บท
ตั้งค่า

Chapter10. มีพิรุธ

ตอนที่ 10. มีพิรุธ

หลายนาทีต่อมา

“ปะแคลร์ ขึ้นรถกันเถอะ” เสียงหวานของนาวาดังขึ้น ขณะที่แคลร์ยืนอยู่อยู่บริเวณหน้าบ้านกับลูคัส

“เอ่อ คือ....”

“เรากลับกับไอ้วินสองคนนะ เดี๋ยวพี่ไปส่งแคลร์เอง” ลูคัสชิงตอบกลับ ทำเอาแคลร์ที่กำลังจะอ้าปากหันไปมอง

”หื้อ?“ นาวาก็เช่นกัน เธอหันมามองหน้าแคลร์ด้วยสีหน้างุนงง ก่อนหน้านีแคลร์ยังบอกว่าจะกลับกับเธออยู่เลย แต่ทำไม

นาวินที่เดินตามหลังเข้ามาก็ได้ยินทุกประโยคไม่ต่างกัน นั่นยิ่งทำให้เขารู้สึกสงสัยในการกระทำของลูคัส ที่ดูจะสนใจเเคลร์มากเป็นพิเศษเหลือเกิน หลังจากเอาสัมภาระข้าวของ ยัดใส่เข้าไปหลังรถเรียบร้อย นาวินจึงไม่รอช้าที่จะเดินเข้ามาสมทบกับทั้งสามที่กำลังยืนคุยกันอยู่

“แล้วไอ้ธีล่ะ มันไม่ได้จะกลับกับมึงเหรอ“

ลูคัสหันไปมองนาวินเจ้าของคำถาม ก่อนจะถามกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

”ไอ้ธีโอกลับกับแอนดริว“

”ถ้างั้น....เราไปกันเลยไหม เดี๋ยวรถติด“ ลูคัสตอบกลับเพื่อนสั้นๆ ก่อนจะหันไปถามแคลร์ที่ยืนอยู่ข้างตัวเอง

”ค่ะ“

”ไปก่อนนะนาวา พี่วิน ไว้เจอกันค่ะ“

”อื้อ เดินทางปลอดภัยนะทั้งสองคน“

นาวาโบกมือให้แคลร์ ก่อนจะยืนมองทั้งสองคนเดินขึ้นรถและขับรถออกไปเป็นคันแรก เนื่องจากคนที่เหลือกำลังทยอยเก็บของและเดินออกมาขึ้นรถทีหลัง

”พี่วินจะมองตามอะไรขนาดนั้นอะ“ นาวาเอ่ยถามพี่ชาย หลังจากสังเกตุเห็นสายตาของนาวินที่มองไปยังรถของลูคัสด้วยความสงสัยอะไรบางอย่าง

”นี่เราไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอ“ นาวินถามน้องสาว ทำไมเขาถึงได้รู้สึกว่าลูคัสดูสนใจในตัวของแคลร์มากกว่าปกติ ตั้งแต่เมื่อคืนนี้แล้ว ที่เขาเห็นมันยิ้ม

”ไม่นะ พี่คัสก็เป็นคนดีกับทุกคนแบบนี้ตลอดปะ“ ในขณะที่นาวาไม่ได้คิดมากอะไร

ปกตินาวินนั้นมักจะชอบเทคแคร์ผู้คนรอบตัวแบบอ่อนโยนแบบนั้นอยู่แล้ว นาวาจึงมองว่ามันไม่ใช่เรื่องแปลก

“อ้าว รถไอ้คัสหายไปไหนวะ กูบอกให้รอลงมาพร้อมกัน มันก็ไม่รอ” ธีโอที่เดินเข้ามาใหม่พร้อมกับกระเป๋าเสื้อผ้า สอดสายตามองหารถของลูคัสที่ดูเหมือนตอนนี้จะไม่ได้อยู่บริเวณนี้แล้วด้วยความแปลกใจ

“มันไปแล้ว” นาวินเอ่ย

“ฮะ? ไปไหน?” ธีโอถามกลับอย่างไม่รู้เรื่องราว แน่นอนว่าลูคัสไม่ได้บอกอะไรเขาเอาไว้ก่อน

“กลับกรุงเทพแล้ว กับแคลร์”

