Ep. 5
“พ่อฝากไอริด้วยนะหมอทรอย ไอริเป็นลูกสาวที่พ่อรักมาก พ่อเชื่อใจและวางใจให้หมอทรอยดูแลดวงใจของพ่อ” ป๊ะป๋าก็ทำยังกะรู้จักหมอทรอยมานานแสนนานมีเชื่อใจและวางใจว่าอีตาหมอนี่จะดูแลฉันได้
“ผิดเล็กผิดน้อยก็ให้อภัยกันนะ ถ้าอีกฝ่ายร้อนอีกฝ่ายก็ต้องเอาน้ำเย็นเข้าลูบ ดูแลกันไปจนแก่เฒ่า” ลุงธวัชชัยลูบศีรษะของเราทั้งสองคนเบาๆ จากนั้นก็ถึงช่วงเวลาที่ฉันต้องอยู่กับเจ้าบ่าวที่เพิ่งจะรู้จักหน้าค่าตาตามลำพัง หมอทรอยกำลังปลดกระดุมชุดไทยสองเม็ดเพื่อคลายความอึดอัด
“ไอริจะไปอาบน้ำก่อนไหม?” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ดวงตาเรียวรีสีอ่อนหันมาสบตาฉัน ใบหน้าเรียบเฉยนั้นไม่ได้ยิ้มเลยสักนิด
“ค่ะ” ฉันตอบและลุกพรวดขึ้นอย่างรวดเร็ว จนไปนั่งจับกบบนพื้น มือหนาประคองฉันขึ้นมา
“เจ็บไหม?” หมอหนุ่มถามน้ำเสียงเจือความเป็นห่วง
“มะ..ไม่ค่ะ” ฉันส่ายหน้าและเดินกะเผลกเข้าห้องน้ำ ชุดไทยที่ว่าถอดยากมาก ฉันเอื้อมมืออ้อมหลังเพื่อจะรูดซิปแต่ทำไม่ได้สักที เมื่อเช้าพี่เก๋เป็นคนช่วยใส่ชุดนี้ให้ หลังจากพยายามหลายรอบฉันก็ตัดสินใจบากหน้าไปขอความช่วยเหลือจากคนตัวสูงที่นั่งเล่นสมาร์ทโฟนอยู่บนเตียง
“ช่วยรูดซิปให้ได้ไหมคะ” ฟังดูร้อนๆหนาวๆเหมือนกันที่มาขอให้เจ้าบ่าวถอดชุดให้ เค้าจะคิดว่าฉันอ่อยไหมนะ..
มือหนาแตะลงบนแผ่นหลังอย่างแผ่วเบาๆ แค่แตะตัวแต่ฉันถึงกับร้อนวูบวาบเพราะพื้นที่ตรงนั้นไม่เคยมีชายใดได้แตะต้องไงล่ะ ฉันแอบกลั้นหายใจเมื่อหมอทรอยค่อยๆรูดซิปลงมาจนถึงกลางหลังในส่วนที่ฉันสามารถทำต่อได้เอง
“ขอบคุณค่ะ” ฉันเข้าไปอาบน้ำด้วยความเร็วสูงและเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ไม่ได้เซ็กซี่ปลุกใจเสือป่าแม้แต่นิดเดียว มันก็คือชุดกีฬาแขนยาวขายาวปิดบังทุกส่วนสัดเพราะฉันมีเรื่องต่อรองกับเขา พอฉันออกมาจากห้องน้ำ หมอทรอยแทบไม่ได้ชายตามองฉันเลยเขาเดินผ่านฉันเหมือนกับฉันไร้ตัวตนและเดินเข้าห้องน้ำ ไม่นานนักเสียงเปิดประตูห้องน้ำก็ดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงที่สวมกางเกงผ้าขายาวและท่อนบนเปลือยอก ย้ำ..แผงกล้ามขาวจัดเปิดเปลือยความชัดแบบฟูลเอชดีลอยเด่นเป็นสง่าอยู่ตรงหน้าฉัน แถมสายตาเจ้ากรรมของฉันก็จ้องมองอย่างสนใจจนตาแทบถลน ไม่ใช่ว่าจะไม่เคยเห็นตอนไปเที่ยวทะเลตอนอยู่อังกฤษก็เห็นเป็นร้อยๆกล้ามอก แต่ซิกแพ็กซ์ของหมอทรอยมันเรียงตัวสวยไม่ได้ใหญ่เว่อร์จนน่ากลัวเหมือนก้ามปูดูน่ามองจนฉันไม่อาจละสายตาไปจากตรงนั้นได้
“ผมชอบนอนไม่ใส่เสื้อ ไอริจะว่าอะไรไหม?” หมอหนุ่มบอกพลางใช้ผ้าเช็ดผมที่เพิ่งสระ ช๊อตนั้นทำไมมันดูเซ็กซี่อย่างบอกไม่ถูก จริงๆแล้วขอนแก่น บอยของฉันก็ดูดีเหมือนกันนี่นา แต่ถึงยังไงไอ้การจะเทียบชั้นกับเอเดรียน แฮมิลตันยังห่างไกลอยู่ร้อยล้านปีแสง
“หมอทรอยนอนบนพื้นนะคะ เราไม่นอนบนเตียงด้วยกันค่ะ” ฉันจัดการเอาฟูกสำรองกองไว้ข้างๆเตียง ถ้านอนร่วมเตียงใครจะกล้ารับประกันว่าหมอหนุ่มที่ทำหน้านิ่งๆจะไม่เกิดหื่นมาปล้ำฉัน..
