บทที่ 1 เด็กหนุ่มนัยน์ตาน้ำเงิน part 5
“ผู้ชมที่น่ารักทั้งหลาย เราได้เข้าสู่การแข่งขันรอบสุดท้ายของงานเทศกาลธนูแห่งแสงแล้ว! และในรอบนี้ จะเป็นการพิสูจน์ทั้งทักษะ ความแม่นยำ และความกล้าหาญของผู้เข้าแข่งขันทุกคน! ขอต้อนรับทุกท่านสู่ การแข่งขันขี่ม้ายิงธนูพิชิตมงกุฎทองคำ!”
พิธีกรเริ่มอธิบายกติกาด้วยน้ำเสียงทรงพลัง
“ในรอบนี้ ผู้เข้าแข่งขันทุกคนจะต้องขี่ม้าผ่านเส้นทางที่เต็มไปด้วยสิ่งกีดขวาง และเป้าหมายเคลื่อนไหวจะยากขึ้น! เป้าหมายสุดท้ายคือ มงกุฎทองคำที่แขวนอยู่กลางเส้นทาง หากผู้เข้าแข่งขันสามารถยิงมงกุฎให้ร่วงได้ จะได้รับคะแนนพิเศษที่สามารถพลิกสถานการณ์สู่ชัยชนะได้!”
เขายิ้มเล็กน้อยก่อนพูดต่อ “รอบนี้จะไม่ใช่แค่การทดสอบฝีมือ แต่ยังเป็นการวัดความกล้าหาญและไหวพริบ! และอย่าลืม… การยิงเป้าธรรมดาจะได้รับ 5 คะแนน เป้าท้าทาย 10 คะแนน และมงกุฎทองคำจะให้คะแนนสูงถึง 50 คะแนน!”
ทั้งสนามเต็มไปด้วยเสียงเชียร์ดังระเบิด ผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนยืนประจำที่พร้อมกับม้าคู่ใจ คันธนูในมือถูกตรวจสอบอย่างละเอียด
คิม โดฮยอนลูบคางม้าของเขาเบา ๆ ก่อนที่เขาจะก้าวขึ้นหลังม้าด้วยท่าทีมั่นใจ รอยยิ้มของเขาแฝงความท้าทาย ขณะที่เขามองไปยังกุงซูที่กำลังเตรียมตัวอยู่ไม่ไกล
ส่วนกุงซูยืนข้างม้าของเขาด้วยท่าทีสงบนิ่ง เขากระชับคันธนูในมือและมองเส้นทางที่เต็มไปด้วยสิ่งกีดขวางเบื้องหน้า ดวงตาสีน้ำเงินสว่างสะท้อนแสงแดด ราวกับกำลังวางแผนทุกจังหวะในใจ
สนามเงียบลงหลังเสียงแตร ทุกสายตาจับจ้องไปยังเส้นทางแข่งขันที่เต็มไปด้วยอุปสรรค เสียงเชียร์ดังขึ้นทุกครั้งที่เป้าหมายถูกยิงอย่างแม่นยำ
กุงซูยืนอยู่ข้างม้าของเขา ใบหน้าเรียบนิ่งราวกับไม่สนใจสายตาของใครที่จับจ้อง ดวงตาของเขาสะท้อนแสงแดดจาง ๆ ราวกับกำลังประเมินเส้นทางเบื้องหน้า เขาลูบคันธนูในมือเบา ๆ ขณะอีกมือหนึ่งตรวจสอบลูกธนูที่เหลืออยู่ของเขาอย่างระมัดระวัง
ฝ่ายคิม โดฮยอนเองก็ยืนอยู่ข้างม้าของเขาเช่นกัน ท่าทางมั่นใจแต่แฝงความตึงเครียด เห็นได้จากการที่เขากระชับสายธนูซ้ำไปซ้ำมา ดวงตาเฉียบคมของเขาเหลือบมองกุงซูเป็นระยะ พร้อมรอยยิ้มเย้ยหยันที่มุมปาก
“ถ้าทุกคนพร้อมแล้ว การแข่งขันรอบที่ 3 เริ่มได้!”
