Chapter02.ถึงเวลาต้องจบ
Chapter 02. ถึงเวลาต้องจบ ( NC+ เล็กน้อย )
“อ๊อก~”
“อ่าส์ แบบนั้นแหละ” เสียงทุ้มครางออกมาอย่างแผ่วเบา ความรู้สึกเสียวกระสันแผ่กระจายไปทั่วกายแกร่ง ส่งผลให้ตอนนี้ลูคัสตื่นตัวพร้อมเต็มที่ต่อการจัดการขั้นต่อไป
“ใหญ่มาก....” พิมพ์บ่นพึมพัมออกมา สองมือจับแท่งร้อนขนาดไซซ์ห้าสิบหกที่มือของเธอแทบจะกำเอาไม่มิดเอาไว้อย่างแผ่วเบา
หัวใจเต้นแรงไปกับความตื่นเต้นทุกครั้งยามที่ได้เห็นแก่นกายของเขา เพราะในชีวิตของเธอ...ไม่เคยเจอของใครที่ใหญ่ขนาดนี้มาก่อน และหญิงสาวก็รู้ดีว่ามันสามารถสร้างความสุขให้เธอได้มากแค่ไหน
“เดี๋ยวเราจัดการต่อเอง“ มือหนาเอื้อมไปดึงร่างเล็กขึ้นมา
ก่อนจะทำการลูบมือแกร่งลงไปใต้กระโปรงของเธอ เขาเกี่ยวเอาแพนตี้ตัวจิ๋วออกมา มันบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าหญิงสาวเฉอะแฉะแค่ไหน เธอคงมีอารมณ์มากแล้วสินะ
”อะอื้อลูคัส เราเสียว” เสียงหวานร้องออกมา เมื่อมือหนาเลื่อนไปสัมผัสร่องสวยอย่างแผ่วเบา ลูคัสได้ยินแบบนั้นก็ไม่รอช้าที่จะส่งนิ้วเข้าไปด้านในเพื่อเปิดทางให้เธอก่อน
เพราะไม่อย่างนั้นความใหญ่โตของเขาคงจะทำให้เพื่อนสาวร่วมห้องเรียนเจ็บมากแน่ๆ
ฟึ่บๆๆๆ
“อะอ๊า ลูคัส~”
หลายนาทีต่อมา
ปึก! ปึก! ปึก!
”อะอ๊า“
”อ่าาส์!“ เสียงทุ้มคำรามออกมา ก่อนจะปลดปล่อยทุกอย่างใส่ไปในปอกป้องกันสีใส
ลูคัสรับรู้ได้ถึงแรงกระตุกของแก่นกายตัวเอง ก่อนที่เขาจะค่อยดึงท่อนรักของตัวเองออกมา หลังจากบทรักอันแสนเร่าร้อนอย่างเช่นทุกครั้งจบลงแล้ว หรือความจริงมันอาจจะยาวนานเกินกว่าเดิมนิดหน่อย เพราะสำหรับชายหนุ่ม....นี่คือครั้งสุดท้ายที่เขาจะมีอะไรกับอายตา
”ทำไมวันนี้ลูคัสรุนแรงจังเลยล่ะ“ อายตาหันมาเอ่ยถาม หลังจากที่วันนี้หญิงสาวรับรู้ได้ว่าร่างสูงโถมแรงใส่เธอแบบจัดเต็มมากกว่าปกติ
”จริงเหรอ“ ใบหน้าหล่อถามกลับ เขาชะงักไปเล็กน้อย เพราะไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองเผลอทำแบบนั้นลงไป
ปกติลูคัสจะไม่ใช่คนที่ชอบใช้ความรุนแรงอะไร การร่วมรักของเขาส่วนใหญ่จะเต็มไปด้วยอารมณ์ดิบเถื่อนที่เนิบนาบและลุ่มลึกมากกว่าจะทำแค่ให้มันเสร็จๆไป
”อื้อ แต่เราชอบนะ^^ แบบนี้มันก็ร้อนแรงไปอีกแบบ“ อายตาหัวเราะตอบ อย่างไม่รู้ว่าตัวเองกำลังจะเจอกับอะไร
