ตอนที่ 6 อย่าขัดใจคริสโตเฟอร์ ลุฟฟ์
โอเมก้าตัวน้อยเดินทางมาถึงโรงพยาบาลในเวลาไม่ถึงสามสิบนาที ช่องทางด้านหลังยังคงปวดร้าวทุกครั้งที่เคลื่อนไหวทว่าต้องทำให้เหมือนเป็นปกติที่สุด
ร่างบางกึ่งเดินกึ่งวิ่งด้วยความดีใจ มือสองข้างกระชับกระเป๋าสะพายหลังก่อนจะชนเข้าอย่างจังกับคนที่เดินสวนออกมา
"อุ๊ย"
"โอ๊ย" พีชญาล้มก้นจ้ำเบ้ากับพื้นเพราะไม่ทันตั้งตัว ต่างจากคนนั้นที่แค่เซถอยหลังนิดหน่อยทว่าเอกสารร่วงหล่นกระจัดกระจายเต็มพื้น
"ขอโทษนะครับ เป็นอะไรมากหรือเปล่า"
"มะ ไม่เป็นไรครับ"
พีชญาเงยหน้าจากพื้น ร่างบางยื่นมือขาวเรียวมาตรงหน้าเพื่อฉุดให้พีชญายืนขึ้นพร้อมส่งรอยยิ้มหวานจริงใจมาให้
โอเมก้าผู้ดีผมสีน้ำตาลอ่อนยาวระต้นคอ แว่นตากันแดดสีชาทรงเหลี่ยมเข้ากับใบหน้าเล็กไม่หยอก พูดเป็นภาษาไทยแปลกๆคงเพราะเป็นชาวต่างชาติหรือไม่ก็คงเป็นลูกครึ่ง
ผิวของอีกฝ่ายขาวเนียนละเอียดไร้ไรขน ทั้งสวยและน่ารักเกินคำบรรยายจนเขาเองยังอึ้ง
"ผะ ผมช่วยครับ" คนตัวเล็กกว่าพูดตะกุกตะกักเพราะยังตกคงตะลึงในความสวยของอีกฝ่าย
พอตั้งสติได้พีชญาช่วยอีกฝ่ายเก็บเอกสารก่อนจะเห็นตัวหนังสือภาษาอังกฤษตัวใหญ่
'Pregnancy test results'
'Belly'
พีชญามองใบหน้าสวยหวานของคนตรงหน้าก่อนจะยกยิ้ม
"ยินดีด้วยนะครับ"
คิ้วสวยได้รูปเลิกขึ้นน้อยๆก่อนจะเอ่ย "ขอบคุณครับ"
โอเมก้าผู้ดีถอดแว่นกันแดดออกเผยนัยน์ตาสีเขียวน้ำทะเล ตาหวานใต้แพขนตาหนางอนกลมโตน่ารัก ก้มเก็บเอกสารที่กระจายไปทั่วสารทิศต่อและรับกระดาษสีขาวจากมือพีชญาก่อนจะส่งยิ้มหวาน เอ่ยขอบคุณอีกครั้งอย่างเป็นมิตรแล้วเดินจากไป
ร่างบางเดินผ่านไปแล้วแต่กลิ่นฟีโรโมนหอมเย้ายวนจากตัวอีกฝ่ายยังติดอยู่ที่ปลายจมูก กลิ่นหอมอ่อนๆของดอกมิโมซ่าให้ความรู้สึกปลุกเร้าและน่าค้นหา
มีเสน่ห์ดึงดูดแม้แต่โอเมก้าด้วยกัน
คนอะไรนอกจากจะสวยราวนางฟ้าแล้วยังตัวหอมมากๆอีกต่างหาก พีชญาคิดก่อนจะยกมือทั้งสองข้างกระชับสายกระเป๋าและเดินต่อไปยังจุดหมายที่ตั้งใจ
หลังจากที่เดินมาถึงห้องคนไข้ VIP โอเมก้าตัวน้อยมองหมายเลขหน้าห้องอีกครั้งเพื่อความชัวร์ว่าไม่ผิดห้องเป็นแน่แล้วจึงเปิดประตูเข้าไปอย่างไม่รอช้า
ภายในห้องกว้างขวางสะอาดตา กลางห้องมีเตียงและอุปกรณ์ทางการแพทย์หลายอย่างที่พีชญาไม่รู้จัก แสงสว่างในห้องถูกปรับให้สลัวๆ มีโซนต่างๆถูกจัดไว้ชัดเจน ห้องน้ำ ห้องนอน ห้องกินข้าว
ราคาต่อคืนคงแพงน่าดู
"พีช มาแล้วหรอลูก"
