EP 10 : เลี้ยง
“หม่าม๊าเฮียน่ารักเวอร์” ไม่เหมือนเฮีย แอบต่อในใจเพราะไม่กล้าพูดออกไป แฮะ ๆ ๆ
“อย่าไปสนิทมาก ยัยป้านั่นนิสัยไม่ดี”
“มีใครนิสัยไม่ดีกว่าเฮียอีกอ่ะ” พริกไทยพูดจบปุ๊บเฮียดีแลนก็หันมาช้า ๆ แล้วมองจิกตาขวางเลย
“...อย่ากวนตีน”
“แฮะ ๆ ๆ ส่งข้างหน้าก็ได้เฮียเดี๋ยวนั่งบีทีเอสกลับ” ฉันยิ้มแห้งชี้มือไปที่สถานีรถไฟฟ้าข้างหน้า อ้อ! ออกมาจากวัดแล้วค่ะ ไปกินข้าวเป็นเพื่อนเฮียอย่างที่บอกนั่นล่ะแต่เพิ่มเติมคือมีหม่าม๊าของเฮียกับคุณป้าแม่บ้านไปด้วย กินอาหารจีนร้านใกล้ ๆ วัดอร่อยมาก~ ที่สำคัญหม่าม๊าก็น่ารักมาก~ อุ๊ย! ที่เรียกหม่าม๊าไม่เรียกว่าคุณป้าไม่ได้แปลว่ามีอะไรในกอไผ่กอกล้วยหรอกนะคะพอดีหม่าม๊าเขาเห็นว่าเป็นน้องพี่เติ้ลเลยบอกให้เรียกหม่าม๊าเลย ท่านไม่ชอบให้ใครเรียกคุณป้ามันดูแก ฮ่า ๆ ๆ น่ารักชะมัด พอกินข้าวเสร็จฉันก็คิดว่าจะแยกกันที่ร้านเลยที่ไหนได้หม่าม๊าดันบอกให้เฮียไปส่งฉันเพราะหม่าม๊าจะอยู่คุยกับหลวงพ่อแล้วคณะกรรมการวัดต่อแล้วเดียวจะให้คนรถที่บ้านมารับเอง นี่ก็ปฏิเสธไปแล้วนะแต่ท่านไม่ยอมเลยต้องสมยอม เอ้ย! จำยอมมากับเฮียไง แต่ออกมาได้ไม่ไกลหรอกเดี๋ยวจะขอแยกแล้ว แค่ออกมากับเฮียตามมารยาทไม่อยากให้เสียน้ำใจผู้ใหญ่ อีกอย่างเฮียดีแลนเองก็คงไม่ได้อยากไปส่งฉัน บ้านฉันอยู่ไกลจะตาย
“จะไปไหนต่อ”
“กลับบ้านไปนอนสิเฮีย”
“แล้วจะให้ส่งบีทีเอสทำไม”
“ก็เกรงใจเฮียไม่... / หนวกหู”
“อะไรนะ?”
“หนวกหู” อ้อ เบรก ไม่ให้พูด ไม่ให้ขัดคำสั่ง สรุปจะไปส่ง โอเคดีล
ปิดดีลแบบดาร์ก ๆ สไตล์เฮียดีแลนพริกไทยคนสวยที่มั่นใจว่าหน้าตาไม่ได้โง่อย่างที่เฮียยัดเยียดแน่นอนเลยหุบปากแล้วเล่นโทรศัพท์เงียบ ๆ ปล่อยให้พ่อรูปหล่อขับรถของเขาไปเถอะ
PAM Rattikan
หน้าด้าน ไม่มีปัญญาหาผัว
Chotika และ 89 คนถูกใจ
Chotika คนนั้น?
