ตอนที่ 2 GAME OVER (2)
เอื้อก...
ผมนี่กลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอแทบไม่ทันกับประโยคคำถามที่พี่เขาพูดออกมาเลย สรุปผมโดนพี่เขาจับได้ว่ะ เอาไงดีวะกู!
"อะ...แอบถ่ายที่ไหนกันครับพี่ พี่คิดไปเองรึเปล่า?"
ผมยังพยายามทำใจดีสู้เสือปฏิเสธเป็นผู้ร้ายปากแข็งในห้องขัง ขณะที่สายตาราวประดุจเหยี่ยวของพี่เทวาก็จ้องผมตาไม่กะพริบราวกับจะจับผิด
ไม่รับซะอย่าง ใครจะทำอะไรเราได้วะ! (คิดแง่บวก)
"จริงเหรอ..." พี่เขาหรี่ตาถามอีกครั้งเหมือนไม่เชื่อคำพูดของผม
"จริงสิพี่" ผมก็ยังคงยืนยันคำตอบเดิม
ขืนโดนจับได้ตอนนี้ก็เสียชื่อเสียงประธานชมรมถ่ายรูปกันพอดี!
"งั้นพี่คงเข้าใจผิดเองสินะ...ที่ได้ยินเสียงเหมือนกดชัตเตอร์น่ะ"
พี่เป็นคนหูดีขนาดได้ยินเสียงชัตเตอร์ระดับ 1+ เลยเหรอเพ่!
"หูฝาดเปล่าครับ ผมแค่ผ่านมาโดยบังเอิญ พอดีเห็นว่าวิวแถวนี้สวยดีก็เลยถ่ายอ่ะ" ผมยังคงพยายามแถต่อไป
"พี่ว่าเรากำลังโกหกพี่อยู่นะ"
"พี่ก็คิดมากไปครับ"
"โกหกมันบาปนะ ไม่เคยได้ยินเหรอ 'มุสาวาทาเวรมณี' หมายถึง การละเว้นจากการพูดปดงดเท็จนะ รู้รึเปล่า?"
โอ้โห! ดูพี่แกสิครับ หาหลักฐานจับผิดผมไม่ได้ เล่นเอาคำสอนพระพุทธเจ้ามาเล่นงี้เลยเหรอ!?
"ผมรู้ แต่ผมว่าพี่เข้าใจผิดอ่ะ"
ขอโทษนะครับ ลูกช้างมีความจำเป็นในการทำบาปนะครับ... (กังวล)
กริ๊ก...
แต่เหมือนพี่ท่านแกไม่ยอมรับฟังคำพูดของผม อยู่ๆ ก็เอื้อมมือมาปลดสายคล้องกล้องอีกคนแล้ว!
เฮ้ย! หลักฐานแม่งอยู่ในนั้นหมดนะโว้ยยย!
"อะ...เอาคืนมานะครับ! พี่รู้ไหมว่าพี่กำลังยุ่งกับทรัพย์สินของคนอื่น!" ผมโวยวายแล้วพยายามแย่งกล้องคืน แต่อีกฝ่ายก็ชูกล้องขึ้นบนจนผมที่เตี้ยกว่าเขาเอาไม่ถึง
"ไม่ผิดก็อย่ากลัวสิน้อง เรื่องแค่นี้เอง? จริงไหม" พี่เทวาบอกยิ้มๆ
ฮึ่ย! ไอ้...ไอ้ผู้ชายหน้ามึน! รู้ดีอยู่แล้วไม่ใช่หรือไง
"ขอพี่ดูหน่อยละกันว่ามีรูปพี่ไหม ถ้าไม่มีเราก็เอาคืนไป" ว่าแล้วพี่เทวาก็ไม่รอช้าใช้นิ้วกดสวิตช์เพื่อเปิดกล้องทันที
"ไม่ได้นะพี่! พี่กำลังละเมิดสิทธิส่วนบุคคลอยู่นะ!"
ผมพยายามแย่งกล้องคืนอีกครั้งแต่ก็โดนอีกฝ่ายใช้มือเดียวดันหัวเอาไว้ ไอ้พี่ท่านแกก็เทพเกินไปแล้ว! เล่นใช้มือเดียวกดสวิตช์ในกล้องเอาแบบชิวๆ ยังงั้นอ่ะ!
