Chapter03. จำมันได้ไหม
Chapter 03. จำมันได้ไหม
หลายนาทีต่อมา
”เคย์เดน....ทางนี้!“
มือเล็กโบกไปมาเพื่อส่งสัญญาณให้เคย์เดนลูกพี่ลูกน้องของเธอ วันนี้เคย์เดนบอกว่าจะมารับลูกพี่ลูกน้องสาวที่ห้างสรรพสินค้า หลังจากที่ผิดนัดจากการไปรับเธอที่สนามบินในวันแรกที่แคลร์มาถึง
“ไง~ ไม่ได้เจอกันนาน สวยขึ้นเป็นกองเลยนะ หึ” เคย์เดนแสยะยิ้ม กล่าวทักทายน้องสาวออกไป ก่อนจะสวมกอดร่างเล็กเบาๆ
“จริงเหรอ เชื่อถูได้ไหมเนี่ย” หญิงสาวตอบกลับพร้อมทำสีหน้าสงสัย ก่อยคำพูดของเธอจะทำให้อีกฝ่ายหัวเราะลั่นออกมาในสิ่งที่ได้ยิน
“ฮะฮ่าๆๆ เชื่อถือยัยบ๊อง ไม่ใช่เชื่อถู เฮ้อ....เรียนภาษาไทยได้เรื่องอะไรบ้างเนี่ย” ร่างสูงทำหน้าเหนื่อยใจ
ก่อนที่แคลร์จะทำหน้ายู่ใส่ลูกพี่ลูกน้องของตัวเองที่กลัวแซวเธอแบบนั้น
“อย่าแซวสิ แคลร์เขินนะ” หญิงสาวเอ่ยบอกก่อนจะขอให้เคย์เดนพาเธอแวะไปซื้อหนังสือที่ร้านหนังสือที่ตัวเองกำลังจะเดินผ่าน
แคลร์คิดว่าคงจะดีหากเธอซื้อหนังสือภาษาไทยเพิ่มเติมเอาไว้เรียนรู้ จะได้มีคำศัพท์มากขึ้นในหัวของเธอ แต่จังหวะที่เดินเข้าไปในร้าน เคย์เดนบังเอิญไปเจอใครบางคนที่เขารู้จักเข้า ทำให้แคลร์ต้องรีบหันไปมองด้วยความสนใจ
“น้ำหอม?”
เจ้าของใบหน้าเล็กค่อยๆหันมามองเคย์เดน ก่อนที่เธอจะชะงักไป เช่นเดียวกันกับเเคลร์ที่รู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาผู้หญิงคนนี้มากเป็นพิเศษ เพราะไม่กี่อาทิตย์ก่อนในตอนที่ครูซ(แฝดพี่ของเคย์เดน)ไปรับเธอที่สนามบิน เธอบังเอิญได้พบเข้ากับผู้หญิงคนนี้ที่กำลังร้องไห้อยู่ ในตอนที่เธอแวะไปเข้าห้องน้ำที่คอนโดของครูซนั่นเอง
ตอนนั้นแคลร์ถึงกับอึ้งไปเลย เพราะเธอไม่เคยเห็นครูทำผู้หญิงร้องไห้มาก่อน.....คนแบบครูซน่ะ น่าเย็นชาจนผู้หญิงอยากร้องไห้ออกมาจริงๆแหละ
“เอ่อ สวัสดีค่ะพี่เคย์เดน^^” น้ำหอมตอบกลับอีกคนอย่างเป็นมิตร
“อ๊ะ ผู้หญิงคนนี้ เราเคยเจอกันที่ห้องพี่ครูซใช่ไหมคะ” แคลร์ตัดสินใจร้องถามออกไป
“เคยเจอกันแล้วงั้นเหรอ น้ำหอม นี่แคลร์ลูกพี่ลูกน้องของพี่เอง ส่วนแคลร์ นี่น้ำหอม เอ่อ….แฟนเก่าไอ้ครูซน่ะ”
ประโยคสุดท้ายเคย์เดนเอ่ยออกมาอย่างไม่ค่อยเต็มเสียงนัก เพราะเขากลัวว่าน้ำหอมจะยังไม่โอเคที่เขาจำเป็นต้องพูดถึงเรื่องนั้น
น้ำหอมกระพริบตาปริบๆเพื่อไล่ความงุนงง สรุปก็คือผู้หญิงคนนี้คือลูกพี่ลูกน้องของครูซ แล้วที่ผ่านมา น้ำตาที่เธอเสียไป หมายความว่าเธอเสียใจฟรีงั้นเหรอที่เข้าใจผิด คิดว่าแคลร์เป็น….แฟนใหม่พี่ครูซ