.........PAM Rattikan จะมีใคร
.........Chotika หน้าด้าน
.........PAM Rattikan ว่าไม่ได้เขาเพื่อนสนิท (คิดไม่ซื่อ)
.........Chotika อุ๊ย! ทายไม่ถูกเรียกโง่เลยนะ
.........BEAM เม้าท์ฉ่ำ
.........Chotika ไม่สู้คนที่ควงผัวชาวบ้านฉ่ำแล้วเอาคำว่าเพื่อนมาอ้าง
.........BEAM ก็ได้แค่นั้นป้ะ ทำได้แค่แอบ ไม่มีปัญญาหาผัวตัวจริง หรือไม่มีใครเอา
.........PAM Ratikan อาจจะมีแต่ไม่เอา รอเอาผัวชาวบ้าน
“...” นี่ฉันเพิ่งไปทำบุญมาจริง ๆ เหรอทำไมออกจากวัดเสร็จถึงต้องมาพบเจอโพสและคอมเม้นท์อะไรที่มันเฮงซวยขนาดนี้
เออฉันผิด ผิดที่ฉันแอบชอบเพื่อนสนิทของตัวเอง แต่ฉันก็ไม่เคยมีเรื่องชู้สาวกันเลยสักครั้ง แล้วก็ยอมรับว่าผิดที่ยังทำตัวเหมือนเดิมกับปริ๊นซ์ไม่ต่างจากตอนที่ปริ๊นซ์ยังไม่มีแฟน ฉันเคยถามแล้วว่าปริ๊นซ์จะมีปัญหากับแฟนไหม ช่วงแรกที่เขาคบกันฉันถามหลายต่อหลายครั้งปริ๊นซ์ก็บอกว่าไม่มีปัญหา เขาจะไม่มีทางมีแฟนแล้วทิ้งเพื่อนที่คบกันมาตั้งแต่ยังไม่เข้าอนุบาลอย่างฉันเด็ดขาด เขาจะคุยกับแฟนเขาให้เข้าใจ เขาคบกันมาเกือบปีฉันไม่เคยเห็นเขามีปัญหากันเลยชะล่าใจเองคิดว่าน้องเขาโอเค ไม่คิดอะไรมาก เพราะหลายครั้งเราก็ไปไหนกันสามคน ฉันผิดจริงที่ไม่เว้นระยะห่างจากที่เคยเป็นแต่เราควรประจานกันแบบนี้เหรอ? สาบานสิว่าจะไม่มีใครรู้เลยว่ากำลังหมายถึงฉัน แถมเพื่อนของน้องเขายังเข้ามาคอมเม้นท์อย่างกับเกลียดฉันกันทั้งกลุ่ม
มัน...เกินไปรึเปล่า?
ติ๊ง!
Prince : อยู่ไหน ไปหาที่บ้านไม่เจอ
เออดี เพิ่งเห็นโพสจากแฟนนายให้รู้สึกแย่นายก็ทักมาเลยเนอะปริ๊นซ์
Phrik-thai : เราออกมาข้างนอก มีอะไรรึเปล่า
Prince : ว่าจะชวนไปกินข้าว
ชวนไปกินข้าวเหรอ? อย่าบอกนะว่ายังไม่เห็นโพสของแฟนตัวเอง โพสมาสองชั่วโมงแล้วนะ เป็นไปไม่ได้หรอกที่จะไม่เห็น ต่อให้ไม่เข้าไปเล่นแต่ทางนั้นเล่นโพสขนาดนี้จะไม่มีใครทักถามเลยรึไงว่าแฟนนายโพสแบบนี้เพราะอะไร กับฉันคงไม่มีใครกล้าหรอกแต่กับปริ๊นซ์ฉันคิดว่ายังไงก็ต้องมี
Phrik-thai : อย่าเลย
ฉันส่งข้อความไปสั้น ๆ และมั่นใจว่าปริ๊นซ์ต้องเข้าใจในสิ่งที่ฉันต้องการสื่อ
Prince : เราจะให้น้องไปขอโทษ
เห็นไหมล่ะ บอกแล้วว่าปริ๊นซ์ต้องเข้าใจ ที่มาชวนไปกินข้าวเพราะอยากคุยกับฉันเรื่องที่แฟนตัวเองโพสนี่ล่ะ
Phrik-thai : ไม่ต้องหรอกปริ๊นซ์ ต่างคนต่างอยู่ก็พอ
Prince : พริกไทย เราไม่อยากให้ทะเลาะกัน
Phrik-thai : เราก็ไม่ได้ทะเลาะนะปริ๊นซ์ แค่ต่างคนต่างอยู่ดีกว่า เราเข้าใจน้องนะ แต่เราก็อยากให้เข้าใจเราด้วย เรากับปริ๊นซ์ไม่เคยเกินเลย แต่ถ้าน้องไม่เชื่อใจเราว่าการถอยแล้วต่างคนต่างอยู่มันคือทางแก้ที่ดีที่สุด
Prince : แล้วเราต้องเลิกคบกันงั้นเหรอ?
