Chapter06. รู้สึกประหม่า
Chapter 06. รู้สึกประหม่า
หลายนาทีต่อมา
@บริเวณชายหาด
”เหอะ ไอ้พวกมีแฟนเอ้ย เห็นแล้วหมั่นไว้ว่ะ“
เสียงของธีโอที่ดังขึ้นมาทำให้ลูคัสหันไปมอง พวกเขามองเห็นเหล่าเพื่อนๆกำลังพากันไปยืนดูแฟนสาวที่กำลังโพสต์รูปถ่ายบิกินี่กันอยู่อย่างมีความสุข แม้น้ำเสียงของธีโอที่ดังขึ้นมาแซะเคย์เดน มอแกนที่ยืนอยู่ตรงนั้นก็ตาม แต่สายตาของลูคัสกลับกำลังมองไปอีกฝั่ง
แคลร์....
เขาเห็นซ่าร่ากำลังถ่ายรูปให้เธอเล็กน้อย ก่อนที่มอแกนจะเดินเข้าไป แคลร์จึงสลับมาถ่ายรูปคู่ให้สองคนนั้น ก่อนที่หญิงสาวจะเลือกเดินออกไปไกลยังชายหาดข้างๆ เพราะอยากปล่อยให้ซาร่ากับมอแกนยืนสวีทกันสองคน โดยไม่มีตัวเองเป็นก้างขวางคอ
“อ้าว เฮ้ย ไอ้คัส มึงจะไปไหนวะ” เสียงของธีโอดังขึ้นอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าลูคัสกำลังจะก้าวไปข้างหน้า
“เดินเล่น” ปากหนาตอบกลับสั้นๆ เขาไม่ได้หันไปมองหน้าธีโอด้วยซ้ำ แววตามัวแต่จับจ้องไปยังร่างเล็กที่เริ่มเดินออกไปไกลเรื่อยๆ
“อะไรของมึงวะ เออ! กูไปหาไอ้วินก็ได้!“ เมื่อเห็นว่าตอนนี้ไม่มีใครสนใจมาที่ตัวเอง ธีโอจึงตัดสินใจเดินกลับเข้าไปในบ้านพักตากอากาศที่มีนาวินกำลังนั่งทำงานอยู่ในนั้น
อีกด้าน
“สะสวยจัง” ปากเล็กเอ่ยชมสิ่งที่เห็นตรงหน้าออกมา
ภาพวิวทะเลสีฟ้าครามกับดวงอาทิตย์ดวงใหญ่ที่ค่อยๆลับขอบฟ้าลงไปทำให้หญิงสาวคลี่ยิ้มออกมา ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดกล้องถ่ายรูป บันทึกภาพนั้นเอาไว้ หวังส่งไปให้พ่อกับแม่ที่อยู่อีกฟากโลกได้ดูความสวยงามของมันเช่นกัน
“ให้พี่ถ่ายรูปให้ไหม......”
“อ๊ะ!”
คนตัวเล็กสะดุ้งเล็กน้อย เมื่อจู่ๆเสียงของลูคัสก็ดังขึ้น ทำให้แคลร์หันไปมอง ก่อนจะชะงักไปเมื่อเห็นว่าเป็นเขา จู่ๆความรู้สึกประหม่ามันก็ปะทะเข้ามาในสมองของเธออีกครั้งอย่างห้ามไม่อยู่
“เอ่อ ชะช่วยถ่ายรูปให้แคลร์หน่อยได้ไหมคะ”
แต่ถึงแบบนั้นหญิงสาวก็พยายามสลัดความรู้สึกแปลกๆพวกนั้นออกไป ก่อนจะค่อยๆยื่นโทรศัพท์ไปให้เขา แคลร์อยากเก็บทุกความทรงจำเอาไว้ให้ได้มากที่สุด ตอนนี้เธอโตเป็นสาวและกำลังใช้ชีวิตที่มีความสุขของตัวเองกับสถานที่ที่ตัวเองรัก เพราะฉนั้น....การถ่ายรูปตัวเองเอสไว้เยอะๆก็ถือเป็นการเก็บความทรงจำในรูปแบบหนึ่ง
“ได้สิ”
มือหนาเอื้อมไปรับโทรศัพท์ของคนตัวเล็กเข้ามาไว้ในมือ ในใจเขารู้สึกดีใจและตื่นเต้นมากกว่าอะไรทั้งหมดในชีวิต แต่ลูคัสก็ไม่ได้แสดงความรู้สึกอะไรออกมามากมาย ภายนอกของเขาดูนิ่ง จนแคลร์ไม่ได้เอะใจอะไรเลย เพราะสำหรับลูคัส เขาไม่ใช่สายรุกแรงอะไรอยู่แล้ว เขาคือผู้ชายอบอุ่นคนหนึ่งที่ซ่อนความอดทนมากมายเอาไว้ภายใน
ถ้าไม่งั้นหัวใจของเขาจะยังมั่นคงกับคนตรงหน้ามาถึงป่านนี้หรือไง.....