"หืม..." แล้วจู่ๆ พี่แกก็ครางออกมาครับท่าน
ลางสังหรณ์เริ่มไม่ดีแล้วสิกู...
รู้สึกเหมือนจะ ฉิบหาย รอบสองยังไงชอบกล...
"เนี่ยน่ะเหรอ ที่บอกว่าไม่ได้แอบถ่ายพี่?"
พี่เทวาหันหน้ากล้องกลับมาให้ผมดู ในนั้นมีรูปที่พี่เทวากำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่
"คะ...คือว่า"
เงิบสิครับ ไปต่อไม่เป็นเลยงานนี้ ประวัติศาสตร์ในการแอบถ่าย 4,574 ครั้งของผมต้องมาหยุดอยู่แค่นี้เหรอวะ? อุตส่าห์สร้างสะสมชื่อเสียงมาตั้งนานนะเฮ้ย!
"ทำแบบนี้มันไม่ดีเลยนะ" พี่เทวาเอ่ยเสียงดุพร้อมทั้งยังตีหน้าโหดแทนหน้ามึนเมื่อกี้ซะงั้น
"ดะ...เดี๋ยวดิพี่! เรามีอะไรมาค่อยๆ คุยกัน ใจเย็นๆ หน่อยดีกว่าป่ะ?"
ผมพยายามไกล่เกลี่ยเกลี้ยกล่อมให้พี่เขาใจเย็นลงหน่อย ไม่งั้นมีหวังผมนี่ล่ะที่จะแย่เอา
"ทำแบบนี้? ยังจะให้พี่ใจเย็นอีกเหรอ? โทร 191 ง่ายกว่าไหม?"
1...191!! ก็พ่อมาอ่ะดิวะ!
ไม่ได้นะโว้ย! ขืนพ่อมาประวัติด่างพร้อย สมาชิกเผ่นแนบ เพื่อนๆ ทิ้งขว้างผมเป็นขยะ แล้วไหนจะงานพิเศษอีกอ่ะ ขืนที่นั่นรู้ว่าผมมีประวัติก่อคดีก็อดทำงานต่ออ่ะดิ!
"โธ่พี่! อย่าทำให้เรื่องเล็กเป็นเรื่องใหญ่น่าพี่! เรื่องแค่นี้ๆ จบๆ กันไปดีกว่านะครับ"
"ไม่ได้หรอก รู้ไหมว่าการ แอบถ่าย น่ะ มันผิดกฏหมายนะ"
"เฮ้ย จริงดิ!"
ผมแค่แอบถ่ายนะ! ไม่ได้ไปสร้างความเดือดร้อนอะไรให้ใครเขาสักหน่อย!
"จริง พี่แจ้งตำรวจจับเราได้เลยนะ"
พี่เทวาพูดน้ำเสียงจริงจังอีกครั้ง แลดูพี่เขาพูดจริงทำจริงซะด้วยสิ
"คือ พี่จะให้ผมทำยังไงอ่ะ พี่ถึงจะไม่แจ้งพ่อ (ตำรวจ) มาจับผมอ่ะ ผมยอมทำทุกอย่างเลย!"
ณ จุดๆ นี้ให้ผมคุกเข่าอ้อนวอนขอร้องผมก็ยอมแหละวะ! ขอแค่ไม่โดนตำรวจจับยัดเข้าตะรางเป็นพอ อะไรทำได้ก็ทำหมดแหละตอนนี้!
"เราจะทำทุกอย่างจริงๆ น่ะเหรอ?" พี่เทวาถามอีกครั้งเหมือนไม่แน่ใจในสิ่งที่ผมพูด
"จะ...จริงครับ! ขอแค่พี่อย่าแจ้งตำรวจเลยนะ ผมขอร้อง!"
ผมนี่แทบจะกราบขอขมาแทบเท้าพี่เขาอยู่แล้วนะเฮ้ย!
"ก็ได้ พี่ไม่แจ้งก็ได้ ตำรวจน่ะ..."
เดี๋ยวนะ บทมันจะง่าย ก็ง่ายไปป่ะ...
"จริงเหรอครับ!" ผมนี่แทบจะกระโดดโลดเต้นที่ตัวเองจะไม่มีประวัติ!
"จริง แต่ว่า..."
ทะ...ทำไมต้องมี 'แต่ว่า' ด้วยอ่ะ
"แต่ว่าอะไรครับ?"