Phrik-thai : ไม่หรอก เรายังเป็นเพื่อนกัน แค่เว้นระยะห่างของการเป็นเพื่อนดีกว่า
Prince : เราจะคุยกับแพมเองพริกไทย
Phrik-thai : เอาตามนี้ปริ๊นซ์
Phrik-thai : แค่นี้นะอยู่บนรถจ้องจอแล้วเวียนหัว
ฉันวางโทรศัพท์ลงบนตัก ปิดแจ้งเตือนด้วย
“เฮีย”
“ว่า”
“หิวชาเขียว เฮียแวะให้หน่อยได้ไหม”
“อยากกินร้านไหนล่ะ”
“อะไรก็ได้เฮีย ข้างทางก็ได้”
“จะกินก็กินร้านที่อยากกิน”
“ไม่รู้อ่ะ พริกแค่อยากกินชาเขียวแก้เครียด”
“เครียดอะไร” ฉันไม่รู้หรอกว่าเขาทำหน้ายังไง ฉันแค่บ่น ๆ ให้ฟังตาก็มองข้างทาง
“ไม่มีไรค่ะ มีเรื่องเข้าใจผิดกับเพื่อนนิดหน่อย”
“...”
“เฮีย แวะปั๊มข้างหน้าให้หน่อย เฮียจะกินไรเดี๋ยวเลี้ยง”
“จะเลี้ยง?”
“อื้อ แบรนด์นี้ไม่แพงพริกเลี้ยงเฮียได้สบายมาก เฮียกินไรอ่ะ”
“อะไรก็ได้”
“ไม่เอาคำนี้สิเฮีย อะไรก็ได้นี่ยากมากนะ ปกติเฮียดื่มอะไรอ่ะ”
“เหล้า”
“เฮ้อ~” กรอกตามองบนแบบไม่เกรงใจทันทีทันใดทันใจไปเลยค่ะ
“ฮึ ๆ ๆ อเมริกาโน่” เสียงหัวเราะเบา ๆ แล้วตอบมาทำให้ฉันหันไปมอง เขาดูอารมณ์ดีแล้วเนอะ หล่อจัง เฮียนี่หล่อมากจริง ๆ นะ เสียดายติดอยู่นิดเดียวตรงที่...นิสัยเสียมากไปหน่อย แหะ ๆ ๆ
รถเลี้ยวเข้าปั๊มน้ำมันแล้วค่ะ พอเฮียเขาเลี้ยวรถเข้าช่องจอดฉันก็เตรียมพร้อมลงไปซื้อเครื่องดื่ม เกรงใจนะคะแต่ก็ต้องการชาเขียวมาเยียวยาหัวใจเช่นกัน
“รอแป๊บเดียวนะเฮีย”
“ลงไปด้วยกันนี่ล่ะ”
“เฮียจะลงเหรอ”
“อืม” เขาพยักหน้ารับแล้วลงจากรถไปก่อนฉันซะอีก ลงปุ๊บก็เดินช้า ๆ นำหน้าฉันไปที่ร้านกาแฟ พอเข้ามาในร้านเขาก็หยุดรอมห้ฉันเป็นคนส่งเอง
“สวัสดีค่ะ ลูกค้ารับเครื่องดื่มอะไรดีคะ” พี่แคชเชียร์ยิ้มหวานให้ฉัน...ใช่ไหมนะ ทำไมเหมือนสายตามองข้ามหัวฉันไปยังไงก็ไม่รู้
“เอาอเมริกา... / อเมริกาโน่หนึ่งกับกรีนทีลาเต้หวานน้อยหนึ่งครับ” เสียงหล่อ ๆ ดังข้ามหัวฉันมาฉันเลยเงยหน้าไปข้างหลัง ใช่ค่ะฉันเงยหน้าไปข้างหลังเพื่อมองคนที่พูดข้ามหัวฉันไม่ใช่การหันไปแน่นอน พอเงยหน้าไปก็เห็นคางคนข้างหลัง พอเห็นคางปลายคางก็ขยับเหมือนก้มลงมาแล้วฉันก็ได้เห็นจมูกโด่งกับสายตา...
