EP 13 : แฟน
“จะกินขนมอะไรไง”
“ก็...ยังไม่รู้เลยค่ะ ว่าจะเดินดูก่อนเผื่อมีอะไรให้กิน”
“ถ้างั้นไปกินขนมที่อื่น ข้างหน้าจอดลำบากโอเคไหม?”
“ก็... / หรือว่าอยากกินขนมข้างหน้าถ้างั้นเอารถไปจอดแล้วเดินไปด้วยกัน ยังไงก็ได้ตามใจเรา”
“...” เฮีย...
“พริกไทย ผู้ชายคนนี้คือคนเดียวกันกับที่ผับพี่เติ้ลไม่ใช่เหรอ แล้ว...เขาเป็นอะไรกับเธอทำไมต้องให้เขามารับด้วยพริกไทย”
“เป็น...” ฉันได้ยินคำถามของปริ๊นซ์นะคะ อ้าปากตอบออกมาหนึ่งวลีแล้วด้วยแต่ที่หยุดตอบเพราะสมองฉันกำลังคิดอีกอย่างต่างหาก
เขาเป็นอะไรไม่สำคัญหรอก ตอนนี้มันสำคัญที่เฮียดีแลนบางครั้งก็...น่ารักเหมือนกันเนอะ
“พริกไทย”
“ฮะ?” เหมือนจะลืมตอบคำถามของปริ๊นซ์ใช่ไหมคะ
“ตกลงว่ายังไง” คราวนี้หน้าปริ๊นซ์แสดงความไม่พอใจออกมาพอสมควรฉันเลยมองไปที่เฮียดีแลนที่ตอนนี้เขาก็กำลังมองฉันเหมือนกันแต่ฉันไม่รู้ว่าเขากำลังอยู่ในอารมณ์ไหนเพราะหน้าเขานิ่งมาก ต่อถ้าให้เดาก็น่าจะกำลังรำคาญแต่ข่มอารมณ์ไว้เพื่อช่วยแกล้งเป็นแฟนให้ฉันมากกว่า
“นี่เฮียดีแลน เพื่อนพี่เติ้ลน่ะปริ๊นซ์ เรา...เรากำลังคุยกันอยู่”
“ฮึ!” ฉันมองหน้าปริ๊นซ์เพราะกำลังคุยกับปริ๊นซ์อยู่แต่หูก็ได้ยินเสียงใครบางคนแค่นเสียงออกมาเลยหันไปมอง
“ไปรอที่รถนะเราจะได้คุยกับเพื่อน”
“เอ่อ ค่ะ” เสียงที่แค่นอกมาดูอารมณ์เสียนะแต่พอเขาพูดน้ำเสียงกลับเป็นอีกอย่างเลยงง ๆ แต่พอพูดจบเขาก็เดินกลับไปที่รถคราวนี้เลยได้โอกาสหันกลับมาหาปริ๊นซ์อีกครั้ง
“เราไปก่อน... / เธอคุยกับใครไม่เห็นเคยบอกมาก่อนเลยพริกไทย”
“ก็ตอนนั้นยังไม่แน่ใจอยากให้แน่ใจก่อนแล้วค่อยเปิดตัวทีเดียว”
“แล้วตอนนี้แน่ใจแล้วรึไงถึงให้เขามารับ”
“ก็...อื้ม แน่ใจแล้ว ไปก่อนนะปริ๊นซ์ไม่อยากให้พี่เขารอนาน” ฉันตัดบทแล้วเดินไปที่รถของเฮียดีแลนทันที ไม่อยากคุยเยอะที่สำคัญไม่อยากเห็นสายตาที่มองเหมือนต่อว่าผิดหวังจากปริ๊นซ์ด้วย
“ขอบคุณนะเฮียที่มาช่วย” ขึ้นมานั่งในรถเรียบร้อยฉันก็ไม่ลืมที่จะเอ่ยปากขอบคุณเขา
“คราวหลังถ้าไม่กล้าบอกมันว่ามีแฟนก็ไม่ต้องขอร้องให้ทำอีก” โห~ แสดงว่ารำคาญแน่นอนน้ำเสียงถึงหงุดหงิดขนาดนี้ ก็ว่าอยู่ว่าตอนที่ได้ยินเขาแค่นเสียงมันฟังดูอารมณ์ไม่ดีมาก ๆ แต่ก็ยังดีนะที่เขาแสดงละครให้ต่อ
“เฮีย เฮียคิดดูนะเพิ่งโดนแฟนเขาด่ามาแค่สองสามวันก็มีแฟนเลยมันจะเนียนไหมล่ะ ปริ๊นซ์กับพริกสนิทกันมากนะ ไม่มีทางที่ปริ๊นซ์จะเชื่อว่าพริกมีแฟนปุบปับหรอก”
“ช่างหัวมันสิ มันไม่เชื่อแต่แฟนเธอยืนหัวโด่อยู่ตรงนี้แล้วใครจะทำอะไรได้”
“ก็...ก็จริงเนอะ” เถียงไม่ออก เฮียฉลาดเกินไป แหะ ๆ ๆ
“คราวหลังถ้าไม่กล้าบอกมันว่าเป็นแฟนจะทิ้งแม่งให้โดนเมียมันด่าต่อ”
“แหะ ๆ ๆ ขอโทษค่ะ”
“จะกินอะไร”
“คะ?”