“ว้อท!? มันทิ้งกูงั้นเหรอไอ้นี่! ตอนมาก็มาด้วยกัน แต่ตอนกลับทิ้งกูเฉยเลยว่ะ” ธีโออุทานออกมาด้วยความงุนงงสุดขีด เขาเองก็รู้สึกแปลกไม่ต่างกัน ตั้งแต่เมื่อวาน ลูคัสก็ดูเปลี่ยนไป

จังหวะนั้นธีโอกับนาวินที่เริ่มได้กลิ่นแปลกๆในอะไรบางอย่างหันไปมองหน้ากันอัตโนมัติ ทั้งสองเข้าใจกันโดยไม่ต้องพูดอะไรออกมาทั้งนั้น

แบบนี้มัน....ชัดเจน

“มึงว่าใช่อย่างที่เราคิดไหมวะ?” ธีโอถามนาวิน

“คงงั้น ถ้างั้นมันจะบอกให้มึงกลับกับไอ้แอนดริวเหรอ“ นาวินยักไหล่ ตอนนี้พวกเขามั่นใจแล้วว่าลูคัสมีความรู้สึกบางอย่างกับแคลร์

”shit! ไอ้เวรนี่แม่ง เห็นหน้าอ่อนๆ ที่แท้ก็ร้ายลึก“

”เหอะ! เดี๋ยวก็หนีกูไปมีเมียอีกละสิ!“

นาวินส่ายหัวให้กับคำบ่นสารพัดของธีโอที่ดูจะหัวเสียมาเป็นพิเศษ แต่ถึงแบบนั้นเขาก็ไม่ได้อยากยุ่งเกี่ยวอะไร ถ้าหากลูคัสจะชอบแคลร์ก็ย่อมได้ เพราะสองคนนั้น ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกันทางสายเลือดอยู่แล้ว

หนึ่งชั่วโมงต่อมา

“เราหิวไหม แวะทานข้าวก่อนได้นะ”

“มีธุระไปไหนต่อหรือเปล่า” เสียงทุ้มเอ่ยถามขึ้นมา หลังจากการขับรถผ่านมาได้สักระยะหนึ่ง แต่เขายังอยากใช้เวลานี้อยู่กับเธอให้ได้มากที่สุด

“คะ แคลร์ว่างค่ะ ถ้าพี่ลูคัสหิว เราแวะทานข้าวก่อนก็ได้นะ เดี๋ยวแคลร์ทานเป็นเพื่อน” หญิงสาวตอบกลับอย่างใจดี

แค่เขาอาสาขับรถไปส่งเธอถึงคอนโด เท่านั้นแคลร์ก็รู้สึกเกรงใจมากแล้ว เพราะฉนั้นแค่แวะทานข้าวแค่นี้ เธอรอได้

“โอเค งั้นพี่เลือกร้านเลยนะ เราอยากทานอาหารไทยหรืออาหารฝรั่งล่ะ” ปากหนาเอ่ยถาม สายตาพลางสอดส่องมองหาร้านอาหารข้างทางไปด้วย

“แคลร์ชอบอาหารไทยค่ะ แต่เสียดายที่ทานเผ็ดไม่ค่อยเก่ง” แคลร์ยิ้มแห้งๆตอบกลับ สมัยเด็กน้ามารีน่ามักจะชอบทำอาหารไทยอยู่บ่อยๆ เธอมักจะได้ชิมและหลงรักรสชาติกลมกล่อมพวกนั้นเข้าให้

ทำให้ตอนนี้พอได้ย้ายมาอยู่เมืองไทย จึงไม่ต่างอะไรจากสวรรค์ที่สามารถทานอาหารอร่อยๆได้ทุกมื้อ

“งั้นพี่เลือกร้านนี้นะ น่าจะมีทั้งอาหารไทยอาหารยุโรป” ว่าจบลูคัสก็หักรถเลี้ยวไปจอดร้านอาหารร้านใหญ่ร้านหนึ่งที่มีป้ายตั้งเอาไว้ด้านหน้า

“ค่ะ”

ใช้เวลาไม่นานทั้งสองคนก็พากันเข้าไปนั่ง ก่อนจะเริ่มต้นสั่งอาหาร โดยแคลร์ยืนยันว่าเธออยากทานอาหารไทย ลูคัสจึงจัดการสั่งอาหารที่ตัวเองคิดว่าหญิงสาวน่าจะชอบมาสามสี่อย่าง