"มีเงื่อนไขนะ"
นั่นไงล่ะ! ผมว่าแล้วว่าทุกอย่างต้องไม่จบง่ายๆ หรูๆ แบบที่ผมคิดไว้หรอก!
"อะไรล่ะครับ..."
"ก็แค่...ทำตามที่พี่พูดก็พอ ถ้าพี่เบื่อแล้วจะเลิกยุ่งกับเราเอง ตกลงไหม"
ผมรู้สึกได้เลยว่าชีวิตประจำวันอันแสนสุขของผมกำลังจะเปลี่ยนไปอย่างช้าๆ เพราะผู้ชายคนนี้ที่ ชื่อ เทวา
ตอนเย็น
"เฮ้อออ"
"แกจะถอนหายใจทำไมวะ? นี่ฉันเห็นแกถอนหายใจหลายรอบแล้วนะ!" พัดถามผมที่เอาแต่ถอนหายใจอยู่ด้วยความสงสัย
หายใจเข้าก็ถอน หายใจออกก็ถอน! ชีวิตมันต้องถอนนน!
"แกมีเรื่องกลุ้มใจอะไรรึไงอ่ะ เมื่อเช้าฉันยังเห็นแกดีๆ อยู่เลยนะโว้ย!"
ใช่...เมื่อเช้าอ่ะมันดี! แต่ตอนนี้มันไม่ดี๊ไม่ดีโว้ย!
แต่จะให้บอกพัดมันไปได้ไงล่ะ ว่าเซียนแอบถ่ายรูประดับพระกาฬแบบผมอ่ะ ถูกจับได้!
ขืนบอกไปมีหวังมันล้อผมไปแปดชาติได้มั้ง...
"ไม่มีอ่ะ"
ผมก็ทำได้แค่บอกไม่มีอะไรไป เพราะไม่อยากจะโดนล้อไปตลอดชีวิต บวกกับเรื่องที่โดนจับได้ก็เป็นความลับอีกต่างหาก จริงๆ การแอบถ่ายของผมน่ะ ก็ใช่ว่าไม่รู้หรอกว่ามันผิด แต่ทำไงได้! คนมันรัก! คนมันชอบ! ของแบบนี้ห้ามอยู่ด้วยเหรอ!
แล้วทีนี้ผมจะทำยังไงล่ะเนี่ย...กล้องแสนสำคัญราคาเฉียดหมื่นอีกตัวดันโดนผู้คุมแสนโหดริบไปซะได้แบบนี้ ถึงจะยังดีที่มีกล้องอีกตัวก็เถอะนะ แต่ไอ้กล้องตัวนั้นน่ะ ดันมีหลักฐานชิ้นสำคัญว่าผมทำผิดเนี่ยสิ
"น่าเบื่อจริงๆ เล้ย..." ผมพึมพำเบาๆ อย่างเหนื่อยใจ
"แล้วที่พี่แจ๊คเรียกแกไปคุยเมื่อเช้ามีอะไรอ่ะ"
แล้วจู่ๆ ต่อมเผือกเรื่องชาวบ้านของมันก็ทำงานซะงั้น... ระดับต่อมเผือกของไอ้พัดก็ใช่เล่นๆ ซะที่ไหน! มันเผือกจนเป็นชีวิตจิตใจเลยล่ะ
"ก็ไม่มีไรมากอ่ะ แค่พี่เขาติดต่อฉันไม่ได้ ก็เลยเป็นห่วง"
ผมบอก เลือกที่จะเลี่ยงเนื้อหาหลักๆ ที่พี่แจ๊คตั้งใจมาหาผมเพราะว่าเรื่องที่พี่เขาหาลูกค้ามาให้ ไอ้พัดไม่ได้รู้เรื่องพวกนี้ด้วยมันรู้แค่ว่าผมมีฐานลูกค้าประจำอยู่แล้ว
"หืม พี่แจ๊คคนดีแสนประเสริฐของแกนี่มันเทพบุตรชัดๆ เลยนะ"
แลดูมันประชดยังไงชอบกลแฮะ...