“จะกินอะไร”
“ไม่กินหรอกเฮีย เดี๋ยวพริกจะกลับบ้านแล้วเฮียส่งบีทีเอสข้างหน้าเลย”
“เดี๋ยวไปส่ง”
“ไปส่งทำไมมันไกล ไม่เป็นไร”
“...” เขาไม่พูดอะไรนอกจากฟังแล้วขับรถช้า ๆ เพราะยังอยู่ในเขตรั้วของมหาวิทยาลัยแต่พอขับออกมาถึงถนนข้างหน้าเฮียดีแลนก็ขับปาดไปเลนขวาสุดทันที
“เฮีย มาเลนนี้มันจะออกซ้ายไม่ทันนะ”
“นั่งเงียบ ๆ ทำหน้าตาเหมือนลูกหมาโง่ ๆ ก็พอถ้าจะพูดอะไรไร้สาระ”
“ตกลงว่าเฮียจะไปส่ง?”
“...” เขาไม่ตอบแต่หันมามองด้วยความรำคาญ
“โอเคค่ะ เชิญขับรถได้ตามสบายเลยค่ะ” ฉันยิ้มหวานไปให้หนึ่งกรุบก่อนที่จะโดนด่า พอได้คำตอบที่ไม่ทำให้หงุดหงิดเขาก็หันไปขับรถต่อ
“เฮีย” ก่อนที่บรรยาศในรถจะเกิดความเงียบฉันก็เป็นผู้ทำลายความเงียบซะเอง
“อืม”
“แล้วมาได้ไงอ่ะคะ”
“มาทำธุระ”
“ที่นี่อ่ะนะ?” ได้ยินคำตอบแล้วนะแต่บอกตรง ๆ ว่าไม่อยากจะเชื่อ
คือแบบนี้นะคะพริกไทยคนสวยรวยเสน่ห์ไม่ได้อยากเข้าข้างตัวเองแต่จังหวะมันโบ๊ะบ๊ะเกินไปมุ้ย เอ้ย! มั้ยตกลงแกล้งเป็นแฟนกันปุ๊บเฮียก็บังเอิญขับรถมาเจอฉันตอนโดนเพื่อนสนิทที่ฉันคิดไม่ซื่อเดินตามขอคุยปรับความเข้าใจแล้วตัวเองก็เล่นบทพระเอกเข้ามาช่วยลากนางเอกอย่างฉันออกมาจากเพื่อนสนิทที่ฉันคิดไม่ซื่อในฐานะแฟนปลอม ๆ ทั้งที่ร้อยวันพันปีไม่เคยเจอกันโดยบังเอิญเลยนี่นะ?
แต่เดี๋ยวก่อนพริกแกงอันที่จริงจะบอกว่าไม่เคยเจอกันโดยบังเอิญเลยก็ไม่ได้นี่เนอะเพราะสองวันก่อนเพิ่งเจอกันที่วัด แหะ ๆ ๆ แต่ก็นั่นแหละแต่ที่นี่วันนี้มันบังเอิญเกินไป ความเป็นไปได้แทบไม่มี ไม่มีจริง ๆ นะนอกซะจากว่า...อย่านะ
อย่าบอกนะว่าเฮีย...คิดอะไรกับฉัน?
บะ...บ้า! ไม่จริงหรอก จะมาคิดอะไรล่ะ เขาก็แค่บังเอิญผ่านมาเจอ แค่บังเอิญผ่านมา...นี่แกเชื่อลงว่าการเจอกันในครั้งนี้เป็นแค่เรื่องบังเอิญจริง ๆ เหรอพริกไทย?
ไม่ ไม่มีทางเชื่อลงหรอก
“เป็นอะไร?”
“คะ?”