"ครับ" พีชญาเดินเข้าไปใกล้ก่อนจะหยุดข้างเตียงคนไข้ "อาการแม่เป็นไงบ้างครับ"
"คุณหมอบอกว่าดีขึ้นแล้วล่ะลูก”
"แต่ทำไมยังไม่ฟื้นสักทีล่ะครับ”
“คุณหมอฉีดยานอนหลับให้น่ะ เพราะอยากให้พักผ่อนมากๆ ร่างกายจะได้ฟื้นตัวได้เร็วๆ”
“เหรอครับ”
มารดาของเขายังคงหลับอยู่ มีสายระโรงระยางเต็มไปหมดจนมองไม่เห็นใบหน้า
"ห้องนี้กว้างมาเลย แถมยังมีคุณหมอคุณพยาบาลมาดูอาการให้ตลอด พีชไม่ต้องเป็นห่วงนะลูก"
"เดี๋ยวแม่ก็ฟื้นใช่ไหมครับเจ๊" สิ่งที่พีชญาพอจะทำได้ก็แค่รอและภาวนาให้มารดาอย่าทรุดไปกว่านี้
"ใช่จ้ะ พี่น้อยเข้มแข็งจะตาย เดี๋ยวก็ฟื้นแล้ว" น้ำพูดปลอบ "ว่าแต่เรื่องค่ารักษาและห้องนี้มันยังไงกันลูก"
"พีชก็ทำงานไงครับเจ๊"
"แล้วไปเอาเงินจากไหนมาจ่ายค่ารักษาเยอะขนาดนี้ล่ะลูก ไหนจะค่าผ่าตัดอีก" น้ำถามในสิ่งที่สงสัย
เธอได้ยินพยาบาลคุยกันว่าเรื่องค่ารักษามีคนจัดการให้แล้ว แถมคุณหมอที่ผ่าตัดพี่น้อยในครั้งนี้ยังเป็นหมอฝรั่งตัวโตเท่าตึกไม่ใช่หมออลันคนเดิม
พีชญาคิดอยู่แล้วว่ายังไงเจ๊น้ำก็ต้องถามคำถามนี้ ร่างบางคิดคำตอบอยู่นานก่อนที่จะเลือกโกหกคำโตออกไป
"พีชไปทำความสะอาดแล้วเจอเจ้านายที่ใจดีมีเมตตา ท่านเลยให้พีชยืมเงินก่อนน่ะครับ"
เขาไม่กล้าบอกความจริงเพราะกลัวว่าถ้าแม่และเจ๊น้ำรู้ความจริงว่าเขาหาเงินมาด้วยวิธีไหนอาจจะทำให้ทุกคนคิดมากได้
"แต่เงินตั้งเยอะตั้งแยะนะลูก" น้ำยังถามต่อ
"ใช่ครับเจ๊ ท่านเห็นว่าพีชเก่งภาษาเลยอยากให้พีชเป็นเลขาส่วนตัวและให้เงินเดือนที่สูงเป็นพิเศษน่ะครับ" พีชญาตอบ "แต่ว่าเวลางานจะไม่เหมือนที่ทำปกติ แล้วแต่ท่านจะเรียกใช้เพราะท่านต้องไปติดต่อธุรกิจหลายที่ อาจจะได้บินติดตามท่านไปต่างประเทศบ้าง"
"อ้อ งานเลขา เหมาะกับพีชดีนะลูก พีชของเจ๊ทั้งเก่งทั้งฉลาดแถมยังสวยอีกด้วย" พีชญามองใบหน้าที่เปื้อนยิ้มและแววตาที่สดใสขึ้นมากของเจ๊น้ำก็พลอยยิ้มตาม “เมื่อคืนเจ๊นอนหลับสบายมากเลย นอนอยู่ในห้องนั้นทั้งคืนเลย ตื่นขึ้นมาอีกทีก็ตอนเช้า”
คนอายุมากกว่ามองไปที่ห้องรับรองสำหรับญาติที่อยู่ใกล้ๆกัน เป็นคืนแรกที่ได้หลับสนิทในรอบหลายคืนที่ผ่านมา ไม่ต้องคอยกังวลเรื่องอาการของพี่น้อยเพราะมีคุณพยาบาลพิเศษคอยดูให้ตลอด
“เจ๊พักผ่อนเยอะๆนะครับ”
“พีชก็เหมือนกันนะลูก ตั้งใจทำงาน ไม่ต้องคิดมากเดี๋ยวทางนี้เจ๊ดูแลให้เอง”
พีชญารู้สึกขอบคุณทุกอย่าง ขอบคุณเจ๊น้ำ ขอบคุณคนรอบข้างทุกคนที่คอยช่วยเหลือ
แม้โชคชะตาจะเล่นตลก ส่งแบบทดสอบอะไรมาอีกต่อจากนี้เขาก็จะผ่านมันไปให้ได้
….