“ยิ้มนะ“
”หนึ่ง สอง สาม“
แม้ตอนแรกจะรู้สึกประหม่าหรือเขินอายอยู่บ้าง แต่พอได้ลองสัมผัสพูดคุยกับลูคัสจริงๆ แคลร์กลับรับรู้ได้ถึงความรู้สึกปลอดภัย หญิงสาวจึงกล้าที่จะยิ้มและหัวเราะ ยอมให้เขาถ่ายรูปให้ตนเองต่อไป จนเผลอลืมความรู้สึกประหม่าก่อนหน้าไปเสียหมด
แช๊ะ~ แช๊ะ~
จู่ๆมือแกร่งก็ลดโทรศัพท์ลง เขาขมวดคิ้วมองเธอเล็กน้อย ทำเอาแคลร์เริ่มสงสัย ชะงักการโพสต์ท่าไปด้วยเหมือนกัน
”มีอะไรเหรอคะ?“
“เอ่อ เปล่าหรอก”
“แต่พี่ว่าถ้าเราถอดเสื้อคลุมออก มันน่าจะสวยกว่านะ”
ไม่รู้อะไรดลใจทำให้เขาเอ่ยปากพูดออกไปแบบนั้น คนที่ได้ยินก็เริ่มเขินหน้าแดงลามไปถึงหู เธออุส่าห์ลืมไปแล้วเชียวว่าตอนนี้ตัวเองกำลังใส่ชุดบิกินี่ยืนถ่ายรูปอยู่ต่อหน้าผู้ชาย พอโดนลูคัสทักออกมาตรงๆแบบนั้น แคลร์ก็เริ่มรู้สึกเขินอายขึ้นมาอีกครั้งอย่างห้ามไม่อยู่
“คือ.....ถ้าเราไม่อยากถอดก็ไม่เป็นไร“
”พี่แค่เห็นว่าเราใส่ชุดสวยมาทั้งที ก็ควรจะได้รูปดีๆสวยๆเอาไว้ไปโพสต์ไม่ใช่เหรอ เหมือนนาวานั่นไง“
โชคดีที่ลูกคัสนั้นรู้วิธีพูดดึงความสนใจของผู้หญิง เขาพยักหน้าไปทางนาวาที่กำลังยืนโพสต์ท่าอยู่ไกลๆโดยมียู่ยี่กำลังยืนถ่ายภาพให้อย่างเมามัน หวังให้แคลร์ผ่อนคลายมากขึ้น ซึ่งดูเหมือนมันจะได้ผล พอแคลร์เห็นว่าทุกคนใส่ชุดบิกินี่แบบเปิดเผยกันปกติ หญิงสาวขี้อายจึงค่อยๆเอื้อมมือไปถอดเสื้อคลุมสีขาวตัวโคล่งของตัวเองออกไป
“......”
คราวนี้กลับเป็นลูคัสเองที่กำลังจมอยู่ในอาการประหม่าเสียเอง หลังจากหญิงสาวถอดสิ่งที่ปกคลุมร่างกายออกไป ดวงตาคมก็มีโอกาสได้เห็นเนื้อตัวขาวผ่องของสาวยุโรปอย่างเต็มสองตา ทำเอาเขารีบเบือนหน้าหนี โดยเฉพาะสองเต้าอวบอิ่มที่แทบจะโผล่พ้นทะลักออกมาจากบิกินี่ตัวจิ๋วนั่น ทำให้ลูคัสเก็บอาการไม่ถูกไปชั่วขณะ
“พะพี่ลูคัส”
“โอเคไหมคะ”
หญิงสาวเอ่ยถามขึ้น หลังจากที่เห็นร่างสูงนิ่งไปนาน พอได้ยินเสียงเรียก ชายหนุ่มจึงรีบตั้งสติ เขาหันมาบอกหน้าแคลร์ด้วยแววตาเรียบนิ่ง กระแอมไอในลำคอเล็กน้อย เพื่อเรียกความมั่นใจและโฟกัสของตัวเองกลับมา
ตั้งสติสิวะไอ้ลูคัส!