"แล้วไงอ่ะ คือแกอยากเผือก?" ผมถามมันกลับตรงๆ บ้าง ทีนี้มันก็พยักหน้ารัวๆ เลย
"ใช่สิ ก็ออกไปคุยกันตั้งนาน ฉันก็นึกว่ามีอะไรพิเศษๆ ซะอีกนะ"
"ก็อย่างที่บอกอ่ะ ว่าพี่เขาติดต่อไม่ได้เลยมาหาเพราะอยากรู้ว่าเป็นอะไรร้ายแรงหรือเปล่า ก็แค่นั้นแหละ"
เดี๋ยวตอนเย็นๆ ผมก็กะจะไปรับมือถือที่ฝากไว้ที่ร้านซ่อมมือถือคืนสักหน่อย เห็นช่างโทรมาบอกตั้งแต่เมื่อวานแล้วแหละว่าจะให้มารับมือถือได้เลยซ่อมเสร็จแล้ว แต่ติดปัญหาเนี่ยสิ...
ปัญหาอะไรน่ะเหรอ...
ก็...ไอ้คุณพี่เทวาไงครับ!
หลังจากเกิดเหตุการณ์โดนจับได้คาหนังคาเขา พี่เขาก็แบล็คเมล์ผมไปเรียบร้อยทั้งทางหลักฐานและคำพูด ผมนี่เถียงยังจะเถียงไม่ออกด้วยซ้ำ รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นผู้ร้ายที่ไม่มีทนายความมาช่วยสู้คดีอ่ะ แล้วยิ่งคิดถึงคำพูดของพี่เขาก่อนที่เราสองคนจะแยกย้ายกันไปเรียนด้วยแล้ว...
'อย่าหนีพี่ให้ยากเลย พี่น่ะตามหาตัวคนเก่งนะ'
'ผมเปล่าหนี พี่มีหลักฐานคามือซะขนาดนั้น ใครจะหนีได้ล่ะ (วะ) ครับ'
'ดี เราชื่ออะไรล่ะ?'
'น้ำหนึ่งครับ'
'พี่ชื่อ เทวา...ยังไงเลิกเรียนก็มาหาพี่ละกัน จะได้คุยกันต่อ ตอนสี่โมงนะ'
'แต่...แต่ผมมีธุระต่อนะพี่!'
'หรือจะให้พี่เรียก 191 ล่ะ?'
น่าน! เอาตำรวจมาขู่อีกแล้ว! มุขนี้มาบ่อยๆ ไม่ดีนะ! ฟังแล้วมีความรู้สึกเหมือนต้องไปอยู่ในซังเต!
'ก็ได้ครับ เลิกเรียนแล้วผมจะไปหาพี่'
'ว่าง่ายๆ โตไวๆ นะ'
เหมือนชม แต่ผมไม่รับโว้ย!
นั่นแหละ ผมเลยมานั่งเซงเป็นตูดไก่แบบนี้ไง ไอ้พัดถึงได้สงสัยนักสงสัยหนา จะหนีก็หนีไม่ได้ สุดท้ายผมก็ต้องทำตามที่พี่เทวาสั่ง เดี๋ยวพอเลิกเรียนแล้วก็ต้องไปหาพี่เขาที่ตึกคณะอีก
"ฉันว่าพี่แจ๊คแกนี่ห่วงแกแบบแปลกๆ ดีนะ หนึ่ง"
แล้วจู่ๆ พัดก็ยกประเด็นแปลกๆ มาพูดทำผมนี่เลิกคิ้วถามกลับ
"ยังไงล่ะ?"
"ก็กะอีแค่ติดต่อไม่ได้แค่นี้ ถึงกับต้องมาหาถึงที่เลยเหรอ จะจริงจังไรขนาดน้าน?"