Line Line Line
พีชญาเผลอหลับไปหลังจากทานมื้อกลางวันเสร็จเนื่องจากร่างกายอ่อนเพลียเพราะพักผ่อนไม่เพียงพอมาหลายวัน
ตอนนี้เป็นเวลาห้าโมงเย็น ร่างเล็กสะดุ้งตื่นเพราะเสียงแอปพลิเคชั่นไลน์ดังขึ้นรัวๆ พีชญาหยิบสมาร์ทโฟนที่วางคว่ำหน้าบนโต๊ะกระจกตรงหน้าขึ้นมาดูก่อนจะตกใจเมื่อเห็นโปรไฟล์คนที่ส่งข้อความเข้ามา
Christopher: อยู่ที่ไหน?
Christopher:โรงพยาบาลใช่ไหม?
Christopher: เดี๋ยวให้คนไปรับ
ร่างบางมองหน้าจอสี่เหลี่ยมอย่างอึ้งๆ คนบ้าอะไรถามเองตอบเอง แล้วพิมพ์มาเป็นภาษาไทยถูกได้ยังไงกัน
ชั่งใจอยู่นานว่าจะตอบดีไหมกระทั่งเสียงประตูเปิดและปิดดังขึ้นในเวลาต่อมา
"รอนานไหม เจ๊ขอโทษนะลูกพอดีเจ๊แวะตลาด ดูสิได้ของกินมาเยอะแยะเลย" ว่าพร้อมยกถุงในมือทั้งสองข้างขึ้นให้ดู
"ไม่เป็นไรครับเจ๊ ยังไม่ถึงเวลางานหรอก"
พีชญาเดินไปถือของเข้าไปเก็บในห้องครัวให้พร้อมพูดคุยกับเจ๊น้ำเพลินจนลืมเรื่องโทรศัพท์ไปเลย
….
"ยังไม่ออกมาอีกหรอ"
[ยังครับนาย]
คริสโตเฟอร์ส่งลูกน้องให้ไปรอรับพีชญาที่โรงพยาบาลตามที่คุยกันไว้เมื่อเช้าทว่าคนของเขาที่ปักหลักรออยู่หน้าโรงพยาบาลแจ้งว่าพีชญายังไม่ออกมาจากห้องของมารดาสักที โทรไปก็ไม่รับสาย ส่งข้อความไปก็ไม่ตอบ
อัลฟ่าหนุ่มมองดูสมาร์ทโฟนรอบที่ร้อยได้ เปิดค้างที่หน้าแอปพลิเคชั่นไลน์ที่ขึ้นโชว์ว่า Read แต่ไม่มีการตอบกลับ
เขารีบเคลียร์งานตั้งใจว่าจะให้คนไปรับพีชญามาทานดินเนอร์ด้วยกันแต่กลับไม่เป็นไปตามที่ตั้งใจไว้
ชายหนุ่มพ่นลมหายใจแรงๆหลายทีเพื่อระบายความหงุดหงิด
ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงทำตัวแบบนี้
ตั้งแต่เกิดมาคนอย่างคริสโตเฟอร์ ลูฟเฟอร์ ไม่เคยต้องรอใครนานขนาดนี้มาก่อน ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปตามที่ใจต้องการเพียงแค่เอ่ยปากออกไป
ไม่เคยมีใครเคยขัดใจ!
เขาทำงานมาหลายอย่าง เซ็นสัญญาพันล้านแม้กระทั่งเจรจาต่อรองธุรกิจมาก็มาก ดูแลปกครองลูกน้องมาก็หลายร้อยชีวิต
ทว่าพีชญาเป็นอะไรที่ควบคุมยากที่สุดในชีวิตที่เคยเจอมาแล้ว
“ฮึ! จะเอาแบบนี้ใช่ไหม”
Line!
