EP 17 : ถ้าโสดให้ลองออกจากบ้าน
“มีแต่คนรสนิยมแย่เหมือนเธอนั่นล่ะที่มองว่าไอ้ขี้เหร่มันหล่อ”
“ฮะ? ตรงไหนที่รสนิยมแย่คะเฮียดีแลน หมั่นไส้ที่เพื่อนพริกหล่อก็พูดมาเถอะ”
“ฮึ ๆ ๆ ทุกตรงนั่นล่ะ ถ้ารสนิยมเธอดีเธอไม่มีทางชอบมันหรอกในเมื่อคนที่หล่อกว่ามันอยู่ตรงหน้าเธอตลอดยัยลูกหมาหน้าโง่”
OoO
ไอ้...เฮียบ้า!
“ปริ๊นซ์...ปริ๊นซ์ล่วงหน้าไปแล้ว พริกเห็นเฮียได้นอนนิดเดียวเลยให้เพื่อนล่วงหน้าไปก่อน” ตอบคำถามที่เฮียอยากรู้ดีกว่า อย่าไปสนใจคำพูดกวนประสาทของเขาเลยพริกไทย เขาก็แค่พูดเอาสนุกแค่นั้นเขาไม่ได้คิดอะไรจริงจังหรอกเชื่อสิ -///-
อ้อ! เมื่อคืนคิดว่าคงไม่ได้ไปแล้วแต่ยังไม่ได้ส่งข้อความบอกปริ๊นซ์เพราะเตรียมจะใช้แผนท้องเสียกระทันหันตอนเช้าค่ะ เช้านี้เลยได้ส่งข้อความบอกเพื่อนสนิทบ้านข้าง ๆ ว่าให้ล่วงหน้าไปก่อนเลยเดี๋ยวตามไป ตอนแรกปริ๊นซ์จะรอแต่สุดท้ายก็ไม่รอเดินทางล่วงหน้าไปก่อนประมาณหนึ่งชั่วโมงแล้วล่ะ อาจจะเพราะยัยน้องแพมคนสวยไม่ยอมรอก็ได้ แต่ก็ดีแล้ว ไปใครไปมันนี่แหละเวลาจะแวะจะทำอะไรจะได้ไม่ต้องรอกัน ไม่ค่อยสนิทใจเท่าไหร่ด้วย
“ก็ดี ไม่อยากขับรถรอมัน”
“ค่า~ ถ้างั้นไปกันเลยนะคะ”
“อืม” เขาพยักหน้าตกลงแล้วขยับตัวเตรียมจะขึ้นรถ แต่เดี๋ยวก่อนนะ
“เดี๋ยวก่อนเฮีย”
“มีอะไร”
“เฮียมีเสื้อผ้าไปเที่ยวเหรอคะ ไหนเมื่อคืนเฮียบอกเพิ่งประชุมเสร็จ”
“อืม เตรียมมาแล้ว ไม่เตรียมแล้วตอนนี้จะใส่เสื้อผ้าชุดใหม่ได้ยังไงวะ สังเกตบ้าง”
“เอ้า! ใครจะไปรู้ล่ะ เผื่อเฮียมีชุดสำรองในรถไว้เลยเอามาใส่ไง”
“ไร้สาระ ตั้งใจจะพาไปแล้วจะไม่เตรียมเสื้อผ้ามาได้ยังไงวะยัยลูกหมา”
“คะ?”
