้องมา ดึกมากเกรงใจ
Prince : อย่าอู้งาน
Phrik-thai : ชิส์
ฉันส่งข้อความไปสั้น ๆ แล้วช่วยงานพี่บัญชีต่อ ถึงจะรู้สึกแย่แต่ลึก ๆ ในใจก็ดีใจอยู่ดีที่ไม่ว่าจะผ่านมานานแค่ไหนปริ๊นซ์ก็ยังเป็นคนที่ใจดีกับฉันเสมอมา และที่สำคัญ...เขาคือคนที่ใจดีกับฉันมากที่สุดเลยนะ
ฉันกล้าพูดได้เต็มปากว่าปริ๊นซ์ใจดีกับฉันมาก ๆ มากกว่าพี่ชายแท้ ๆ อย่างพี่เติ้ลซะอีก
อยากออกไปหาปริ๊นซ์จังแต่บังเอิญใส่ชุดนักศึกษาเลยไม่เหมาะที่จะออกไป แต่ไม่เป็นไรเดี๋ยวผับก็ปิดแล้ว~ ^^
-เวลาต่อมา-
“พริกกลับก่อนนะคะพี่อิ่ม”
“จ้า” ฉันยกมือไหว้พี่อิ่ม หยิบกระเป๋าแล้วเดินออกมาจากห้องออฟฟิตชั้นล่างจากนั้นก็เดินออกทางหลังร้าน ส่งข้อความบอกปริ๊นซ์ไว้แล้วว่าเจอกันที่ลานจอดข้างหลัง ระหว่างเดินออกไปก็ลาพี่ ๆ พนักงานทุกคนที่ฉันเดินผ่าน
ตื๊ด ตื๊ด~
ติ๊ด!
“รออยู่ตรงไหนอ่ะปริ๊นซ์” ฉันถามเพราะมองหาไม่เจอ ตาเริ่มแห้งแล้วด้วยเพราะไปลืมน้ำตาเทียมไว้ที่ไหนก็ไม่รู้เลยมองไม่ค่อยชัด
(โทษทีพริกไทยเมื่อกี้เจอคนรู้จักเลยคุยกันนิดหน่อย กำลังเดินไปเธออยู่ไหนแล้ว)
“เราอยู่ลานจอดหลังร้านที่เดิมนี่แหละ”
(โอเคเดี๋ยวเดินไปรับ รอตรงนั้นนะ)
“อื้อ”
ติ๊ด!
วางสายเสร็จฉันก็ยืนรอปริ๊นซ์ เขามารับหลายครั้งแล้วค่ะ ว่าแต่...หน้าโทรมมากไหมนะ ตาย ๆ มัวแต่เหนื่อยใจก็จดจ่ออยากกลับบ้านเลยลืมเติมหน้าไปเลย ทันไหมพริก ทันเนอะต้องทันแหละไม่อยากให้ปริ๊นซ์มาเห็นสภาพไม่สวยแต่ให้สวยให้ตายจะไม่เคยเข้าตานายเลยก็ตาม ฮ่า ๆ ๆ ขำแห้งชะมัดเลยพริกไทยเอ้ย~
“ไงยัยเซ่อซ่า”
ขวับ!
“มาเร็วจัง” ฉันหันไปมองตามเสียง กำลังจะหยิบแป้งมาเติมหน้าสักนิดสรุปไม่ทันแล้วสิเนอะ เฮ้อ~
“เดินสามก้าวก็ถึงแล้ว”
“ฮ่า ๆ ๆ ขายาวอย่างกับเปรต”
“ฮึ ๆ ๆ เหนื่อยไหมวันนี้คนเยอะน่าดู”
“มาก~”
“หิวอะไรไหมล่ะจะได้แวะกิน”
“อืม กินไรดีอ่ะ กินก๋วยเตี๋ยวต้มยำลุงหน้าปากซอยได้ไหมน่าจะยังไม่... / ดีเนอะ หนีแฟนมารับเพื่อนข้างบ้านตอนตีสอง ต้องเป็นเพื่อนแบบไหนอ่ะ เพื่อนรักหรือว่า...รักเพื่อน?”