เสียงไลน์ดังขึ้นอีกครั้งในเวลาเกือบหนึ่งทุ่ม
Christopher : come up to me on the roof
พีชญากระพริบตาปริ่มๆ มองตัวหนังสือประโยคสั้นๆที่ค้างบนหน้าจออยู่นานก่อนหน้าจอจะดับไป ใจจะเต้นรัวแรงขึ้นอย่างไม่ทราบสาเหตุ
จะให้เจ๊น้ำกับแม่รู้เรื่องนี้ไม่ได้เด็ดขาด
“พะ พีชไปทำงานก่อนนะครับเจ๊”
“จ้าลูก”
"ฝากดูแลแม่ด้วยนะครับ"
"ไม่ต้องเป็นห่วงจ้ะ ไปดีมาดีนะลูก"
“ครับ”
บอกลาผู้ใหญ่ก่อนจะวิ่งมารอลิฟต์เพื่อขึ้นไปยังชั้นดาดฟ้า เขาทั้งกลัวและสับสน สมองหนังอึ้งจนคิดอะไรไม่ออก
เกิดอะไรขึ้น คริสโตเฟอร์มาทำอะไรที่นี่
ลมแรงพัดเข้าหน้าทันทีที่เปิดประตูออกมา พีชญายืนนิ่งก่อนจะเพ่งสายตามองไปข้างหน้า
ร่างสูงยืนอยู่ตรงหน้าในชุดสูทกึ่งทางการสีเทาเข้ม ด้านหลังเป็นเฮลิคอปเตอร์ที่ยังติดเครื่องค้างไว้อยู่
เขาจะทำอะไรกันแน่
“ขึ้นมาสิ”
“ครับ? ขะ ขึ้นเฮลิคอปเตอร์เนี้ยนะ” พีชญาตะโกนถาม
“อืม”
“ละ แล้วคุณจะเป็นคนขับเหรอ”
“ก็ใช่น่ะสิ” อัลฟ่าหนุ่มบอกก่อนจะดึงมือพีชญาให้เดินเข้ามาใกล้ อุ้มร่างบางขึ้นนั่งฝั่งข้างคนขับอย่างง่ายดาย
ขายาวเดินอ้อมไปนั่งประจำที่คนขับด้วยความเร่งรีบ มือหนาทำหน้าที่คาดเบลล์ก่อนจะสวมหูฟังให้
“ปะ ไปไหนครับ” พีชญาทั้งกลัวทั้งตื่นเต้นจนเกร็งไปทั้งตัว หันรีหันขวางเพราะเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ขึ้นฮอลล์ส่วนตัว
ส่วนคนขับ ไว้ใจได้แค่ไหนก็ไม่รู้
“เดี๋ยวก็รู้เอง” อัลฟ่าหนุ่มยกยิ้มมุมปาก “ซีทีวันทรีโอที ลูฟเฟอร์พร้อมนำเครื่องขึ้นแล้ว”
‘รับทราบครับลูฟเฟอร์’
มือซ้ายจับ Colleective Control บังคับทิศทาง สายตาคมจับจ้องวิวทิวทัศน์ด้านหน้า ตึกรามบ้านช่องเปิดไฟส่องสว่าง ด้านล่างเนืองแน่นไปด้วยนักท่องเที่ยว น้ำทะเลใสกระทบแสงระยิบระยับสวยงาม ใช้เวลาไม่ถึงสิบนาทีก่อนจะลงจอดบนชั้นดาดฟ้าของห้างสรรพสินค้าใกล้ๆในเครือฟลาเวียโออินเตอร์พลายกรุ๊ป
“จัดการที” อัลฟ่าหนุ่มสั่งเสียงเรียบก่อนจะปล่อยมือบางให้เป็นอิสระ “อ้อ ขอชุดที่มันถอดง่ายๆหน่อยนะ”
“คุณ!” พีชญามองค้อน ใบหน้าเนียนเห่อร้อนด้วยความขัดเขิน
คนบ้า คิดเป็นแต่เรื่องเดียวหรือไงกัน
“ได้เลยค่ะคุณคริสโตเฟอร์”
พีชญาก้มหน้าจนชิดอกหลังจากถูกมองแซวๆจากพนักงาน โอเมก้าตัวน้อยถูกนำเข้าห้องลองชุด