แป๊ะ!
“โอ้ย~ เฮียจะตีทำไม” อยู่ดี ๆ ก็ตีหน้าผาก ตีแรงด้วยนะ แรงอยากกับยกตีนมาถีบ
“ทำดี ๆ”
“ชิส์!” ฉันจิ๊ปากใส่เขาแล้วกลับมามองพี่พนักงานที่กำลังยืนยิ้มแต่ทำไมเหมือนยิ้มผิดหวัง เอ๋? นี่อย่าบอกนะว่ามองเห็นภาพแฟนหยอกกันเลยผิดหวังที่เห็นคนหล่อมีแฟนแล้ว จะบ้า~
“เท่าไหร่คะ” เฮียแกสั่งให้แล้วฉันก็จ่ายสิคะ
“คุณลูกค้ารับเครื่องดื่มเป็นอซ์อเมริกาโน่หนึ่งแก้วกับไอซ์กรีนทีลาเต้หวานน้อยหนึ่งแก้วนะคะ ทั้งหมดหนึ่งร้อยยี่สิบบาทค่ะ”
“ค่ะ สแกนจ่ายนะคะ” ฉันบอกแล้วรอคิวอาร์โค้ด พอคิวอาร์โค้ดขึ้นปุ๊บพริกแกงคนสวยรวยเสน่ห์แต่ไม่รวยทรัพย์ก็ยื่นโทรศัพท์ไปข้างหน้าแต่ทันใดนั้นวินาทีต่อมาก็มีอะไรหนัก ๆ วางที่ไหล่พร้อมกับมือใหญ่ที่วาดมือมาข้างหน้าพร้อมกับโทรศัพท์ที่ถูกยื่นไปซ้อนโทรศัพท์ฉันไว้
“...”
“เรียบร้อยครับ” โอเคค่ะ เฮียยื่นมือไปซ้อนมือฉันและเอาโทรศัพท์ตัวเองบังโทรศัพท์ฉันที่กำลังจะสแกนแล้วก็สแกนจ่ายเอง ส่วนพริกก็อึ้งพี่พนักงานก็อึ้ง
“เอ่อ...สักครู่นะคะ” เห็นไหม พี่พนักงานทั้งอึ้งทั้งเขินทั้งทำอะไรไม่ถูกเลยแต่ฉันมีสติมากกว่าเลยขยับตัวให้แขนเขาที่วางบนไหล่หลุดไปแล้วหันหน้าไปหา
“พริกบอกว่าจะเลี้ยงเฮียไง”
“เก็บเงินไว้ซื้อครีมทาหน้าเถอะ”
OoO
ไอ้...เฮี๊ย!!!
เสียงเอื่อย ๆ พูดจบลงเขาก็เดินไปนั่งตรงบาร์หน้าตาเฉยฉันเลยเดินมาจิกนี่ไง หมั่นไส้
“เฮียปากดีมากรู้ไหม”
“หวานด้วย ลองไหม?”
“อี๋~ เก็บมุขเสี่ยวไปเล่นกับผู้หญิงไป กับน้องกับนุ่งเล่นมาได้” ฉันว่าพร้อมกับเบ้ปากใส่
“แต่ยังไงก็ขอบคุณนะเฮียที่เลี้ยงอีกแล้ว”
“ขอบคุณทำไมเรื่องแค่นี้เอง ตัวเท่าหมา...เลี้ยงไหว”