ก็จริงอ่ะนะ คือตอนแรกผมก็คิดแบบที่พัดพูดเหมือนกันแหละ ทีแรกถ้ามาหาเฉยๆ ก็ดูจะเกินไปหน่อยสำหรับคนที่เป็นแค่รุ่นพี่ - รุ่นน้อง แต่พอพี่เขาบอกธุระมาก็ทำผมปัดความคิดนั่นออกไปทันที จริงๆ ผมเองก็ไม่คิดว่าแมนร้อยเปอร์เซ็นต์แบบพี่แจ๊คจะชอบเพศเดียวกันหรอกนะ หล่อๆ แมนๆ เรียนก็ดี อย่างพี่เขาน่าจะชอบเพศแม่มากกว่าอ่ะนะ
"แกก็คิดมากไปอ่ะ พี่เขาแค่เป็นห่วงรุ่นน้องแค่นั้นเอง" ผมบอก
"หรา ระวังเถอะ เกิดพี่เขาไม่ได้ห่วงแกเพราะแกเป็นแค่รุ่นน้อง แกจะหนาววว"
ดู ดู! ไอ้เพื่อนคนนี้มันขู่แบบนี้ คือคิดว่าผมกลัว? ไม่เลย บอกตรง...ถึงจะหวั่นไหวไปบ้างเพราะเขารูปร่างหน้าตาดีก็ตาม แต่ก็ไม่ได้หวั่นไหวอะไรขนาดนั้น แค่กระชุ่มกระชวยหัวใจแค่นั้นเองงง
"เออ เอาไว้ถึงวันนั้นก่อนละกัน"
ผมบอกแล้วฟุบหน้าลงกับโต๊ะอีกครั้ง ตอนนี้เรื่องพี่แจ๊คไม่ใช่เรื่องหลักที่ผมต้องมาพะวงขนาดนั้น เรื่องพี่เทวาสิ น่าพะวงและน่ากังวลกว่าตั้งเยอะ! ผมจะโดนพี่แกจิกหัวใช้ให้ทำอะไรแปลกๆ เปล่าวะ?
"แล้วนี่เดี๋ยวแกกลับเลยป่ะ?" พัดถามทั้งๆ ที่ตัวเองจัดของลงกระเป๋าเป้ใบเล็กอย่างเรียบร้อยอยู่
"อือ เดี๋ยวกลับเลยอ่ะ"
กลับกับผีสิ...ต้องไปหาเจ้าชีวิตก่อน!
"งั้นฉันกลับก่อนนะ ได้มือถือมาแล้วก็อย่าลืมไลน์มาบอกล่ะ" ผมพยักหน้ารับคำพูดของพัด ก่อนที่จะมองส่งไอ้พัดเดินออกจากห้องชมรมไป
ตอนนี้ที่ห้องชมรมก็เหลือแค่ผมคนเดียว ส่วนคนอื่นๆ ก็แยกย้ายกันกลับบ้านไปหมดละ หินขอตัวกลับไปเลี้ยงน้องสาวที่ยังเล็กอยู่ก่อน ส่วนอุ๊บอิ๊บต้องกลับไปช่วยงานที่บ้าน หวานหวานต้องไปเรียนพิเศษต่อ แหม ชีวิตคนอื่นแลดูมีสีสันเนอะ สีสันชมพูปิ๊งๆ เลยอ่ะ จริงๆ เวลานี้ผมก็ควรจะไปส่องพวกรุ่นพี่ที่สนามฟุตบอลเปล่าวะ? แต่ตอนนี้กลับไม่มีอารมณ์ทำห่าเหวอะไรเลยอ่ะ
ผมเงยหน้ามองนาฬิกาเรือนใหญ่ในห้องชมรม...
16:30
อ่า จริงๆ คือผมเลิกเรียนสามโมงกว่าๆ อ่ะแหละ แต่ยังยื้อไม่อยากไปอยู่ เอาง่ายๆ อ่ะ เลี่ยงจนวินาทีสุดท้ายเลยก็ว่าได้! จะหาว่าผมขี้ขลาดก็ได้เอ้า!
พี่เทวานัดผมตอนสี่โมง แต่นี่มันสี่โมงกว่าๆ แล้ว พี่เขาอาจจะกลับบ้านไปก่อนแล้วก็ได้ (พร้อมกล้องของผม) การที่เผชิญหน้ากับพี่เทวาไม่ได้แบบนี้ มันไม่ใช่สไตล์ผมอ่ะที่กลัวแบบนี้ ปกติผมเป็นคนกล้าโว้ย!
กล้าส่อง...
กล้าแอบดู...
นั่นแหละ คือความหมายของคำว่า 'กล้า' ของผม...
"ทำไงดีวะชีวิต!"
ผมนี่เครียดเหมือนหนูจนตรอกอ่ะ!
ก๊อก ก๊อก
ช่วงเวลาที่ผมกำลังเคร่งเครียดกับปัญหาที่ต้องเจออยู่ จู่ๆ ประตูหน้าห้องชมรมก็ถูกเคาะขึ้น ผมมองอย่างแปลกใจ สงสัยไอ้พัดมันจะลืมของรึเปล่านะ?