พนักงานสามคนจับเสื้อจับกางเกงมาทาบตัวเขา วิ่งวุ่นกันหาเครื่องประดับ รองเท้าและกระเป๋าให้เข้าชุดในเวลาเร่งรีบ
พีชญาถูกจับแต่งตัวราวกับเป็นตุ๊กตา ร่างเล็กถูกจับหันรีหันขวางเปลี่ยนไปหลายชุดเหมือนกันกว่าจะได้ชุดตามที่คุณคริสโตเฟอร์รีเควสมา
“ชุดนี้เข้ากับชุดคุณคริสโตเฟอร์ที่สุดแล้ว เป็นคอลเล็กชันใหม่ล่าสุดเลยค่ะ”
“ผิวคุณพีชนี่เนี้ยนเนียนนะคะ” พี่พนักงานว่าขึ้นตอนที่แต่งหน้าและจัดแต่งทรงผมให้เขา
“ขะ ขอบคุณครับ” พีชญามองตัวเองผ่านกระจกเงาบานใหญ่ ทำตัวไม่ถูกเมื่อถูกชมอย่างซึ่งหน้า เขาไม่รู้เรื่องแฟชั่นอะไรมากนักหรอก เป็นประเภทซื้อเสื้อผ้าที่ใส่ได้นานๆมากกว่า
คริสโตเฟอร์หากิจกรรมทำระหว่างรอโดยการเลือกเสื้อผ้า กระเป๋าและเครื่องประดับหลายแบบหลายสไตล์ส่งให้คนติดตามก่อนจะยื่นวีไอพีการ์ดให้พนักงานสาวที่ทำหน้าที่แนะนำสินค้าให้
ไม่ใช่ของเขาหรอกแต่เป็นของพีชญาต่างหากล่ะ
“ช่วยจัดไซส์ให้ด้วยนะ”
“ค่ะ คุณคริสโตเฟอร์”
“เอาไปเก็บที่เพ้นเฮาส์ด้วย” ก่อนจะหันไปสั่งคนให้นำชุดไปเก็บให้
“รับทราบครับท่าน”
แกร๊ก!
“เสร็จแล้วค่ะ”
ประตูห้องลองเสื้อออกมาพร้อมปรากฎร่างบางในชุดเสื้อบอดี้สูทสีดำสนิท เสื้อชั้นในลูกไม้แหวกลึกจนถึงเนินอก ทับด้วยโอเวอร์โค้ทสีขาวคาดด้วยเข็มขัดแบรนด์ดังให้เห็นทรวดทรงมากขึ้น สร้อยคอแบบโซ่ตาข่ายสีทองระยิบระยับต้องแสงไฟ ผมสีดำสนิทถูกมัดขึ้นครึ่งหัวแต่งหน้าอ่อนๆโทนน้ำตาลนู้ดดูต่างจากพีชญาคนเดิมราวกับคนละคน
คริสโตเฟอร์ยกยิ้มพอใจ ตาคมสีนิลกาฬหรี่ไม่ลดละไปจากดวงหน้าหวาน กลิ่นหอมของดอกไม้นานพันธุ์ลอยคละคลุ้งไปทั่วอากาศ อัลฟ่าหนุ่มรับรู้ได้ทันทีว่าไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมราคาแพงแบรนด์ไหนหากแต่เป็นกลิ่นเฉพาะตัวของโอเมก้าตัวน้อยตรงหน้าต่างหาก
“คุณคริสโตเฟอร์”
“….”
“คุณคริสโตเฟอร์คะ”
“อะ อื้ม! เมื่อกี้ว่าไงนะ” ร่างสูงได้สติหลังจากนิ่งไปราวกับตกอยู่ในภวังค์
“เป็นไงบ้างคะชุดนี้โอเคหรือเปล่า”
“ก็โอเค ดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาหน่อย” ตาคมจ้องสำรวจร่างบางตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าก่อนจะลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ “ไปกันเถอะ ฉันหิวจนตาลายไปหมดแล้ว”
ย้ำคำว่าหิวก่อนจะยกยิ้มแล้วเดินนำออกไปก่อน
….