“เป็นอะไร จ้องหน้าทำไม” เขาถามแถมยังมองฉันสายตาดุนิดหน่อยทำเอาฉันทำหน้าไม่ถูกเพราะเพิ่งรู้ตัวเหมือนกันว่าเผลอจ้องหน้าเฮียดีแลนอยู่
“ก็...สงสัยเฉย ๆ บังเอิญเกินไปหน่อยมั้งเฮีย” ก็ไม่ได้อยากพูดมากหรือทำตัวมั่นหน้ามั่นโหนกเข้าข้างตัวเองนะแต่มันอดไม่ได้จริง ๆ สุดท้ายก็อยากรู้ว่าความจริงของการพบเจอกันเมื่อกี้มันคืออะไรกันแน่
“ฮึ ๆ ๆ ทำไม คิดว่าฉันแอบมาดักรอเธอรึไงยัยลูกหมา” อยู่ ๆ เขาก็หัวเราะแถมน้ำเสียงยังดูอารมณ์ดีผิดจากเมื่อกี้ลิบลับ
“ก็...ใครจะไปรู้ล่ะ เผื่อเฮียทำแบบนั้นจริง ๆ พริกก็สวยนะว่าไม่ได้” ฉันแกล้งจีบปากจีบคอไปด้วยเพื่อกลบเกลื่อนการพูดความจริงในสิ่งที่ตัวเองคิดไม่ให้ดูจริงจังเกินไป
“หลงตัวเอง”
“ฮะ? แล้วตกลงว่ายังไงอ่ะเฮีย มาธุระเหรอคะ”
“ไม่รู้...คิดสิ”
“...” ทะ ทำไมต้องมองด้วยสายตาแบบนี้ล่ะ มัน...
“คิดดี ๆ คนอย่างฉัน...จะมาดักรอลูกหมาจอแบนอย่างเธอลงเหรอ?”
“...เหอะ!” ฉันมองเขาด้วยความอึ้ง ปากคอเราะร้ายมากก่อนที่สุดท้ายจะแค่นเสียงแล้วกรอกตามองบน ก็ดีค่ะที่ไม่ได้มาดักรอ แต่ขอเหอะต่อไปช่วยแกล้งแค่คำพูดไม่ต้องแกล้งถึงขั้นใช้สายตาด้วยได้ไหมล่ะมัน...แปลก ๆ ยังไงก็ไม่รู้
-วันต่อมา-
“ไงคะ”
“ไงจ้ะ” ไม่คิดว่าจะเจอคนเดินมาดักหน้าแต่ไม่ได้กลัวนะ...กูรุ่นพี่มึง ทักมาทักกลับ ยิ้มมายิ้มกลับ และสาบานว่าต่อไปนี้ด่ามาด่า หรือถ้าแน่จริงก็ตบมาเลย...เดี๋ยวถีบกลับแน่นอน
“เห็นพี่ปริ๊นซ์บอกว่าพี่พริกมีคนคุย” ไม่คิดว่าปริ๊นซ์จะบอกแฟนเร็วขนาดนี้ แต่คิดอีกทีถ้าจะบอกเร็วก็ไม่แปลกเพราะการบอกมันอาจจะทำให้เขากับแฟนหยุดมีปัญหากันเรื่องนี้ก็ได้ไง
“พี่ไม่รู้จะเรียกคนคุยได้ไหมเรียกแฟนดีกว่า”
“แฟน?” ทางนั้นทวนคำสั้น ๆ เลยค่ะ แต่ก็ทำหน้าเหมือนไม่อยากเชื่อแล้วจ้องฉันด้วยสายตายียวนน่าตบมาก ซึ่งฉันอยากจะตอบโต้นะแต่อยู่ ๆ คำพูดประโยคหนึ่งของเฮียดีแลนก็ผุดขึ้นมาในหัว
“ช่างหัวมันสิ มันไม่เชื่อแต่แฟนเธอยืนหัวโด่อยู่ตรงนี้แล้วใครจะทำอะไรได้”
คำพูดของเฮียดีแลนเตือนสติให้ฉันไม่ต่อปากต่อคำให้มันดูไร้สาระ นอกจากยืนสบตาเพื่อรอให้อีกฝ่ายพูดเอง
“ไม่อยากจะเชื่อเลยเนอะว่าพอโดนสงสัยปุ๊บจะมีแฟนปั๊บเลย บังเอิญดีจัง~” ลากเสียงยาวได้น่าหมั่นไส้จนอยากหยิกกี เอ้ย! หยิกปากต่างหาก นั่นล่ะ ตั้งใจทำตัวน่าหมั่นไส้ยั่วฉันชัด ๆ ฉันเลยกรอกตามองบนแสดงออกให้รู้ไปเลยว่ากำลังรำคาญ
“อืม”
“ถ้างั้นชวนแฟนไปเที่ยวด้วยกันสิคะพี่สาว อาทิตย์หน้าปิดเทอมแล้วแพมกับพี่ปริ๊นซ์จะไปเที่ยวทะเลพอดี ชวนไปให้ได้นะเพราะถ้าไปไม่ได้ความคิดที่พี่พริกชอบ ผัวแพม มันไม่มีทางหายไปหรอก ดูออก...ไม่ได้โง่”
“แพม อย่าให้มันเกินไป”
“เกินไป? ไม่หรอกไม่เกินไปเลย ถ้าบริสุทธิ์ใจก็ไปเที่ยวด้วยกัน เอาแฟนไปด้วยล่ะ เอาไปยืนยันหน่อยว่าไม่ได้ชอบผัวชาวบ้าน”