“ขึ้นรถ”
“เฮียตั้งใจพา...” จะถามแต่ถามไม่จบเพราะคนที่ฉันจะถามขึ้นรถไปก่อนแล้ว ดีจริง ๆ
ว่าแต่ ตั้งใจจะพาไปแล้วจะไม่เตรียมเสื้อผ้ามาได้ยังไงวะยัยลูกหมา คำพูดประโยคนี้คืออะไร เฮียดีแลนเขา...ตั้งใจจะพาฉันไปเที่ยวรึไง -///-
ฮื้อ~ หัวใจแกเป็นอะไรพริกไทย ทำไมตั้งแต่แกล้งเป็นแฟนกันแกถึงใจสั่นให้เฮียดีแลนบ่อยขนาดนี้ มันเริ่มแปลก ๆ แล้วนะความรู้สึกแกเนี่ย เตือนตัวเองหน่อย จัดการความรู้สึกตัวเองซะก่อนที่มันจะควบคุมไม่ได้ เพราะดูจากสภาพและสารรูปแล้วเฮียเขาไม่มีทางคิดเกินเลยกับแกหรอก ยกเว้น...ตอนเมา
เหอะ!
-เวลาต่อมา-
“เราถึงแล้ว...โอเค”
ติ๊ด!
“มันว่าไง”
“เดี๋ยวเดินออกมาค่ะ”
“อืม” เขาพยักหน้ารับ ดับเครื่องยนต์รถแล้วมองสำรวจบ้านพักตรงหน้าที่เห็นแค่ด้านหลัง
“มีอะไรรึเปล่าคะเฮีย”
“เปล่า แค่ไม่คิดว่าไอ้ขี้เหร่ของเธอมันจะจองที่พักเล็กขนาดนี้”
“ก็มากันแค่สี่คนจะจองหลังใหญ่ให้เปลืองเงินทำไมล่ะคะ แล้วก็เลิกเรียกปริ๊นซ์ว่าไอ้ขี้เหร่ของพริกสักที เขามีแฟนของเขานะเฮีย”
“เหมือนที่เธอก็มีแฟนของเธอน่ะเหรอ”
“เหอะ! แฟนปลอม ๆ น่ะสิเฮีย”
“อยากมีแฟนจริง ๆ รึไง”
“ก็...มีก็ดีมั้ง ไม่รู้เหมือนกันไม่เคยมีแฟน”
“ฮึ ๆ ๆ ถ้างั้นก็ลองออกจากบ้านดู ได้ยินเขาพูดกันบ่อย ๆ ว่าถ้าโสดให้ลองออกจากบ้านไม่ใช่เหรอ”
“ก็ใช่มั้งคะ แต่นี่ก็ออกแล้วไงคะ” ความจริงก็ออกเกือบทุกวันไม่เห็นจะมีเลย เหอะ!
“ก็จริง ถ้างั้นก็ขอให้สมหวังแล้วกัน ขอให้มีคนโชคร้ายรับเธอเป็นแฟนเร็ว ๆ นี้นะยัยลูกหมา”
“ชิส์! อย่างเฮียนี่เขาเรียกว่าอวยพรแบบหวังดีประสงค์ร้ายชัด ๆ เลย” ฉันกรอกตามองบนส่วนเฮียดีแลนก็ยิ้มมุมปาก หัวเราะในลำคอเบา ๆ ด้วยนะ ดูขำได้ชั่วร้ายดีจังเลยแต่ฉันกับเฮียดีแลนไม่ได้คุยเรื่องไร้สาระอะไรกันต่อแล้วค่ะเพราะปริ๊นซ์เดินออกมาจากบ้านพักพร้อมกับน้องแพมคนสวยของเขาที่ฉันโคตรจะไม่อยากเจอ แต่ต้องเจอไงเพราะสถานการณ์กับศักดิ์ศรีมันค้ำคอ
“สวัสดีค่ะพี่ดีแลน ขับรถมาเหนื่อยไหมคะ” เดี๋ยวนะ? ทำไมทักเฮียคนเดียว แล้วทำไมต้องรีบทัก?