ใช้เวลาเดินทางประมาณสิบนาทีก็มาถึงที่หมาย โอเมก้าตัวน้อยมองซ้ายมองขวาหลังจากเฮลิคอปเตอร์จอดนิ่งสนิท
มือบางจับสายคาดเบลล์แน่นตั้งแต่ตอนที่เฮลิคอปเตอร์ลอยเหนือน้ำทะเลมาจนถึงที่หมาย เขากลัวมากๆว่ามันจะตกลงไปในน้ำทะเลเหมือนในหนังที่เคยดูมา
“ทะ ที่นี่คือที่ไหนเหรอครับ”
“บ้านฉันเอง”
เกาะส่วนตัวที่บิดามารดามอบให้เป็นของขวัญในวันหมั้น เดิมทีเขาตั้งใจจะสร้างบ้านหลังนี้ขึ้นมาเพื่อเป็นเรือนหอในอนาคต
ทว่าตอนนี้คงไม่ได้ใช้แล้ว
การตกแต่งด้วยโทน Rustic elegance ตัวบ้าน 3 ชั้น มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งอ่างอาบน้ำ สปา และห้องออกกำลังกายที่มีอุปกรณ์มากมาย ตกแต่งด้วยวัสดุคุณภาพดี นำเข้าจากหลากหลายประเทศทั่วโลก
คริสโตเฟอร์ทุ่มไม่อั้นเพราะเขาชอบที่นี่มากและตั้งใจว่าจะย้ายมาอยู่ที่นี่ถาวรหลังจากแต่งงาน
พีชญามองสำรวจบ้านหลังโตที่อยู่ไกลๆ ไม่สิ ต้องเรียกว่าคฤหาสน์ถึงจะถูก
พื้นที่โดยรอบมีแต่ต้นไม้และทะเลลายล้อมกินเนื้อที่ทั้งเกาะ ลึกลับและน่ากลัวจนคิดว่าตอนนี้เขายังอยู่ในประเทศไทยจริงๆหรือเปล่า
“ลงสิ” เสียงทุ้มดังขึ้นเป็นครั้งแรกหลังจากนำเครื่องลงจอด
“ผมเอาออกไม่เป็นอ่ะ” พีชญาต่อสู้กับสายเบลล์อยู่นาน ทั้งแกะทั้งแงะยังไงก็ไม่ออก
"มา ฉันช่วย" ร่างสูงกระตุกยิ้มหนึ่งที มือหนาปลดเข็มขัดให้อย่างง่ายดายก่อนจะเดินอ้อมมาอีกฝั่งเพื่ออุ้มร่างเล็กลงจากฮอลล์ส่วนตัว
"ขอบคุณครับ"
เป็นอีกครั้งที่ทำให้คริสโตเฟอร์ยิ้มออกมาอย่างไม่ทราบสาเหตุสายตาคมทอดมองคนตัวเล็กอย่างนึกเอ็นดู
เด็กคนนี้มีความน่ารักแบบธรรมชาติโดยไม่ต้องปรุงแต่งใดให้มากมาย
เนื่องจากลานจอดเฮลิคอปเตอร์อยู่ไกลจากตัวบ้านมากจึงต้องนั่งรถต่อเข้ามาอีก บ้านหลังใหญ่บนเกาะส่วนตัวกินพื้นที่เกือบร้อยไร่ สองข้างทางมีไฟส่องสว่างและกล้องวงจรปิด บอร์ดี้การ์ดผลัดเวรยืนตาจุดต่างๆเพื่อรักษาความปลอดภัยให้แก่นายเหนือหัว
มองจากที่ไกลๆว่าใหญ่แล้วมองใกล้ๆยิ่งไม่มีคำบรรยาย
ต้องเกิดอีกกี่ชาติถึงจะมีเงินสร้างบ้านหลังใหญ่โตขนาดนี้ได้นะ
เมอร์เซเดสเบนซ์สามคันจอดนิ่งสนิทหน้าคฤหาสน์หลังงาม โต๊ะอาหารถูกจัดไว้กลางสวนหญ้าหน้าบ้าน บนโต๊ะมีจานเปล่าสองใบสลักลวดลายสวยงาม เชิงเทียนหอมถูกจุดสร้างบรรยากาศโรแมนติกไม่หยอก
ป๊อก!