พิธีกรประกาศพร้อมเสียงแตรที่ดังเป็นสัญญาณเริ่มต้นรอบสุดท้ายอย่างดุเดือด
เสียงแตรดังขึ้น กุงซูและคิม โดฮยอนกระตุกบังเหียนม้าของตน พุ่งตัวออกไปพร้อมกันอย่างรวดเร็ว เสียงฝีเท้าม้ากระแทกพื้นก้องสนามราวกับเสียงกลองศึก
กุงซูเล็งธนูอย่างมั่นคง ขณะที่ม้าของเขากระโจนข้ามสิ่งกีดขวาง ลูกธนูพุ่งออกจากสายและปักกลางเป้าหมายที่หมุนไปมาบนยอดเสา เสียงเชียร์ดังสนั่นจากฝูงชน ในขณะเดียวกัน คิม โดฮยอนยิงเป้าธนูที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ด้านข้าง เขาแม่นยำไม่แพ้กัน เสียงปรบมือดังกระหึ่มในทุกจังหวะการยิงของพวกเขา
ทว่าคะแนนของพวกเขายังคงสูสีกัน...
“โอ้ คะแนนของพวกเขาสูสีกันมากเลยครับ!” เสียงของพิธีกรดำเนินรายการยิ่งเร่งเร้าบรรยากาศให้ดุเดือดขึ้น แต่แล้วสิ่งที่ทุกคนไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น...
ลูกธนูของคิม โดฮยอนพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว แม้ไม่ได้เล็งให้ถึงตัวของกุงซู แต่มันกลับพุ่งเข้าใส่กระบอกเก็บลูกธนูที่ผูกอยู่ข้างเอวของเขา กระบอกธนูของเด็กหนุ่มสะบัดหลุดและร่วงลงพื้น ลูกธนูทั้งหมดกระจายเต็มทาง เสียงฮือฮาดังขึ้นทั่วทั้งสนาม
“เฮ้! หมอนั่นเล่นวิธีสกปรกนี่นา” คูร้องขึ้นมาอย่างไม่พอใจ
“อีกนิดเดียวก็จะโดนตัวเจ้านั่นไปแล้ว” สายตาของริชาร์ดมองคุณชายตระกูลคิมอย่างหยามเหยียด “คนแบบนี้ ผนึกแห่งแสงไม่มีวันเลือกเขาอย่างแน่นอน”
“แล้วแบบนี้เขาจะแก้ปัญหายังไงนะ...” แคทเธอรีนเอ่ยอย่างแผ่วเบา สายตาของเธอยังคงจับจ้องไปยังเด็กหนุ่มลูกครึ่งคนนั้นอย่างไม่กะพริบตา
“กุงซูจะทำอย่างไรต่อไป ตอนนี้เขาไม่มีลูกธนูเหลือเลยแม้แต่ลูกเดียว แต่ยังเหลือมงกุฎสีทองอยู่นะครับ!”
เสียงโห่ร้องที่เคยดังสนั่นเงียบลงเหลือเพียงเสียงลมหายใจแห่งความตึงเครียด กุงซูหยุดม้าชั่วขณะ เขาก้มมองลูกธนูที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้น ใบหน้าของเขาแสดงท่าทีตื่นตระหนกออกมาอย่างชัดเจน แต่แล้วเขาทำแค่เพียงดึงลมหายใจเข้าลึกและปรับท่าทางบนหลังม้าของเขาใหม่อีกครั้ง
ฝ่ายคุณชายสูงศักดิ์ควบม้าของเขาไปยังมงกุฎทองคำ ซึ่งเป็นเป้าหมายสุดท้ายตั้งอยู่บนยอดเสาสูงกลางสนาม มันหมุนไปช้า ๆ อย่างยั่วยวนและท้าทายผู้เข้าแข่งขันเป็นอย่างยิ่ง
คิม โดฮยอนพยายามอย่างหนักเพื่อที่จะพิชิตมงกุฎทองนั่น ลูกธนูของเขาพุ่งออกไปครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ไม่อาจเข้าเป้าหมายได้ เสียงฮือฮาและเสียงกระซิบจากผู้ชมรอบสนามเริ่มดังขึ้น ความกดดันก่อตัวขึ้นบนใบหน้าของเขา เหงื่อเม็ดเล็กผุดขึ้นข้างขมับ สายตาคมกริบเริ่มสั่นไหว
“บ้าเอ๊ย!” คิม โดฮยอนพึมพำกับตัวเอง พลันเล็งธนูอีกครั้งด้วยมือที่สั่นเครือ ในขณะเดียวกัน กุงซูที่ไร้ลูกธนูเหลืออยู่ ยืนอยู่อีกฝั่งของสนาม เขายังคงนิ่งสงบเหมือนเดิม เขาไม่สามารถลงจากม้าได้ ถ้าหากเขาลงจากม้า นั่นก็เท่ากับว่าเขาแพ้
แม้จะไร้โอกาสในสายตาของผู้ชมส่วนใหญ่ แต่ดวงตาสีน้ำเงินของเขาส่องประกายเหมือนประกาศว่าการแข่งขันยังไม่จบ
“ไม่มีทางเลือกแล้วสินะ...”
