Chapter07. สายตามันหลอกกันไม่ได้
Chapter 07. สายตามันหลอกกันไม่ได้
“สร้อยคอเรา สวยดีนะ ซื้อมาจากไหนเหรอ“
ลูคัสไม่รู้เลย ว่าทำไมปากเขาถึงเอ่ยถามแบบนั้นออกไป อาจเพราะลึกๆเขาอยากรู้ว่าแคลร์นั้นจะยังสามารถจำอะไรเกี่ยวกับเขาได้อยู่หรือเปล่า เพราะดูจากสายตาที่เธอมองเขามาในตอนนี้ ลูคัสก็พอจะเข้าใจได้ว่าเธอคงจำเขาไม่ได้.....
คนโดนถาม ได้ยินแบบนั้นก็ชะงักไปอีกครั้ง ดวงตากลมโตเหลือบไปมองสร้อยคอที่ตัวเองสวมใส่อยู่เล็กน้อยก่อนจะเอื้อมมือไปลูบมันเบาๆ แวบแรกแคลร์แอบคิดว่าอาจจะเป็นลูคัสก็ได้ที่เป็นคนมอบสร้อยนี้ให้กับเธอ แต่พอได้ยินเขาถามมาแบบนั้น หญิงสาวจึงมั่นใจว่าไม่ใช่เขา
“ไม่ได้ซื้อค่ะ มีคนให้มา“ หญิงสาวตอบเสียงเบา
ลูคัสได้ยินแบบนั้นก็เริ่มมีหวัง หรือความจริงแล้วเธออาจจะจำเขาได้? แต่ทำไม
“แต่แคลร์จำไม่ได้ว่าใครเป็นคนให้มาค่ะ ตอนนั้นมันนานมากๆ” เธอพูดต่อ ทำให้ลูคัสเข้าใจแจ่มแจ้งทุกอย่าง
แคลร์จำเรื่องในตอนเด็กไม่ได้เลยสินะ
”แต่พี่.....“
”ไอ้คัส!“
”อยู่นี่นี่เอง ปล่อยให้กูเดินตามหาตั้งนาน มึงมาทำอะไรอยู่ตรงนี้วะ“
”อะอ้าว น้องแคลร์“
“ขอโทษทีครับ พอดีเมื่อกี้พี่มองไม่เห็น”
ธีโอที่พอเห็นว่าลูคัสไม่ได้อยู่คนเดียวก็รีบกล่าวขอโทษ หลังจากที่เขาเข้าไปหานาวินได้หลายนาที ก็เกิดอาการคิดถึงเพื่อนสนิทอย่าวลูคัสขึ้นมา ธีโอจึงตัดสินใจเดินออกมาตามหาลูคัสอีกครั้ง โดยหารู้ไม่ว่าตัวเองนั้นกำลังเข้ามาขัดจังหวะ ทำตัวเป็นก้าวขวางคอแผนของเพื่อนรักอยู่
“มะไม่เป็นไรค่ะ”
“ขอบคุณนะคะที่ถ่ายรูปให้แคลร์” หญิงสาวเมื่อเห็นว่าเพื่อนของร่างสูงเดิยเข้ามาตาม จึงเอื้อมมือไปขอโทรศัพท์ของตัวเองคืนมา พร้อมกับเอ่ยขอบคุณเขาออกไป
”ไม่เป็นไรครับ” ลูคัสตอบกลับ พร้อมกับยื่นโทรศัพท์เธอคืนไปให้
ในใจรู้สึกเสียดายและไม่เข้าใจธีโอเล็กน้อย มันจะมาตามหาเขาตอนนี้ทำไม.....เขาเกือบจะได้โอกาสคุยเปิดใจกับคนตรงหน้าอยู่แล้ว
ใบหน้าสวยสไตล์สาวยุโรปส่งยิ้มให้ทั้งสองเล็กน้อย ก่อนจะเดินจากไป ปล่อยให้ชายหนุ่มทั้งสองได้ยืนพูดคุยกันตามที่ต้องการโดยปราศจากเธอ
“เชี้ย~ มึงเห็นรอยยิ้มเมื่อกี้ปะ กูจีบน้องไอ้เคย์ดีไหมวะ“
ปึก!