เสียงเปิดขวดไวท์ทำเอาพีชญาสะดุ้งตัวโหยง ดินเนอร์สุดหรูใต้แสงเทียนพร้อมเมนูอร่อยสไตล์อิตาเลียนโดยมีเชฟดังที่มารังสรรค์เมนูพิเศษสำหรับทั้งคู่โดยเฉพาะ
โอเมก้าตัวน้อยตื่นตาตื่นใจกับสตอรี่อาหารจนลืมเรื่องขุ่นมัวก่อนหน้าไปเสียสนิท
"แม่เธอเป็นยังไงบ้างอาการดีขึ้นไหม" อัลฟ่าหนุ่มชวนคุยเพื่อทำลายบรรยายกาศน่าอึดอัดระหว่างรออาหารจากเซฟ
"แม่ยังไม่รู้สึกตัวเลยครับ"
พีชญาตอบเสียงสั่นเครือรู้สึกเศร้าทุกครั้งที่พูดถึงเรื่องอาการของมารดา
ป่านนี้ไม่รู้แม่จะฟื้นหรือยังก็ไม่รู้
เขาเป็นลูกที่แย่มากๆ มารดานอนป่วยซมอยู่ยังกล้ามายิ้มหน้าระรื่นมีความสุขอยู่อย่างนี้ได้ยังไง
พอคิดได้ดังนั้นน้ำตาเม็ดใสเอ่อคลอหน่อย
"เฮ้ๆๆ อย่าร้องไห้นะ"
".…"
"ถ้าร้องไห้ ฉันจับเธออึ๊บตรงนี้จริงๆด้วย"
พีชญามองหน้าอีกฝ่ายอย่างอึ้งๆ คนบ้า ในหัวสมองคิดแต่เรื่องเป็นหรือไงกันนะ
ไม่รู้จักอายคนอื่นบ้างหรือไงกัน
โอเมก้าตัวน้อยขมวดคิ้มใส่คนหน้ากวน เลิกสนใจร่างสูงที่นั่งอยู่ตรงข้าม ดื่มด่ำกับบรรยากาศก่อนแก้วไวน์จะถูกยื่นมาตรงหน้า
“ผมไม่ดื่มครับ” พีชญาส่ายหัวปฏิเสธ
“แต่เชฟบอกว่าสเต็กนี้ต้องกินคู่กับไวท์นะถึงจะอร่อย”
“จริงเหรอครับ”
“จริงสิ เมื่อกี้เธออาจจะไม่ได้ฟังเอง” ร่างสูงคะยั้นคะยอ "แค่แก้วเดียวไม่ทำให้เธอเมาหรอกน่า อยู่กับฉันจะกลัวอะไร”
กลัวคุณนั่นแหละ พีชญาตอบในใจ
เขารู้ตัวดีว่าเป็นคนที่คออ่อนมาก ตั้งแต่เกิดมาสามารถนับครั้งได้เลยว่าเคยดื่มมาแล้วกี่ครั้ง
ล่าสุดที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ตอนปีสี่ มีรุ่นพี่ที่ทำงานพาไปเลี้ยงวันฝึกงานจบ
เขาเมาจนภาพตัดกลับบ้านได้ยังไงก็ไม่รู้ ตอนนั้นแม่น้อยทั้งบ่นทั้งดุ งอนเขาไปสามวัน
จากวันนั้นเขาก็ไม่ได้แตะต้องของพวกนั้นอีกเลย
มือบางรับแก้วไวท์แดงชั้นเลิศมาถือก่อนจะชนแก้วกับคนตรงข้ามและจิบเบาๆตามมารยาท “อื้อ หวานจัง”
เกิดมาพึ่งเคยกินไวท์เป็นครั้งแรก พีชญาเคยได้ยินมาว่ายิ่งเก่าจะยิ่งอร่อยและราคาก็จะยิ่งแพงขึ้นด้วย
โอเมก้าตัวน้อยตัดสเต็กเนื้อแกะชิ้นสุดท้ายเข้าปากพลางดื่มไวท์ไปด้วย
"เอาอีกไหมฉันเติมให้" เสียงทุ้มเอ่ยถาม
"เอาครับ เอาอีกๆ" พีชญาในตอนนี้เหมือนเด็กงอแงขอขนม
คริสโตเฟอร์มองเด็กน้อยตรงข้ามสายตาแพรวพราว แอลกอฮอล์เป็นตัวช่วยชั้นดีในการละลายพฤติกรรม