“ขอแบบไม่เผ็ดนะครับ”

“ได้ครับ รออาหารสักครู่นะครับ” เสียงพนักงานเอ่ยบอกก่อนจะเดินออกไป

“ขอบคุณนะคะที่สั่งอาหารไม่เผ็ดให้แคลร์” แคลร์ยิ้มตอบ เธอรับรู้ได้ถึงความใส่ใจของลูคัสที่มีต่อตัวเองจริงๆ

เขา....ใจดีแบบนี้กับทุกคนหรือเปล่านะ

“หึ ขอบคุณทำไมกัน พี่ก็ทานเผ็ดไม่เก่ง”

“จริงเหรอคะ? แต่พี่เป็นคนไทย” หญิงสาวทำตาโตเอ่ยถามอย่างแปลกใจ

“เราคิดว่าคนไทยทานเผ็ดเก่งทุกคนงั้นสิ หึ ไม่จริงหรอกนะ”

“ฮะฮ่า จริงด้วย ก่อนหน้านี้แคลร์คิดแบบนั้นจริงๆนะ” ทั้งสองนั่งหัวเราะกันคิกคัก

เเคลร์รู้สึกเริ่มชอบเวลาที่ได้อยู่กับลูคัสมากขึ้น นอกจากเขาจะดูแลเธอดี ลูคัสยังมีมุมตลกและสามารถทำให้เธอหัวเราะได้อีกด้วย

“พี่ขอถามอะไรหน่อยได้ไหม” จู่ๆร่างสูงก็ปรับเสียงกลับกลายมาเข้าโหมดจริงจังอัตโนมัติ หญิงสาวจึงหุบยิ้ม

“ค่ะ“

”เรา....มีแฟนหรือยัง?“

”....คะ?“ หญิงสาวชะงักสีหน้าไปเล็กน้อย เมื่อได้ยินคำถามนั้น ก่อนจะเริ่มหลบตาร่างสูงที่กำลังจ้องมายังเธออย่างต้องการฟังคำตอบ

ทะ...ทำไมพี่เขาถึงถามล่ะ?

ความรู้สึกประหม่าปะทะเข้ามาอีกครั้ง แคลร์ไม่รู้ว่าตัวเองควรรู้สึกยังไง เธอไม่อยากคิดไปเองว่าลูคัสจะชอบ.....เธอ แม้ว่ามันจะมีหลายอย่างบ่งชี้ไปในทำนองนั้นก็ตาม

”ไม่เป็นไรนะ ถ้าเราไม่สะดวกใจที่จะตอบ พี่เข้าใจ” เมือเห็นว่าหญิงสาวดูลำบากใจ ลูคัสจึงเอ่ยตัดบท

เขาคงจะรุกแรงไป เธออาจไม่ชอบ เขาไม่อยากทำให้ตัวเองเสียคะแนน

“เอ่อ แคลร์ยังไม่มีแฟนค่ะ”

“งั้นเหรอ” พอได้ยินคำตอบเขาจึงเผลอยิ้มออกมา

ซึ่งนั่นยิ่งทำให้แคลร์งงไปกันใหญ่ แต่งงได้ไม่นาน เครื่องดื่มกลับถูกยกมาเสิร์ฟ ทำให้บทสนทนานั้นขาดตอนไปโดยปริยาย

ปึก~

”ชามะนาวกับน้ำส้มครับ“

”ขอบคุณค่ะ“

เมื่อได้ยินคำตอบที่ตัวเองต้องการ ลูคัสก็ได้แต่นั่งยิ้มกริ่มอยู่ในใจ เขาไม่ได้ถามอะไรเพิ่มเติมออกมาอีก ทำได้แค่ตักอาหารใส่จานให้คนตัวเล็ก พร้อมกับดูแลเธอเป็นอย่างดี ราวกับว่าเขาตีตราเอาไว้แล้วว่าถึงอย่างไร....เขาก็จะต้องทำให้แคลร์กลายมาเป็นของตัวเองให้ได้

เกิดมาทั้งชีวิต....ลูคัสไม่เคยอยากได้อะไรเท่านี้มาก่อนเลย

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel