Chapter04. ทริปทะเล
Chapter 04. ทริปทะเล
ตึก ตึก
ปึก!
เสียงกระเป๋าสะพายใบใหญ่ถูกวางไปไว้บนโต๊ะ แคลร์เบี่ยงตัวนั่งลงบนเตียงนอนของตัวเอง มือเล็กจับสร้อยบนคอเอาไว้อย่างยังคงขบคิดไม่หาย ถ้าเคย์เดนไม่ใช่คนที่ให้สร้อยคอเส้นนี้กับเธอ แล้วใครกันที่เป็นคนให้ ถึงจะไม่อยากใส่ใจ แต่แคลร์ก็แอบอยากรู้ เพราะสร้อยเส้นนี้เธอรักมันมาก และคนที่มอบมันให้เธอก็ควรจะมีความหมายกับเธอมากไม่ต่างกัน
“เฮ้อ I can't remember anything" ( ฉันจำอะไรไม่ได้เลย )
บ่นกับตัวเองเสร็จ หญิงสาวก็ตัดสินใจลุกขึ้นเพื่อจัดกระเป๋าสำหรับการไปออกทริปกับเพื่อนๆของเคย์เดน คิดถึงเรื่องนั้นแคลร์ก็มีความสุขมาก เธอชอบท่องเที่ยว โดยเฉพาะถ้าสถานที่นั้นคือทะเล
หนึ่งอาทิตย์ต่อมา
@บ้านพักตากอากาศริมทะเล
“ว้าว~ สวยมากๆ”
เสียงหวานเอ่ยออกมาทันทีที่เดินทางมาถึงบ้านพักต่างอากาศหรู ดวงตาของแคลร์วาววับเป็นประกาย จอนน้้เธอรู้สึกดีใจมากจริงๆที่ได้ย้ายมาอยู่เมืองไทย แม้บิดาจะยังไม่อนุมัติให้มาอยู่ถาวรจริงๆก็เถอะ
“กรี๊ด~ สวยมากเลยอ่า”
“แคลร์อย่ามัวแต่ยืนอึ้งสิ! เราขึ้นไปเลือกห้องกันก่อนดีกว่า ก่อนที่คนอื่นจะมาถึง!”
จู่ๆเสียงร้องกรี๊ดของนาวาก็ดังขึ้น นาวิน นาวาและแคลร์เดินทางมาถึงที่บ้านพักเป็นกลุ่มแรก ส่วนพวกเพื่อนๆที่เหลือกำลังตามมาทีหลัง ทำให้ตอนนี้ที่บ้านพักต่างอากาศยังไม่มีใคร
“อะอื้อ ไปสิ เราอยากเห็นห้องพักเหมือนกัน^^“ แคลร์เอ่ยตอบ ก่อนสายตาจะหันไปหยุดอยู่ที่ใบหน้าของนาวินที่กำลังส่ายหัวให้กับท่าทางตื่นเต้นดีใจอันแสนจะเกินไปของนาวา
“ให้พี่ช่วยยกกระเป๋าไปเก็บให้ไหม” เสียงทุ้มเอ่ยถาม นาวินยังคงเป็นพี่ชายที่อบอุ่นเหมือนเคย
“ดีมากเลยค่ะพี่วิน ฝากด้วยนะค้า” นาวาตอบกลับพร้อมกับยิ้มแฉ่ง ช่างเป็นเด็กสาวที่อารมณ์ดีตอลดเวลาเสียจริง
ทำเอาแคลร์ที่ยืนอยู่ข้างๆ กลายเป็นคนพูดน้อยไปเลย.....
“ขอบคุณนะคะ” แคลร์ตอบกลับนาวินอย่างลูกสึกขอบคุณ ก่อนจะโดนนาวาลากขึ้นไปบนชั้นสอง เพื่อสำรวจห้องทั้งหมดของบ้าน
แต่สมองของเธอกลับยังคงขบคิดถึงเรื่องของสร้อยคอตลอดเวลา ว่าอาจจะเป็นนาวินหรือเปล่าที่มอบสร้อยคอเส้นนี้ให้แก่เธอ....แต่หัวใจของแคลร์กลับรู้สึกว่าไม่ใช่ เพราะถ้านาวินเป็นคนทำให้เธอจริงๆ เขาคสรต้องแสดงปฏิกิริยาบางอย่าง
“แคลร์^^ เราสองคนนอนด้วยกันนะ” นาวาหันมาเอ่ยบอก แคลร์จึงพยักหน้ารับ
“อื้อ ได้สิ”
“เยส ดีเลย วันนี้เอาบิกินี่มาด้วยหรือเปล่า เราจะได้ลงไปถ่ายรูปสวยๆกันที่ชายหาด”
แคลร์พยักหน้าหงึกหงักตอบกลับนาวา นี่เป็นครั้งแรกหลังจากมาถึงเมืองไทยที่แคลร์ได้มีเพื่อน ลีกๆหญิงสาวจึงรู้สึกมีความสุขแล้วก็ตื่นเต้นมากๆที่ดูเหมือนนาวาจะเป็นคนที่เข้ากับคนได้ง่ายจริงๆ แม้จะไม่ได้เจอกันนานหลายปี แต่ระหว่างเธอกับนาวากลับไม่มีความอึดอัดใดๆแฝงอยู่เลย
มีความสุขจัง :)
ด้านล่าง
ในขณะที่สองสาวกำลังใช้เวลาอยู่บนห้องนอนกันอย่างสบายใจนั้น ด้านล่างทุกคนก็ทยอยมาถึงกันเกือบครบแล้ว จะเหลือก็แต่.....เคย์เดนกับแฟนสาวที่ยังมาไม่ถึง
“มึงเป็นบ้าอะไรของมึงไอ้สัสธี”
เสียงมอแกนเอ่ยถามในขณะที่พวกหนุ่มๆกำลังนั่งผ่อนคลายกันอยู่กลางห้องรับแขกใหญ่ของบ้านพักตากอากาศที่มีเจคอปเป็นเจ้าของ หลังจากขับรถเดินทางกันมาเกือบๆสองชั่วโมง บวกทั้งวันนี้ยังตื่นเเต่เช้ากันอีก ทุกคนก็แลดูแทบหมดแรงและอยากพักผ่อนกันเล็กน้อย
“พวกมึงไม่ตื่นเต้นกันเหรอวะ ไอ้เคย์มันจะพาเเฟนมาเปิดตัวเป็นครั้งแรกเลยนะเว้ย” ธีโอที่ยืนชะเง้อคอยาวรอรถของเคย์เดนขับผ่านเข้ามาในรั้วบ้าน หันมาถามพวกเพื่อนๆที่นั่งทำตัวปกติกันอยู่บนโซฟา
“ทำไมต้องตื่นเต้น?” เสียงนี้เป็นของนาวินที่ตอบกลับมา ก่อนที่มือหนาของเขาจะเคลื่อนไปหยิบขวดน้ำเปล่ามากระดกดื่ม
“เอ้า ไว้เวร กูอยากรู้ไงว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร ถึงทำให้ไอ้เพลย์บอยแบบไอ้เคย์ยอมตกลงปลงใจได้” ธีโอยังไม่คลายสงสัย ลูคัสที่ได้ยินแบบนั้นก็ได้แต่ส่ายหัวให้กับความโอเวอร์ของเพื่อนตัวเอง ที่ดูอยากรู้อะไรมากกว่าปกติ
วันนี้พวกเขามาเที่ยวกันเกือบครบแก๊ง จะขาดก็แต่ครูซ ที่ช่วงนี้ต้องไปเรียนรู้งานกับมาติเนสผู้เป็นลุง เพราะหลังกลับมาจากอังกฤษมันจะต้องขึ้นรับตำแหน่งมาเฟียต่อจากมาติเนสพ่อของนาวินกับนาวาย่างเต็มตัว ส่วนเจคอปนั้นไม่ได้อยู่ตรงนี้เพราะขอตัวออกไปสูบบุหรี่ด้านนอกตั้งแต่ตอนมาถึง
“แล้ว….น้องมึงล่ะ” ลูคัสเลิกสนใจความไร้สาระของธีโอหันไปถามนาวินที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามแทน
“อยู่ข้างบนกับเเคลร์กับซาร่ามั้ง เห็นช่วยกันเลือกเสื้อผ้าอยู่” นอกจากชายฉกรรจ์อย่างพวกเขาแล้วทริปนี้ยังมีนาวา มีแคลร์ลูกพี่ลูกน้องของเคย์เดน แล้วก็ซาร่าแฟนของมอแกนที่มาด้วยกัน
ลูคัสได้ยินแบบนั้นก็พยักหน้าเข้าใจ นั่นแหละคือจุดประสงค์ที่เขาถามถึง ตั้งแต่เขามาถึงก็ยังไม่ได้เจอกับคนที่ตัวเองอยากเจอแต่อย่างใด.....แต่ถึงแบบนั้นลูคัสก็ไม่ได้ซีเรียส เพราะอีกไม่นาน เวลาที่เขาต้องการก็กำลังจะมาถึงแล้ว
การได้เจอกับแคลร์อีกครั้ง มันเหมือนกับฝันที่เขาต้องการให้มันเกิดขึ้นจริงมาโดยตลอด
“แล้วไหนมึงบอกน้องมึงอีกคนจะมาด้วย?” มอแกนถามขึ้น ก่อนหน้านี้นาวินบอกว่าแอนดริวจะมาด้วย แต่เขายังไม่เห็นเลย
“ไอ้แอนดริวอะนะ มันน่าจะมาตอนเย็นมั้ง เห็นบอกขอเคลียร์งานส่งอาจารย์ก่อน”
“เออ มาหลายๆคนจะได้สนุกหน่อย นานๆทีกูได้ออกมาเที่ยว” มอแกนเอ่ยตามความจริง เพราะเขาไม่ค่อยได้ออกมาทำอะไรแบบนี้กับเพื่อนบ่อยสักเท่าไหร่
“แหง๋สิไอ้สัส วันๆคลุกอยู่แต่กับเมีย ติดกีชิบ” ธีโอหันมาสวนใส่มอแกนที่เวลาเพื่อนชวนไปไหน ยากมากกว่ามันจะมาได้
“อ้าว ไอ้ห่านี่ มึงไม่มีเมียมึงไม่เข้าใจหรอกเว้ย”
ในขณะเดียวกันนั้น…..เสียงรถสปอร์ตราคาแพงของเคย์เดนก็ดังเข้ามาในรั้วของบ้านพักตากอากาศริมทะเลที่เจคอปเป็นเจ้าของพอดี
ธีโอได้ยินแบบนั้นก็ไม่รอช้าที่เดินออกมายืนรออยู่หน้าประตูใหญ่ หวังได้เห็นแฟนสาวของเคย์เดนก่อนใครเขา ซึ่งหลังจากนั้นไม่กี่นาที….
“มึงมายืนทำอะไรตรงนี้” เคย์เดนที่เดินเข้ามาพร้อมยู่ยี่เอ่ยถามธีโอที่เสนอหน้าออกมาให้เขาเห็นเป็นคนแรก
“มารอรับมึงไง แล้วไหนแฟนมึง กูเห็นแต่……” ธีโอเลื่อนสายตาไปหยุดอยู่ที่ยู่ยี่
น้องคนนี้เป็นเพื่อนของนาวานะถ้าเขาจำไม่ผิด แล้วทำไม?
“เฮ้ย! อย่าบอกนะว่า….น้องคนนี้แฟนมึง?” ปากหนาขยับถามคนตรงหน้าด้วยความตกใจ ธีโอจำได้ว่ายู่ยี่คืออดีตยัยเฉิ่มที่เคยมาสารภาพรักกับเคย์เดนแล้วโดนมันปฎิเสธไป
“เออ! นี่ยู่ยี่แฟนกูเอง!” พูดจบเคย์เดนก็จูงมือแฟนสาวเดินเข้าไปในบ้านพักตากอากาศหลังใหญ่ทันที ปล่อยให้ธีโอยืนทำหน้าอึ้งอยู่คนเดียว
ไหนตอนนั้นมันบอกว่าไม่ชอบไงวะ…..
หรือว่าเป็นเพราะน้องเขาสวยขึ้น เพื่อนจอมเจ้าชู้ของเขาถึงได้ยอมสยบ!
“เอ่อ สวัสดีค่ะ” หญิงสาวยิ้มแห้งๆส่งไปให้เพื่อนๆคนที่เหลือของเคย์เดน ที่กำลังนั่งทำหน้าตาดีกันอยู่บนโซฟาคนละมุม
กลุ่มนี้มีใครขี้เหร่บ้างไหมเนี้ย เจอทีไรเธอประหม่าทุกทีเพราะออร่าของพี่ๆเขากระแทกตาเธอเข้าอย่างจัง….
“สวัสดีครับ มาเหนื่อยๆเอาของขึ้นไปเก็บกันก่อนสิ” นาวินยิ้มรับเป็นคนแรกตามประสาคนที่ดูเป็นผู้ชายอบอุ่นอ่อนโยน ชอบใส่ใจคนอื่น
“ห้องไหน” เคย์เดนถาม
“เดี๋ยวกูพาไป” ลูคัสผุดลุกขึ้นก่อนจะเดินนำหน้าขึ้นไปชั้นบนที่มีห้องนอนเกือบๆสิบห้องได้
“ไปกันเถอะ” เคย์เดนเห็นแบบนั้นก็ไม่รอช้าที่จะลากแฟนสาวให้ขึ้นไปด้วยกัน
หลังจากนั้นไม่กี่วินาทีธีโอก็เดินเข้ามาสมทบกับเพื่อนที่เหลือทันที พร้อมกับเจคอปที่เดินกลับเข้ามา