“ครับ ไม่เหนื่อยหรอก พอดีพี่มีคนคอยป้อนของกินตลอดทาง” ฮะ? ไปป้อนตอนไหน แล้วเฮียกินอะไร ตั้งแต่ขับรถมาเฮียกินข้าวไปหนางจานกับกาแฟดำแก้วเดียวเองเถอะ ขี้โม้ชะมัด
“แหม~ หวานจังเลยนะคะพี่ดีแลน” จ้า~ หวานก็ไม่แปลกหรอกถ้าคิดในมุมขอบคนเป็นแฟนกัน แต่เธออ่ะแปลก คุยกับผู้ชายที่เพิ่งเจอหน้ากันเป็นครั้งที่สองแถมแฟนเขากับแฟนเธอก็ยืนอยู่ตรงนี้ด้วยอาการสนิทสนมมีเป็นปีได้ยังไง
“ฮึ ๆ ๆ ขอโทษด้วยนะครับที่ปล่อยให้รอ”
“ไม่เป็นไรค่ะ แพมกับพี่ปริ๊นซ์ก็เพิ่งมาถึงไม่นานเหมือนกัน พอดีแวะคาเฟ่แถวนี้แล้วก็ไปหาซื้ออาหารสำหรับปาร์ตี้คืนนี้รอ ว่าแต่เมื่อคืนพี่พริกไทยกับพี่ดีแลนมัวทำอะไรอยู่ก็ไม่รู้เนอะพี่ปริ๊นซ์พี่ ๆ เขาถึงตื่นมาพร้อมเราสองคนไม่ไหว~” นี่จงใจแซวเรื่องสิบแปดบวกเหรอ? แล้วมองปริ๊นซ์ที่ไม่ได้มองตัวเองด้วยสายตามีเลศนัยแบบนี้คืออะไร เจตนาตอกย้ำว่าฉันกับเฮียได้เสียตามประสาแฟนกันจนเหนื่อยเลยตื่นไม่ไหวงั้นสิ ยัยนี่นี่มันสาระแนจริง ๆ
“ฮึ ๆ ๆ พอดียุ่ง ๆ กันนิดหน่อยครับเลยนอนดึกกันทั้งคู่”
“ยุ่งอะไรคะ อย่าบอกนะว่า~”
“เข้าไปข้างในกันดีกว่า” หน้าปริ๊นซ์ที่กำลังมองฉันพร้อมกับพูดเหมือนตัดบททำไมต้องทำหน้าดุด้วย ตัวเองมีเมียได้แล้วเพื่อนจะมีแฟนไม่ได้รึไง ไม่ใช่ผู้ปกครองซะหน่อยทำตัวเป็นพี่เติ้ลสองไปได้
“โอเคค่ะ เชิญค่ะพี่ดีแลนพี่พริกไทย รับรองว่าพี่ ๆ ต้องชอบที่พักที่แพมเลือกแน่นอนค่ะ” ^^ จ้ะ คงชอบแหละหน้าเธอดูเป็นมิจขนาดนี้ เหอะ ๆ ๆ
ฉันหันหลังเดินไปที่หลังรถตามเฮียดีแลน อ้อ! มีปริ๊นซ์กับยัยน้องแพมเดินมาด้วยนะคะ ปริ๊นซ์น่าจะเดินมาช่วยถือกระเป๋าแหละ พอเขาเปิดกระโปรงหลังรถฉันก็ขยับจะหยิบกระเป๋าของตัวเอง
“พริกไทยเรายก...” / หมับ~
เฮีย....
“ไม่ต้องมาวุ่นวายเลย เดี๋ยวเฮียจัดการ”
เฮีย...
เฮีย...