”อ๊ะ! ไอ้! มึงกระแทกไหล่มาทำไมวะ!“
ธีโอร้องขึ้นมาทันที หลังจากพูดประโยคนั้นออกไป ลูคัสก็จัดการกระแทกไหล่ของตัวเองเข้าไปที่อกของเพื่อนอย่างแรง เหตุผลก็เพราะเขาไม่ได้ชอบคำนั้นที่ธีโอพูดออกมาเท่าไหร่ หรือเรียกได้ว่าโคตรจะไม่เห็นด้วยอย่างแรง
“โทษที ไม่ได้ตั้งใจ” ร่างสูงตอบกลับหน้าตาย ในใจรู้สึกร้อนรุ่มอย่างไรบอกไม่ถูก หากธีโอคิดจะทำอย่างนั้นจริงๆ
“เออ ช่างเหอะ กลับไปที่บ้านพักกันดีกว่า กูสั่งไอ้นาวินจัดการเหล้ารอละ”
ธีโอเลือกที่จะปัดความสนใจทุกอย่าง แล้วลากลูคัสกลับเข้าไปยังบ้านพัก โดยหารู้ไม่ว่าสายตาของเพื่อนตัวเอง มันกำลังมองไปแค่ที่เดียว นั่นก็คือที่ชายหาดอีกฝั่งที่แคลร์กำลังเดินไป
ถ้าไม่โดนขัดจังหวะ....เขาคงมีโอกาสได้คุยกับเธอมากกว่านี้
ตกเย็น
ปาร์ตี้เล็กๆถูกจัดขึ้นอย่างสนุกสนานและอบอุ่น หลังจากทานอาหารเสร็จ ซาร่าที่เป็นหัวหน้าแก๊งค์ของสาวๆก็เริ่มเป็นตัวตั้งตัวตีจัดทำค็อกเทลให้น้องๆดื่ม ซึ่งแคลร์ที่ดูเหมือนจะดื่มหมดไปสองสามแก้วก็เริ่มยิ้มหวาน นานแค่ไหนแล้วนะที่เธอไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์แบบนี้
“แคลร์ไหวหรือเปล่า” เสียงของยู่ยี่เอ่ยถาม เธอเป็นเพื่อนสนิทของนาวาที่พ่วงตำแหน่งแฟนของเคย์เดน ว่าแต่ตอนนี้นาวาหายไปจากโต๊ะตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้
“อื้อ เราไหวนะ^^ ยู่ยี่ม่ายต้องเป็นหวง”
“ฮ่าๆ เป็นห่วงจ้ะแคลร์ เป็นห่วง ไม่ใช่เป็นหวง” ซาร่าที่เพิ่งเดินกลับเข้ามาพร้อมขวดวอเก้าขวดใหม่เอ่ยหัวเราะอย่างเอ็นดู
แคลร์ตอนนี้แววตาหวานฉ่ำเต็มระบบ แก้มสีขาวนวลแดงขึ้นเล็กน้อยหลังจากโดนพิษเหล้าเล่นงาน แต่เธอไม่ได้เมา.....แค่มึนๆเท่านั้น สติยังครบถ้วนอยู่
“อ้าว แล้วนี่นาวาหายไปไหนล่ะ? พี่แค่ไปหยิบเหล้าแปปเดียวเอง” ซาร่าหันไปถามยู่ยี่
“เอ่อ ไม่รู้เหมือนกันค่ะ”
ในขณะที่สามสามกำลังนั่งคุยกันอยู่นั้น มีสายตาของใครคนหนึ่งจับจ้องมาที่กลุ่มของพวกเธอตลอดเวลา แต่แคลร์กลับไม่ได้สนใจเลย เพราะตอนนี้หญิงสาวกำลังสนุกมากๆ การได้มาเที่ยวครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่หญิงสาวได้มาเปิดหูเปิดตาจริงๆ โดยปราศจากพ่อแม่คอยเป็นห่วง
ครืด~ ครืด~
จู่ๆเสียงโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงตัวบางของหญิงสาวก็ดังขึ้น คนที่มีอาการกรึ่มๆอยู่ตั้งแต่แรกจึงรีบหยิบขึ้นมาดูก่อนจะเห็นว่าเป็นบิดาของตัวเองที่โทรเข้ามา
“เดี๋ยวเเคลร์มานะ” เธอเอ่ยบอกซาร่ากับยู่ยี่ก่อนจะลุกขึ้นเดินออกไป
อีกด้าน
“มึงมองอะไรนักหนาวะ!” ธีโออดไม่ได้ที่จะบ่นออกมา
วันนี้ลูคัสเอาแต่นั่งแน่นิ่ง เหล้าเบียร์ไม่ขยับลดลงเลยสักนิด ด้วยความสงสัยที่ทนไม่ไหว ธีโอจึงหันไปมองตามสายตาคมแกร่งคู่นั้น ก่อนที่เขาจะชะงักไป เมื่อเห็นว่าลูคัสกำลังมองไปที่แคลร์อย่างไม่วางตา
นี่มันนั่งมองน้องไอ้เคย์เดนมาตลอดเลยงั้นเหรอ....