“ไอริดูหนังมากไปรึเปล่า ผมไม่บังคับขืนใจใครหรอกถ้าเจ้าตัวไม่ยอม ต่อให้นอนกอดผมก็ไม่เกิดอารมณ์ง่ายๆ โดยเฉพาะคนที่ไม่รัก” เขาเน้นคำว่าไม่รักชัดเจน จริงสินะ!! เราแต่งงานโดยความต้องการของผู้ใหญ่ความรักที่ว่านั้นมันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนอยู่แล้ว
“ไม่รักแล้วทำไมยอมแต่งงานกับคนแปลกหน้าล่ะ สติยังมีอยู่มั้ย?” ถ้าอีตาหมอไม่ยอมแต่งก็จบนี่ยังบ้าจี้ทำตามที่ผู้ใหญ่ขอร้องอีก ไม่บ้าก็เมาแล้ว
“เป็นลูกก็ต้องกตัญญูถ้าพ่อแม่เห็นว่าดีแล้วก็ต้องทำ ผมไม่เห็นว่าจะต้องใช้สติตรงไหน ความกตัญญูเป็นเครื่องหมายของคนดี” นี่ฉันกำลังถูกด่าทางอ้อมใช่ไหม? ทำไมรู้สึกหน้าชาไปทั้งแถบ
“ถ้าไอริไม่ยอมห้ามแตะเนื้อต้องตัวไอริ หมอทรอยจะทำได้รึเปล่า?” ฉันยังแอบมีความหวังจะกลับไปเฉิดฉายบนเส้นทางแห่งความฝันบนรันเวย์ ถึงตามนิตินัยฉันจะเป็น นางลลิลเมษย์ วิชยะเกียรติคุณไปแล้ว แต่ทางพฤตินัยฉันต้องถ่วงเวลาไว้ก่อน..ยิ่งนานเท่าไหร่ยิ่งดีกับตัวฉันเอง..
“ไม่แน่ใจเหมือนกันครับ ผมก็เป็นผู้ชายคนหนึ่งมีอารมณ์มีความรู้สึกเป็นธรรมดา” เสียงทุ้มนั้นพูดด้วยเสียงเรียบๆ แต่ทำให้ใบหน้าฉันร้อนผ่าวขึ้นมา
“ไหนบอกว่าจะไม่บังคับขืนใจถ้าไอริไม่ยอม” ฉันอ้างในสิ่งที่เขาพูดไปก่อนหน้านี้เพื่อต่อรองกับหมอทรอยผู้ซึ่งมีสิทธิ์ในตัวฉันทุกอย่างในฐานะสามี
“ไอริไม่ยอมก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมก็เล้าโลมให้ไอริยอมจนได้แหละ!!” ดวงตาสีอ่อนสบตาฉันอย่างสื่อความหมายว่าเขาหมายความอย่างนั้นจริงๆ ฉันถึงกับต้องหลบสายตาคู่นั้นของเขาแถมยังรู้สึกสะบัดร้อนสะบัดหนาว..อีตาหมอทรอยนี่ไม่ใช่เล่นๆเลยนะเนี่ย..