เฮี๊ย~
>///<
ก็รู้นะว่ามันเป็นฉากหนึ่งของการแสดงแต่ทำไมต้องเขิน แล้วทำไมเฮียต้องเล่นสมจริงขนาดนี้ การเอามือมาวางบนหัว โยกเบา พูดด้วยน้ำเสียงธรรมดาแต่ฟังแล้วอบอุ่นแถมยังยิ้มบาง ๆ แล้วก็มีสายตาที่ไม่กวนประสาทเหมือนที่ผ่านมาที่กำลังมองมา เฮียชักจะเล่นละครเก่งเกินไปแล้วนะเฮีย เฮียเล่นสมจริงจนพริกอินรู้สึกเหมือนตอนนี้มีแค่พริกกับเฮียพร้อมกับกล้องที่หมุนรอบตัวเราแล้วนะ -///-
“แต่...กระเป๋าพริกหนักนะเฮีย”
“ฮึ ๆ ๆ ไม่หนักเท่าตัวเราหรอก”
OoO
ไอ้...ไอ้บ้าเฮีย! >///<
แล้วนี่แกจะอินอะไรของแกพริกท้าย~ มันแค่การแสดง แค่บทแฟนที่ตบตาผู้ชายที่แกชอบกับแฟนของเขาที่ระแวงคิดว่าแกจะไปยุ่งกับแฟนของเขาแกเข้าใจไหมยัยลูกหมา!
“เดี๋ยวผมยกของเพื่อนผมเอง” กำลังอิน ๆ แต่ฟินไม่สุดเสียงของปริ๊นซ์ก็ดังขึ้นแถมยังขยับมาใกล้ฉันเพื่อเอากระเป๋าด้วย
“ไม่ต้องหรอก นี่มันของใช้ส่วนตัวแฟนฉัน ให้คนอื่นมายกให้มันจะดูไม่ดี ถึงนายจะไม่คิดอะไรเพราะเป็นเพื่อนกันมานานแต่ยังไงซะนายมีแฟนแล้วมันจะยิ่งดูไม่ดีนะน้องชาย” เฮียดีแลนบอกปริ๊นซ์ ฉันไม่ได้หลงตัวเองนะแต่ทำไมรู้สึกเหมือนจะมีการปะทะกันของผู้ชายสองคนเพราะฉันยังไงก็ไม่รู้ ไม่รู้สิคะ มันรู้สึกได้แปลก ๆ ต่อให้สองคนนี้จะไม่ได้มีใครรู้สึกพิเศษกับฉันเลยก็ตามเถอะ แหะ ๆ ๆ
ปริ๊นซ์ไม่ได้ตอบอะไร เฮียดีแลนก็ไม่ได้ปะทะสายตานานก่อนที่เฮียเขาจะขยับก้มไปหยิบกระเป๋าสัมภาระสองใบออกมาแล้วเราสี่คนก็เดินเข้าไปในบ้านพักที่ด้านหน้าเป็นชายหาดส่วนตัวด้วยกัน
บ้านหลังนี้สวยเลยล่ะค่ะ สวยมากด้วย ก็ต้องยอมรับว่ายัยน้องแพมรสนิยมดีเหมือนกันนะ แต่ก็คงรสนิยมดีล่ะไม่งั้นคงไม่เลือกปริ๊นซ์เป็นแฟนในเมื่อยัยนี่ฮอตจะตาย เข้ามาปีหนึ่งคนตามจีบเพียบไม่เอาใครสักคน เพิ่งจะมาตกลงคบกับปริ๊นซ์ตอนตัวเองขึ้นปีสองนี่เอง
บ้านเป็นลักษณะตัวยูค่ะ สองฝั่งเป็นห้องนอนตรงกลางฐานตัวยูเป็นห้องนั่งเล่นกับห้องครัว ส่วนตรงกลางด้านในตัวยูเป็นพื้นที่ปิ้งย่าง นั่งเล่น แล้วก็มีสระว่ายน้ำที่อยู่ด้านหน้ายาวกินพื้นที่ทั้งสองฝั่ง พื้นสระว่ายหน้าไปก็เป็นชายหาดเลย