“สวัสดีค่ะ^^” แคลร์ยิ้มตอบกลับมาอย่างเป็นมิตร ซึ่งน้ำหอมก็ยิ้มกลับ
ทั้งสามคนยืนคุยกันต่อเล็กน้อย ก่อนที่เคย์เดนจะเป็นฝ่ายขอตัวไปก่อน เพราะเขามีธุระต้องพาแคลร์ไปทำต่อ
“พี่เคย์” เสียงเเคลร์เอ่ยเรียกเคย์เดนในขณะที่ทั้งสองเดินออกมาจากร้านหนังสือแล้ว
“หื้ม? มีอะไร”
“ผู้หญิงคนเมื่อกี้แฟนเก่าพี่ครูซจริงเหรอ” เเคลร์ถามออกมาอย่างข้องใจ เพราะเธอไม่อยากจะเชื่อไงว่าครูซจะมีแฟน แถมยังเป็นแฟนเก่าซะด้วย
“อืม ใช่ ทำไม? ไม่น่าเชื่อ”
“ก็ใช่น่ะสิ เย็นชาขนาดนั้น ไม่คิดว่าจะมีคนชอบ”
“ฮ่าๆๆ เรานี่มัน” คำตอบจริงจังของแคลร์ทำเอาเคย์เดนหัวเราะรวน เพราะรู้สึกถูกใจในคำตอบตรงๆนั่นเสียเหลือเกิน
@บนรถ
“ขอบคุณนะที่มาส่งแคลร์ อ้อ แคลร์มีเรื่องจะถามพอดี อาทิตย์หน้าที่เราจะไปเที่ยวทะเลกันน่ะ“
”มีใครไปบ้างเหรอ ตกลงนาวาไปด้วยใช่ไหม แคลร์จะได้มีเพื่อน“ ปากเล็กเอ่ยถามออกมาด้วยความรู้สึกตื่นเต้น
ตอนแรกที่เคย์เดนโทรมาชวนเธอไปเที่ยวทะเล แคลร์ตอบตกลงอย่างไม่คิดลังเล เพราะการมาเมืองไทยของเธอ ทะเลคืออันดับต้นๆของสิ่งที่เด็กสาวนึกถึง แม้การไปเที่ยวครั้งนี้จะไม่ใช่....เกาะอันดารา ที่เธอเคยไปกับครอบครัวเมื่อตอนเด็กๆ แต่ถ้ามีโอกาส หญิงสาวก็อยากจะไปสำรวจทุกที่ทั่วประเทศไทยให้ได้
”ไปสิ ตอนนี้พวกผู้หญิงก็มีแต่ยัยนาวา กับแฟนพี่“เคย์เดนฉีกยิ้มตอบกลับ เพราะทริปนี้ จะเป็นทริปที่เขาจะพาแฟนไปเปิดตัวกับเพื่อนอย่างเป็นทางการ
“หื้ม? นี่พี่มีแฟนแล้วเหรอ? อย่างพี่เคย์เดนเนี่ยนะจะมีแฟน” อย่าว่าแต่เเคลร์ตกใจเลย พวกเพื่อนๆของเคย์เดนตอนได้ยินก็ตกใจไม่ต่างกัน
จู่ๆเสือร้ายจะถอดเขี้ยวเล็บ มันดูท่าเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ แต่มันก็เป็นไปเสียแล้ว
“หึ ใช่สิ! อย่างพี่มันจะมีแฟนไม่ได้หรือยังไงแคลร์” เคย์เดนหัวเราะออกมาเบาๆ
“ก็....มันน่าแปลกใจซะยิ่งกว่าพี่ครูซมีแฟนเสียอีก“
”แต่ช่างเหอะ แล้วนอกเหนือจากนั้นล่ะมีใครไปบ้าง?“ แคลร์ถามต่อ
“ก็มีพวกเพื่อนพี่เกือบครบนะ ไอ้มอแกน ซาร่าเมียมัน ไอ้ธีโอ ไอ้นาวิน ไอ้เจคอป แล้วก็ไอ้ลูคัส.....“
”เราจำไอ้ลูคัสได้ใช่ไหม มันเป็นลูกพี่ลูกน้องของพี่เหมือนกัน ลูกอามาร์ตินน่ะ” เคย์เดนถามย้ำ เพราะนาวินกับนาวานั้นแคลร์รู้จักและจำได้ดีอยู่แล้ว
แต่กับลูคัส ทั้งสองดูเหมือนจะไม่ได้เจอกันนานแล้ว ตั้งแต่ยังเด็กๆ แคลร์ได้ยินแบบนั้นก็พยายามขบคิด เหมือนเธอจะจำได้แบบลางๆ
“ลูคัส....อามาร์ติน อ๋อ คนที่เป็นเจ้าของเกาะอันดาราใช่ไหม!”