ก๊อกๆ ๆ!
แน่ะ! ยังมีเคาะรัวอีก! เดี๋ยวปั๊ดเจอดีไอ้พัด!
"รู้แล้วๆ เคาะอยู่ได้ ไปเปิดเดี๋ยวนี้แหละน่า!" ผมกระแทกเสียงใส่ เพราะคิดว่าไอ้พัดมันคงจะแกล้งเคาะประตูเร่งให้ผมเปิดให้มันเร็วๆ แหงๆ ผมลุกขึ้นเดินไปก่อนจะเปิดประตูให้อีกฝ่าย
"ไอ้พัด แกจะเลิกเคาะประตูแบบนี้ได้ยัง...เฮ้ย!"
ยังไม่ทันจะด่าอะไรอีกฝ่ายที่คิดว่าเป็นพัดเพื่อนผมจนจบประโยคเลย ผมก็อุทานออกมาเสียงหลงก่อนดิ! เพราะคนที่อยู่ตรงหน้าผมไม่ใช่ไอ้พัด! ตะ...แต่เป็น…พี่เทวา!
"ไง เลยเวลาที่นัดแล้วนะ ลืมกันหรือเปล่า?" พี่เทวาถามเสียงเรียบแต่ไอ้ผมสิเงิบแดกไปแระ
"พะ...พี่มาได้ไงอ่ะ?"
ผมถามเสียงสั่นกับเจ้าทุกข์ที่มาเรียกร้องถึงที่
"ทำไมพี่จะมาไม่ได้ล่ะ?" พี่เขาถามอย่างแปลกใจกับคำพูดของผม
"กะ...ก็"
ก็เพราะผมไม่ได้บอกพี่เทวาน่ะสิว่าผมน่ะอยู่ชมรมถ่ายรูปแล้วพี่เขารู้ได้ไงว่าผมอยู่ที่นี่ พี่เขาเป็นลูกหลานโคนันรึไง!
"อ๋อ สงสัยว่าพี่มาได้ไงน่ะเหรอ...พอดีแวะถามคนแถวนี้น่ะ ว่ารู้จักเจ้าของกล้องอันนี้รึเปล่า" บอกจบพี่เทวาก็หยิบกล้องเจ้าปัญหาของผมขึ้นมาให้ดู "พอถามๆ ไปหลายๆ คนก็ชี้มาที่นี่แหละ ดูเราจะดังใช่ย่อยเลยนะ ไปสร้างวีรกรรมอะไรไว้ให้ใครเขาจดจำรึเปล่าล่ะ"
แม่ง มาเป็นชุดเหมือนข้อสอบ ม.ต้น เลยเว้ยเฮ้ย!
"บ้าสิพี่! ใครเขาจะไปสร้างวีรกรรมแบบนั้นกัน แต่คนอื่นเขาแค่ชี้มั่วเปล่า!"
"อื้ม จริงๆ ก็คิดยังงั้นแหละ แต่เจอคนหนึ่งที่หน้าตึกอ่ะนะ ผิวสีแทนหน่อยๆ ตัวเตี้ยๆ"
พอพี่เทวาบอกลักษณะเจ้าของที่บอกที่อยู่ผมให้รู้ออกมา ผมก็นึกได้เลยว่าต้องเป็น...
ไอ้พัด! ไอ้เพื่อนทรยศ!
"แต่ไหนๆ ก็เจอกันแล้วนะ เราไปกันเลยไหม?"
"ปะ...ไปไหนอ่ะครับ"
ผมถามน้ำเสียงกังวลกับคำเชิญชวนของพี่เขา
"ไปที่ สน. มั้งครับ"
"..."
เงิบแดกรอบสองสิ...คือพี่เขาทำหน้าจริงจังมากอ่ะ ถึงจะมีคำว่า 'มั้ง' ก็เถอะนะ
"หึหึ ล้อเล่นน่ะ ก็ไปคุยข้อตกลงของ เราสองคน ไง"
เน้นจังแฮะ กับคำว่า เราสองคน เนี่ย คือ คุณพี่เทวาครับ ไม่ต้องเน้นก็ได้นะครับ แค่นี้ฉี่ก็จะราดแล้วครับ!
"ครับ..."
Game over แล้วว่ะไอ้หนึ่งเอ๊ย! ฮือออ