...สวยชะมัด
“บ้านสวยไหมคะพี่พริกไทย”
“จ้ะ สวยมาก” ฉันไม่ได้อยากทะเลาะด้วยตลอดเวลาหรอกนะ ถึงจะหมั่นไส้กิริยาที่เคยทำไม่ดีกับฉันรวมถึงโพสด่าแต่พอคิดว่ายัยนี่เป็นแฟนของเพื่อนสนิทเลยไม่อยากทะเลาะจนแตกหัก สงสารปริ๊นซ์ บางทีจบทริปนี้ยัยนี่อาจจะไม่หาเรื่องหรือแม้แต่เลิกอคติกับฉันไปเลยก็ได้เพราะเห็นเต็มสองตาว่าฉันมีแฟนแล้ว
“ดีใจที่พี่พริกไทยชอบนะคะ ถ้างั้นเราแยกย้ายกันเอาของไปเก็บแล้วก็พักผ่อนก่อนดีกว่าไหมคะ เดินทางมาเหนื่อย ๆ กันทุกคนเลย”
“ก็ดีจ้ะ”
“ค่ะ ห้องพี่ดีแลนกับพี่พริกไทยอยู่ฝั่งนั้นนะคะ แพมกับพี่ปริ๊นซ์พักฝั่งนี้”
“ฮะ?” ฉันฟังจบก็อุทานออกมาเบา ๆ แต่เชื่อสิว่าเสียงเบาแต่หน้าฉันไม่เบา หมายถึงเหวอไม่เบานะคะ
ห้องพี่ดีแลนกับพี่พริกไทย
ห้องพี่ดีแลนกับพี่พริกไทยงั้นเหรอ? พูดแบบนี้เท่ากับแปลว่า...
“เป็นอะไรคะ ไม่ชอบห้องฝั่งนั้นเหรอ จริง ๆ ก็เหมือนกันทั้งสองห้องค่ะพี่พริกไทยแค่ฝั่งซ้ายฝั่งขวาเฉย ๆ”
“ปะ เปล่าจ้ะ ห้องนั้นก็ห้องนั้น แล้วนี่บ้านพักมีแค่สองห้องเหรอ”
“ค่ะ มากันสองคู่แพมเลยเลือกบ้านหลังนี้ ทำไมเหรอคะ”
“มะ ไม่มีอะไร ถ้างั้น...ปะ ไปห้องกันดีกว่าค่ะเฮียดีแลน” ฉันไม่อยากคุยกับยัยน้องแพมนาน ผู้หญิงมันเซ้นส์แรงนะคะ เดี๋ยวจับโป๊ะฉันได้ฉันเลยตัดสินใจหันไปลากแขนเฮียไปที่ห้องแทน
ซวย!
ซวยจริง ๆ ลืมไปเลยว่าสมัยนี้ส่วนใหญ่คนเป็นแฟนกันก็นอนห้องเดียวกันกันทั้งนั้น ซวย! ซ้วย!!!
กริ๊ก~
เสียงปิดประตูที่ดังตามหลังทำให้ฉันที่เดินนำเข้ามาในห้องก่อนหันไปหาเขาทันที
“เฮีย”
“อะไร”
“เฮียจะนอนไหนอ่ะ” ฉันถามแล้วมองห้องที่กว้างพอสมควร ถามแล้วชี้เตียงกับโซฟาเพื่อเป็นช้อยส์ให้เฮียเลือก
“เตียง”
“โห~ ไม่คิดเลยเหรอเฮีย” ตอบเร็วมาก ตอบแบบไม่ต้องคิดเลย
“ทำไมต้องคิดในเมื่อเตียงมีไว้นอน บ้านเธอมีไว้กองเสื้อผ้ารึไง”
OoO
ไอ้...เฮี๊ย!
พออยู่กันสองคนปากก็ดีเหมือนเดิมเลยนะ เข้าใจนะว่าเพอร์เฟค ชีวิตมีดีทุกอย่างแต่ไม่ต้องรวมถึงปากก็ได้มั้ง -_-!
“โอเค ถ้างั้นเฮียนอนเตียงไปเลยเดี๋ยวผู้หญิงตัวเล็ก ๆ อย่างพริกนอนโซ... / มานอนด้วยกัน”
