Chapter08. รอเวลานี้มานาน
Chapter 08. รอเวลานี้มานานแล้ว
เสียงแคลร์พูดกับครอบครัวเป็นภาษาอังกฤษ
"แด๊ด~ คิดถึงสิคะ“ เสียงหวานลอยไปตามลม
ทำให้ลูคัสที่เดินตามหลังมาหยุดชะงักเล็กน้อย หลังจากได้ยินว่าเธอกำลังพูดกับใครอยู่ แคลร์กำลังโทรศัพท์คุยกับพ่อของเธอสินะ ได้ยินเช่นนั้น ร่างสูงจึงตัดสินใจยืนรออยู่ข้างหลังอย่างเงียบๆ
“ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ แคลร์ดูแลตัวเองดีมากๆ”
“พี่เคย์เดนกับพี่ครูซก็ช่วยกันดูแลแคลร์ค่ะ“
”ตอนนี้แคลร์มาเที่ยวทะเลกับเพื่อนๆของพี่เคย์เดนค่ะแม่ แต่ห้ามบอกแด๊ดนะคะ“
”แคลร์ไม่อยากให้แด๊ดเป็นห่วงมากเกินไป“
ร่างสูงยืนรออยู่หลายนาที กว่าหญิงสาวจะคุยกับครอบครัวเสร็จ เขาไม่ได้มีเจตนาจะยืนแอบฟัง แต่ด้วยความที่เป็นห่วงเธอถึงได้ตามมาเฝ้าแบบนี้ บริเวณนี้มันทั้งมืด ทั้งดูอันตราย จะให้เขาสบายใจได้ยังไง
ไม่กี่นาทีหลังจากนั้น หญิงสาวก็วางสาย ในขณะที่เธอกำลังเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าอยู่นั้น ลูคัสก็ไม่รอช้าที่จะตัดสินใจเดินเข้าไปหาเธอใกล้ๆ
“มายืนทำอะไรตรงนี้คนเดียว”
“อ๊ะ....พี่ลูคัส?” แคลร์ตกใจ หันมามองตามเสียง เมื่อเห็นว่าเป็นใคร เธอจึงผ่อนอาการหัวใจสั่นไหวลงไป
“ขอโทษนะ พี่ทำให้ตกใจเหรอ”
“เอ่อ นะนิดหน่อยค่ะ แคลร์แค่มายืนสูดอากาศน่ะ” เสียงเล็กตอบกลับ ตอนนั้นเธอเริ่มรู้สึกมึนหัวนิดๆเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ แต่พอเดินออกมา บิดาดันโทรเข้ามาเสียก่อน จึงรีบรับสาย
อาการมึนหัวก่อนหน้าจึงหายไปทันตา ลูคัสเมื่อลองสังเกตุดูใบหน้าขาวเนียนดีๆแล้ว กลับพบว่าคนตัวเล็กมีอาการแก้มแดงฉ่า นั้นทำให้เขาเริ่มคิดว่าเธออาจจะเมาเล็กน้อย
“เราเมาเหรอ” เขาถามต่อ
“แหะๆ นิดหน่อยค่า สบายมาก“
”....เอ่อ“
”แล้วพี่“
จู่ๆสถานการณ์ก็เกิดอึดอัดขึ้นมากระทันหัน เหตุเพราะหญิงสาวทำตัวไม่ถูก พอเริ่มโดนลูคัสจ้องมองมาอย่างตรงๆแบบนี้ สายตาของเขาทำให้เธอประหม่า ในแบบที่ไม่เคยรู้สึกกับผู้ขายคนไหนมาก่อนในชีวิต มันเหมือนกับว่า.....เขามีบางอย่างอยากพูดกับเธอ
“พี่มีบางอย่างจะบอกเรา”
ไม่ทันที่เธอจะได้อ้าปากพูดอะไรออกไปมากกว่านั้น ลูคัสที่คิดว่าตอนนี้มันเป็นเวลาที่ดีที่สุดที่เขาควรจะพูดอะไรออกอย่างออกไป ก็ชิงตัดหน้าโพล่งออกไปเสียก่อน ทำเอาหญิงสาวหยุดชะงัก จ้องหน้าเขาอย่างรอฟังอย่างตั้งใจว่าอีกคนจะพูดอะไรต่อไป
“สร้อยคอที่เราใส่อยู่....ความจริงแล้วพี่เป็นคนให้เราเอง”
“......”