“เปล่าครับ พี่ไม่ได้เป็นอะไร”
“เอาล่ะ โพสต์ท่านะ หนึ่ง สอง สาม”
แช๊ะ!
ใช้เวลาอยู่หลายนาที ที่ลูคัสตั้งใจถ่ายรูปให้แคลร์เป็นอย่างมาก ความเกร็งในตอนแรกค่อยๆมลายหายไป แปลเปลี่ยนเป็นการพูดคุยกันอย่างสนิทสนม เพราะร่างสูงสามารถทำให้แคลร์ที่ดูค่อนข้างจะเป็นคนเปิดใจยาก ยอมพูดคุย ยิ้ม หัวเราะไปกับเขาได้อย่างน่าแปลกประหลาด
”รูปนี้สวยมากเลยนะ แสงกำลังดีด้วย พี่ว่าเอารูปนี้ไปโพสต์ในไอจีต้องมีคนไลค์เยอะแน่เลย” ร่างสูงเผลอแสดงความคิดเห็นตามสิ่งที่ตัวเองต้องการออกไป ทำเอาคนที่ได้ยินหยุดชะงัก
เธอไม่เคยโพสต์รูปในอินสตราแกรม แคลร์เป็นคนที่ไม่ชอบเล่นโซเชียลเท่าไหร่ ถ้าเทียบกับพวกเพื่อนๆในวัยเดียวกัน เธอทักจะชอบเก็ยพวกรูปภาพเอาไว้เป็นความทรงจำมากกว่า
“พี่พูดอะไรผิดไปหรือเปล่า?” ลูคัสเอ่ยถาม เมื่อเห็นว่าหญิงสาวเงียบไป
“แคลร์ไม่ชอบโพสต์รูปในโซเชียลมีเดีย“
ได้ยินแบบนั้นเขาก็ถึงบางอ้อ ถึงว่าล่ะ....เขาติดตามไอจีเธอมาตั้งนาน แต่ไม่เคยเห็นโพสต์อะไรเลย
”อ้อ แบบนี้นี่เอง งั้นเอาไว้ส่งให้แม่แคลร์ดูก็ได้“
”ว่าแต่พ่อกับแม่เรา สบายดีไหม“
คำถามที่ร่างสูงเอ่ยถามออกไป ทำเอาคนตัวเล็กขมวดคิ้ว เธอไม่เข้าใจ.....พ่อแม่ของเธอ ก็คือพ่อแม่ของเธอ จะหมายความว่าเป็นพ่อแม่ของเรา....ได้ยังไงกัน?
”พี่หมายถึง พ่อแม่ของแคลร์สบายดีไหม“ ลูคัสเอ่ยแก้ให้ เขามองเห็นสีหน้างุนงงของเธอ ก็พอจะเข้าใจได้ว่าเขาเผลอพูดภาษาที่เป็นกันเองกับเธอมากจนเกินไป
”สบายดีค่ะ พ่อกับแม่ของแคลร์สบายดี“
ร่างสูงยิ้มให้คนตัวเล็กในขณะที่ได้ยิน ก่อนที่ดวงตาคมจะชะงักไปอีกครั้ง เมื่อเขาเพิ่งสังเกตุเห็นสร้อยคอที่หญิงสาวใส่อยู่ ก่อนหน้านี้เขามัวแต่มองหน้าเธอกับ......ที่อื่น จนลืมสังเกตุสร้อยคอของแคลร์ไปเลย
มันคือสร้อยคอ.....ที่เขาเคยให้เธอเอาไว้ตั้งแต่เมื่อสิบกว่าปีก่อน
“สร้อยคอเรา สวยดีนะ ซื้อมาจากไหนเหรอ“