แต่พอได้เห็นร่างสูงมีท่าทางที่แปลกไป ใบหน้าสวยน่ารักก็ค่อยๆหุบยิ้ม เธอรับรู้ได้ถึงบางอย่างที่แปลกออกไป
“ลูคัสเป็นอะไรหรือเปล่า?” หญิงสาวไม่รอช้าที่จะเอ่ยถาม
ร่างสูงที่สวมเสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อยจึงตัดสินใจหันมามองหน้าเจ้าของห้อง ก่อนจะเอ่ยบางอย่างที่ตัวเองต้องการพูดตั้งแต่แรกออกไปทันที
“วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่เราจะมาหาอายนะ”
“.....?” หัวใจดวงเล็กที่รู้สึกไม่ชอบมาพากลตั้งแต่แรกชะงักไปครู่ใหญ่
สมองของเธอพยายามประมวลผลว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ก่อนที่หัวใจจะไหลหล่นไปอยู่บนพื้น เมื่อพอจะเข้าใจทุกอย่างแล้วว่าลูคัสต้องการจะพูดอะไร
“มะหมายความว่ายังไงเหรอ?” เธอแสร้งถามออกไปด้วยน้ำเสียงที่หวั่นไหวสุดขีด
เธอชอบลูคัส....ชอบมาตลอด แม้จะไม่สามารถเป็นมากกว่าเพื่อนนอนได้ แต่อายตาก็ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะอยากยุติความสัมพันธ์กับเธอในตอนนี้ ในขณะที่เธอ....กำลังมีความสุขกับเขา
“หมายความว่าที่ผ่านมาเรามีความสุขมากที่ได้ใช้เวลาร่วมกับอาย อีกไม่นานพวกเราก็จะเรียนจบแล้ว พอถึงตอนนั้นเราก็คงแยกย้ายกันไปตามเส้นทางของตัวเอง“
”เราก็เลยคิดว่าวันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่ความสัมพันธ์ของเราสองคนจะเกิดขึ้น“
”.....!“ อายตาได้ยินคำตอบชัดเต็มของรูหู ก็ทำเอาหญิงสาวช็อคแทบไปต่อไม่เป็น
เธอตั้งตัวไม่ทัน ไม่คิดว่าหลังจากความสุขที่เพิ่งเสร็จสมจะกลับกลายมาเป็นความเสียใจที่แทงใจดำของเธอแบบนี้ เธอชอบลูคัส....และชอบมากๆด้วย
เธอไม่อยากเสียเขาไป....
”ลูคัส....แต่ว่าเราชอบลูคัสนะ“
”ฮึก เราไม่จบความสัมพันธ์ได้ไหม“
ร่างเล็กรีบตั้งสติ เดินเข้ามากอดแขนแกร่งเอาไว้ ก่อนจะร่ำไห้ออกมาด้วยความผิดหวังเสียใจ ลูคัสเห็นแบบนั้นก็ใช่ว่าจะไม่ลำบากใจ การกระทำของอายตาดูผิดจากสิ่งที่เขาคาดการณ์เอาไว้เล็กน้อย เขาไม่คิดว่าเธอจะชอบเขามากจนถึงขั้นร้องไห้แบบนี้
”เราเข้าใจอายนะ แต่เราต้องขอโทษด้วยจริงๆ“
”เราตัดสินใจแล้ว อย่าร้องไห้เสียใจเพราะเราเลยนะ”
มือหนาเอื้อมไปลูบหัวเล็กเบาๆเพื่อปลอบประโลม พิมพ์ที่รับรู้ได้ถึงความใจดี สุภาพ อ่อนนุ่มของเขาก็ยิ่งร้องไห้หนักกว่าเดิม เพราะเธอยิ่งเสียดาย คนที่เพรียบพร้อมอย่างลูคัส ใช่ว่าจะหาได้ง่ายๆในชีวิต