”มึงมองแคลร์ทำไมวะ“
”......“ ใบหน้าหล่อของลูคัสชะงักไปเล็กน้อย เมื่อได้ยินคำถาม
ก่อนหน้านี้เขาไม่ได้สนใจด้วยซ้ำว่าธีโอคุยอะไรกับตัวเอง รู้ตัวอีกทีเขาก็กำลังโดนเพื่อนสนิทจับผิดเสียแล้ว
”อะไร“ ปากหนาเอ่ยถามออกไปหน้าตาย พยายามไม่แสดงพิรุธอะไรออกไป แต่ดูเหมือนคราวนี้จะไม่รอดพ้นสายตาของธีโอเหมือนคราวก่อน
“นี่อย่าบอกกูนะว่า.....“ นิ้วชี้ของธีโอชี้ไปที่หน้าลูคัส
ร่างสูงเห็นแบบนั้นก็รีบลุกขึ้นจากเก้าอี้ ก่อนจะตั้งท่าเดินหนีออกไป อันที่จริงเขาไม่ได้จะเดินหนี เขาเห็นแคลร์กำลังจะเดินไปที่มืดๆคนเดียวต่างหาก เขาเป็นห่วง จึงอยากจะตามไปดูเธอสักหน่อย
พรึ่บ!
”อะอ้าวเฮ้ยไอ้นี่!“
”อาการนี้ หึ! จะมีเมียรายถัดไปชัวร์!“ ธีโอบ่นตามหลังเมื่อเห็นลูคัสกำลังเดินไปหาแคลร์ ดูมันสิดูมัน คิดจะปิดบังเขาที่ไหน
”มึงบ่นอะไรของมึงคนเดียววะไอ้ธี“ เคย์เดนที่เห็นธีโอนั่งบ่นงึมงัมอยู่คนเดียวหันมาถามด้วยความสงสัย
“หึ บ่นเพื่อนมึงน่ะสิ!”
“โน้นๆ วิ่งไปหาน้องแคลร์ของมึงแล้ว ระวังตัวไว้เถอะ! ระวังจะได้เพื่อนเป็นน้องเขยอีกคน” ธีโอพยักหน้าให้เคย์เดนหันไปดูลูคัสที่เดินตามแคลร์ออกไป
“พูดเพ้อเจ้ออะไรของมึง ไอ้คัสมันก็ดูแลผู้หญิงทุกคนดีแบบนี้แหละ ไร้สาระ” เคย์เดนย่นคิ้วตอบกลับอย่างไม่เชื่อ
เพราะเขามั่นใจว่าถ้าลูคัสชอบแคลร์จริงๆมันจะต้องบอกเขาเป็นคนแรก
“อ้าวไอ้เวรนี่ เดี๋ยวคอยดูเถอะ สองคนนั้นจะได้กันจริงๆ” ธีโอยังคงกล่าวยืนยัน แม้เขาจะไม่มีแฟนอย่างเพื่อนคนอื่นๆ แต่ร่างสูงมั่นใจว่าเขามองสายตาที่ลูคัสมีให้แคลร์ไม่ผิดไปแน่!