เมื่อนึกได้หญิงสาวก็ยิ้มกว้างออกมา เธอยังคงจำทะเลสีฟ้าครามได้เป็นอย่างดี เกาะอันดารามันสวยมากเสียจนแคลร์เก็บเอาไปฝันอยู่หลายปีว่าอยากกลับไปที่นั่นอีก มันคือสถานที่ที่สวยที่สุดในชีวิตของเธอเลยก็ว่าได้
“อื้ม ใช่แล้ว เราเคยไปนี่ ตอนที่ยังเด็ก”
“อี้อช่าย ที่พี่เคย์เดนทำสร้อยคอกับเปลือกหอยให้แคลร์ใช่ไหม แคลร์ชอบมากเลยนะ ตอนนี้ยังใส่มันอยู่เลย”
แคลร์ฉีกยิ้มกว้าง ก่อนจะโชว์สร้อยคอที่ตนเองเข้าใจว่าเคย์เดนเคยทำให้ในตอนที่ยังเด็กให้อีกฝ่ายดู ตอนนั้นพ่อกับแม่ของเด็กสาวพาเธอบินมาเมืองไทย ก่อนที่ทุกคนในตระกูลมัสจะไปจัดปาร์ตี้กันที่เกาะอันดาราของอามาร์ติน ตอนนั้นแคลร์สนุกมากๆ แต่เธอก็ยังเด็กมากๆเช่นกัน ความทรงจำของเธอถึงได้คลาดเคลื่อนไปบางส่วน
“สร้อย? สร้อยอะไร?” เคย์เดนได้ยินแบบนั้นก็ขมวดคิ้วถามออกไปอย่างงุนงง
“ก็สร้อยอันนี้ไง เนี่ย ดูสิ สวยมากเบย แคลร์เก็บไว้เป็นอย่างดีเลยนะ” หญิงสาวดึงสร้อยบนคอของตัวเองออกมาให้เคย์เดนดู
แต่ดูเหมือนเขาจะไม่มีความทรงจำพวกนั้นอยู่ในสมองเลยสักนิด เคยเดนมั่นใจว่าคนอย่างเขาไม่มีทางทำสร้อยอะไรอย่างนี้เป็นแน่ๆ มันดูไม่ใช่ทางของเขาเลยด้วยซ้ำ
“จำผิดแล้วมั้งแคลร์ พี่ไม่ได้เป็นคนทำสร้อยเส้นนี้นะ”
“อ้าว....จริงเหรอ? ถ้าไม่ใช่พี่เคย์เดนแล้วใครเป็นคนให้มันกับแคลร์ล่ะ?” ดวงตากลมโตกระพริบปริบๆ รู้สึกสงสัยมากขึ้นยามได้ยินแบบนั้น
แคลร์ก้มลงไปมองสร้อยคอที่ตัวเองชอบและตั้งใจเก็บรักษาเป็นอย่างมากด้วยความรู้สึกอยากหาคำตอบ ตอนนี้ความทรงจำของเธอเลือนลางมากจริงๆ เธอจึงเผลอเข้าใจผิดคิดว่าเคย์เดนเป็นคนให้มา
“ไม่รู้สิ ตอนนั้นครอบครัวพี่ก็มีเด็กหลายคนนะ ลองไปถามๆพวกไอ้นาวินดูก็ได้” เคย์เดนเสนอ
”ช่างมันเถอะ มันไม่สำคัญหรอก“
”แคลร์ขึ้นห้องดีกว่า เอาไว้เจอกันนะ ขอบคุณที่ไปรับแคลร์วันนี้“ หญิงสาวตัดสินใจปล่อยผ่านเรื่องนั้น
เพราะเธอไม่อยากทำให้เรื่องมันวุ่นวาย ก็แค่สร้อยเส้นเดียวเอง แถมมันยังผ่านมานานมากๆแล้วด้วย ถ้าไปถามตะมีใครจำได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ บางที....คนที่ให้มันกับเธออาจจะลืมไปแล้วก็ได้ว่าเคยให้
”โอเค ไว้เจอกันนะ“