“ฮึก อายไม่มีโอกาสได้เป็นคนที่ลูคัสชอบเลยเหรอ” เธอตัดสินใจถามออกไปตามตรง ลึกๆยังคงรู้สึกมีความหวัง แต่พอได้มองเห็นแววตาที่ไร้ความรู้สึกนั้นแล้ว
หัวใจของหญิงสาวกลับแตกออกเป็นเสี่ยงๆมากกว่าเดิมเสียอีก
“คือ....เรามีคนที่เราชอบอยู่แล้ว”
“ขอโทษด้วยนะ”
“ฮึก”
ปากหนักตอบกลับอย่างไม่ลังเล เพราะลูคัสรู้ว่าต่อจากนี้ถึงคราวที่เขาจะต้องเดินหน้ากับแคลร์ของจริงแล้ว หลังจากที่รอเธอมานานแสนนาน ผู้หญิงที่เขาฝันถึง รักแรกของเขา.....ที่ทำให้เขายิ้มได้ทุกครั้งที่นึกถึงเธอ ส่วนเรื่องของอายตา เขาไม่เคยคิดอะไรกับเธอไปมากกว่าเพื่อน
การจบแบบนี้....ถือว่ายุติธรรมแล้วสำหรับทุกฝ่าย ร่างสูงคิดแบบนั้น
อีกด้าน
@ห้างสรรพสินค้า
“เป็นยังไงบ้างจ๊ะแคลร์^^ วันนี้เรียนพิเศษคลาสสุดท้ายแล้ว”
“ครูสอนภาษาไทยดีไหม? เราเข้าใจมากขึ้นหรือเปล่า”
เด็กสาวหน้าฝรั่ง ผมสีทองสละสลวยแผ่หลาอยู่เต็มหลัง หยุดชะงักการเก็บหนังสือเข้ากระเป๋า ก่อนจะส่งยิ้มกว้างที่สุดในชีวิตไปให้คุณครูสอนพิเศษของตัวเอง อย่างเช่นทุกครั้งที่เจอ
“ครูสอนดีมากเลยค่ะ ตอนมาไทยเมื่อไม่กี่อาทิตย์ก่อน แคลร์ยังพูดไม่คล่องเท่านี้เลย”
“ขอบคุณมากนะคะที่ทั่งใจสอนแคลร์”
หญิงสาวตั้งใจพูดออกไป อาจจะมีบางคำที่ยังคงผิดอยู่บ้าง แต่ก็นับว่าเล็กน้อยมากๆ ถ้าเธอไม่เปิดปากพูด คงไม่มีใครรู้ว่าแคลร์พูดไทยได้ เพราะหน้าเธอ....ดีเอนเอความเป็นยุโรปมันประทับอยู่บนใบหน้ามากกว่า แต่หัวใจของหญิงสาวกลับรักประเทศไทยอย่างร้อยเปอร์เซ็นต์
ตอนเด็กๆเธอเคยโกรธลูกพี่ลูกน้องของตัวเองที่มีเชื้อสายไทย เพราะอยากเป็นคนไทยบ้าง พอโตขึ้นหญิงสาวจึงไม่รอช้าที่จะขอบิดาและมารดาย้ายมาเรียนมหาลัยที่ไทย แม้จะเป็นแค่การเรียนแลกเปลี่ยนเพียงแค่ปีสุดท้าย แต่เท่านั้นก็ถือว่าได้สานฝันของแคลร์มากแล้ว
อีกไม่กี่เดือนมหาลัยก็จะเปิด แคลร์ตัดสินใจบินมารอที่นี่ก่อน เพราะเธอต้องการมาเรียนภาษาเพิ่มเติม เมื่อเวลาเปิดเทอมมาถึง ภาษาของเธอตะได้ไม่เป็นอุปสรรคอีกต่อไป
“จ้ะ ครูยินดีนะคะ ส่วนเมื่อกี้เราตั้งพูดคำว่าตั้งใจนะ ไม่ใช่ทั่งใจ“
”อะอ้อ ตะตั้งใจ ตอเต่า” หญิงสาวพูดทวนอย่างน่ารัก
“ฮ่าๆ ใช่จ้ะ เก่งมาก”
“ไว้เจอกันโอกาสหน้านะคะ” ครูสาวบอกลา
”ค่ะ ไว้เจอกันนะคะ“ ซึ่งหญิงสาวเองก็บอกลาอย่างจริงใจเช่นกัน