แคลร์หยุดชะงักไปชั่วขณะ หัวใจของเธอเต้นช้าลงเล็กน้อยทันทีที่ได้ยินแบบนั้น นั่นคือคำพูดที่หญิงสาวไม่ได้คาดหวัง ก่อนหน้านี้เธอแอบอยากรู้ว่าใครคือเจ้าของที่แท้จริงที่เคยให้สร้อยเส้นนี้กับเธอ แต่พอได้ยินมันชัดๆเต็มสองรูหู แคลร์กลับไปไม่เป็น แม้ตอนนั้นเธอจะจำอะไรไม่ได้ แต่ทว่าสร้อยเส้นนี้กลับมีความหมายกับเธอมาก มันทำให้แคลร์รักประเทศไทยและอยากอาศัยอยู่ที่นี่ และความสวยของมันทำให้หญิงสาวหวงแหนและเก็บรักษามันเอาไว้ราวกับเป็นของล้ำค่ามาโดยตลอด
“จะจริงเหรอ....พี่เป็นคนหทำสร้อยเส้นนี้ให้แคลร์จริงๆเหรอ!?“ หลังจากได้สติหญิงสาวก็เอ่ยถามออกมาด้วยความตื่นเต้น
เธอไม่คิดว่าลูคัสจะจำได้ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็เชื่อว่าเขาไม่ได้โกหกแน่
”อื้ม ใช่“
”เรา....จำไม่ได้เหรอ“ ร่างสูงถามกลับ
ซึ่งหญิงสาวก็ส่ายหน้าตอบ มือเล็กเอื้อมไปจับสร้อยคอของตัวเองเอาไว้แน่นอย่างพยายามนึก
”ไม่เลย ตอนนั้นแคลร์ยังเด็กมาก“ อันที่จริงเธอเด็กกว่าเขาแค่หนึ่งปี แต่ร่างสูงกลับจำได้ทุกอย่าง
อาจเป็นเพราะเขาตั้งใจที่จะทำมันให้เธอมากๆ
”ไม่คิดว่าแคลร์จะชอบขนาดนี้ ตอนนั้นพี่ตั้งใจจะมอบมันให้เป็นของขวัญวันเกิดของแม่พี่น่ะ“
”แต่พอได้เห็นเด็กสาวผมทองหน้าตาจิ้มลิ้มเดินเข้ามาที่เกาะ พี่ก็รู้สึกว่าสร้อยเส้นนี้มันเหมาะกับแคลร์มากจริงๆ“
ตึกตัก ตึกตัก
ประโยคอันตรงแสนตรง บวกกับน้ำเสียงอบอุ่น แววตาหวานซึ้งนั้น ทำเอาสาวยุโรปอย่างแคลร์นิ่งงันไปเลย หัวใจของเธอกลับมาเต้นแรง เสียจนแคลร์ได้ยินเสียงของมัน ก่อนแก้มแดงของเธอจะยิ่งเห่อร้อน แต่เหตุผลมันกลับไม่ใช่เพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์อีกต่อไปแล้ว
“พี่ดีใจที่แคลร์ชอบ“
”ขะขอบคุณมากเลยนะคะที่พี่....มอบสร้อยเส้นนี้ให้แคลร์”
แคลร์เอ่ยออกไปอย่างจริงใจ ก่อนหน้านี้เธอเข้าใจผิด คิดว่าเคย์เดนเป็นคนให้สร้อยเส้นนี้มาโดยตลอด แต่พอได้รู้ความจริงแบบนี้แล้ว มันทำให้เธอมองลูคัสแตกต่างออกไปเล็กน้อย
“หึ ไม่เป็นไรเลย”
“หนาวเหรอ” ลูคัสเอ่ยถามต่อทันที ที่เห็นว่าคนตัวเล็กเริ่มยกมือขึ้นมาลูบแขน เนื่องจากบริเวณชายหาดตอนนี้ ลมเริ่มแรงขึ้นมากเพราะมันยิ่งดึก
“นิดหน่อยค่ะ แต่แคลร์ชอบทะเล ลมแค่นี้ทำอะไรแคลร์ไม่ได้หรอก” เธอตอบกลับด้วยรอยยิ้ม ไม่รู้ทำไมทุกครั้งที่ได้คุยกับลูคัส เธอถึงได้รู้สึกสบายใจแปลกๆ
ราวกับรู้จักและคุ้นเคยกับเขามานานแสนนาน ทั้งๆที่ในความเป็นจริง เธอกับเขาเคยเจอกันแค่ไม่กี่ครั้งในชีวิต แถมตอนนั้นก็ยังเด็กมากๆอยู่ด้วย
“งั้นก็แปลว่าเราชอบเกาะอันดาราด้วยงั้นสิ”
ทันทีที่ได้ยินชื่อของเกาะอันดารา แคลร์ก็ทำแววตาลุกวาวขึ้นมาอัตโนมัติ ความน่ารักของเธอทำให้ลูคัสเผยยิ้มออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ นี่คือสิ่งที่เขาอยากเห็นในชีวิตจริงมาโดยตลอด รอยยิ้ม แววตาอันแสนน่ารักของแคลร์ มันยิ่งกระตุ้นให้เขาอยากพุ่งตัวเข้าไปหาเธอ แต่ทว่า....เขาก็ไม่อยากทำให้คนตัวเล็กตกใจ
ทางที่ดีๆค่อยๆเข้าหาเธอทีละนิดน่าจะดีกว่า
“ชะใช่ค่ะ! แคลร์ชอบเกาะอันดารามาก! อยากกลับไปที่นั่นอีกมากๆเลย!” เสียงหวานตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นดีใจ
ทันทีที่พูดถึงที่นั่นหญิงสาวก็มีความฝันหลายอย่างที่อยากทำ