“แพม / น้องแพม” ฉัยนกับปริ๊นซ์หันไปมองเจ้าของเสียงแล้วเอ่ยชื่อคนคนนั้นออกมาพร้อมกัน ฉันไม่รู้ว่าปริ๊นซ์รู้สึกยังไงที่เห็นแฟนตัวเองแต่ฉันรู้สึกไม่ดีมาก ๆ เลย
“จำกันได้ด้วยเหรอ? นี่พี่สองคนมองหน้าแพมแล้วจำแพมได้ด้วยเหรอ? นึกว่าพี่สองคนเห็นหน้าแพมเป็นควาย!”
“แพม อย่าโวยวาย เมาก็กลับไปนอน”
“อะไรนะ? อย่าโวยวายเมาก็กลับไปนอน? นี่ไล่เมียตัวเองแบบนี้เหรอพี่ปริ๊นซ์! ไล่แพมให้กลับไปนอนไม่สนใจใยดีส่วนตัวเองก็มารอรับเพื่อนข้างบ้านนี่กลับบ้านเหรอ!”
“แพม อย่ามาอาละวาดแบบนี้ กลับบ้านก่อน ใจเย็นแล้วค่อยคุยกันพี่ขอร้อง”
“ไล่แพมกลับไม่สนใจแพมเลยเหรอพี่ปริ๊นซ์ว่าตอนนี้แพมจะรู้สึกยังไง! แอบแพมมารับเพื่อนพอโดนจับได้ก็ยังจะไปด้วยกันต่อเหรอ? เอาอะไรคิด ทุเรศทั้งผู้หญิงทั้งผู้ชาย!”
“น้องแพม พี่ขอโทษที่ทำให้น้องแพมรู้สึกไม่ดีแต่ระหว่างพี่กับปริ๊นซ์เราเป็นแค่เพื่อนไม่มีอะไรมากกว่านั้นจริง ๆ”
“หุบปาก! คิดว่าแพมไม่รู้เหรอว่าพี่รู้สึกยังไงกับพี่ปริ๊นซ์! มีแต่คนโง่มั้งที่ไม่รู้ว่าพี่แอบชอบเพื่อนของตัวเอง!”
“...” ฉันตัวแข็งทื่อกับคำพูดของน้องเขา บอกไม่ถูกว่ารู้สึกยังไงกันแน่ แย่ อับอาย หรืออยากแทรกแผ่นดินหนี ยิ่งสายตาโกรธเกลียด เยาะเย้ยแถมถยังดูถูกที่แฟนของปริ๊นซ์ส่งมาให้ยิ่งทำให้ฉันไม่อยากอย฿ตรงนี้ มันน่าอายนะคะที่รู้ว่าแฟนของผู้ชายคนหนึ่งดูออกมาตลอดว่าเรา...แอบชอบแฟนของเขา โคตรจะอายเลย
“ไง พูดไม่ออกเลยเหรอ? คิดว่าคนอื่นโง่เหรอ เขาดูไม่ออกกันเลยมั้งว่าพี่ชอบเพื่อนสนิทของตัวเอง!”
“ใครชอบใครนะ?”
“...” ฉันที่ทำอะไรไม่ถูกอยู่แล้วเหมือนจะตัวเกร็งมากกว่าเดิมอีกหลังจากที่มีเสียงของบุคคลที่สี่ดังแทรกขึ้นมา และแน่นอนว่าอีกสองคนที่อยู่ตรงนี้ก็หันไปมองตามเสียงเหมือนกัน
“ถามว่าใครชอบใครไง?”
“เอ่อ...เฮียมาได้ไง” ฉันถามออกไปเบา ๆ เขาที่มาใหม่แถมมาจากไหนมาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้เลยละสายตาจากการจ้องแพมด้วยสายตาดุดันมามองฉันนิดหน่อยแล้วก็เดินมาทางที่เราสามคนยืนอยู่ช้า ๆ
“มาได้ไงมันสำคัญเท่ามีใครก็ไม่รู้มาแหกปากดูถูกเธอด้วยเหรอ? ว่าไง เธอบอกว่าใครชอบใครนะ...ยัยนี่ชอบแฟนเธอเหรอ?” เขาเดินมาหยุดยืนข้างฉันแล้วคุยกับน้องแพม แต่สีหน้าน้องเขาตอนนี้ก็ดูเสียอาการพอสมควร
“ตอบสิ พริกไทยชอบแฟนของเธอเหรอ?”
“ชะ... / ชอบแบบนี้เหรอ? เธอแม่ง...หักอกฉันแล้วมาชอบผู้ชายแบบนี้เหรอพริกไทย?”