สองร่างขยับขยายเข้ามานั่งริมสระในตัวบ้าน หย่อนขาตีเล่นเบาๆกับน้ำใส ดื่มไวน์ชมวิวแลกเปลี่ยนความคิดระหว่างคนสองวัยที่เติบโตกันมาจากคนละที่ เขารู้สึกว่าเด็กน้อยข้างกายคุยเก่งและดูสบายๆมากขึ้นเมื่อเริ่มดื่มเป็นแก้วที่สี่
หรืออาจเพราะเราเริ่มสนิทกันแล้วนะ
"เธอชอบที่นี่ไหม"
"ชอบครับ คุณเนี้ยโคตรรวยเลย เกิดอีกชาติผมจะมีบ้านแบบนี้เนี้ย" เสียงหวานที่เปล่งออกมาเริ่มยานคาง ทำให้คริสโตเฟอร์รู้ได้ในทันทีว่าอีกฝ่ายเริ่มเมาแล้ว
"ฉันยกให้เอาไหม"
"คุณนี่ตลกจังเลย" พีชญาหัวเราะจนตาหยี “ผมเคยฝันนะว่าอยากสร้างบ้านสักหลังให้แม่ มีพื้นที่เยอะๆให้แม่ปลูกผักสวนครัว มีสนามใหญ่ๆหน้าบ้านไว้วิ่งเล่นกับลูกๆแล้วก็มีสระไหว้น้ำแบบนี้ด้วย”
มือบางวาดไปมาในอากาศ ความฝันสูงสุดของเขาคือการสร้างบ้านสักหลังให้แม่ ไม่ต้องใหญ่มากแต่ขอแค่มีเขาและแม่น้อยอยู่ด้วยกันแค่นั้นก็มีความสุขแล้ว
“ลองขอฉันดูสิ” แววตาคมไม่มีแววล้อเล่นอยู่ในนั้นเลยสักนิด เกิดความเงียบขึ้นก่อนร่างเล็กก้มหน้างุด ยิ้มหวานหุบลงฉับพลัน
"ฉันเคยเตือนแล้วใช่ไหมว่าอย่ากัดปาก"
กลิ่นฟีโรโมนหอมหวานแผ่กระจายออกมาจากร่างบางทำให้คริสโตเฟอร์ตาพร่าเบลอ สองร่างเคลื่อนตัวเข้าใกล้กันอัตโนมัติ ความอดทนที่มีน้อยนิดขาดสะบั้นเมื่อได้สบตาคู่สวยที่มีน้ำตาเอ่อนอง
ปลายจมูกโด่งเฉียดแก้มใสที่มีเส้นเลือดฝาดพาผ่าน เคลิบเคลิ้มมัวเมาในแรงดึงดูดที่มหาศาลของกันและกัน กลีบปากหยักทาบทับแผ่วเบาดื่มด่ำรสชาติไวท์หวานล้ำที่ติดอยู่ปลายลิ้นเล็กก่อนจะอุ้มคนตัวเล็กขึ้นมานั่งคล่อมอยู่บนตักในทิศทางที่หวาดเสียว
"อื้ออ"
เป็นครั้งแรกที่พีชญาให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีแขนเล็กคล้องหลังคออีกฝ่ายแน่น เสียงแลกลิ้นเฉอะแฉะหยาบโลนสร้างความวาบหวามรัญจวนใจ
เอวเล็กแอ่นโค้งเข้าหาหน้าท้องแกร่งบดเบียนส่วนกลางกายเสียดสีตามสัญชาตญาณความต้องการที่พุ่งสูงขึ้น มือบางช่วยเกาะกระดุมสามเม็ดบนจนเผยให้เห็นแผงอกกว้างและรอยสักรอบลำคอแกร่ง
"พีช เธอกำลังทำให้ฉันคลั่ง"
แขนแกร่งโอบอุ้มช้อนใต้ขาทั้งสองก่อนจะเดินเข้าไปในตัวบ้านอย่างง่ายดาย
เข็มขัดและเสื้อโอเวอร์โค้ทตัวนอกหลุดจากไหล่บางร่วงลงระหว่างทางที่เดินผ่าน หลงเหลือแค่บอดี้สูทลูกไม้สีดำสนิทห่อหุ้มส่วนสำคัญ ที่หมายคือห้องนอนที่อยู่ใกล้ที่สุด
"ทำไมไม่เข้าไปทำในห้องดีๆวะ"
เสียงของบุคคลปริศนาดังขึ้นจากมุมหนึ่งของห้อง คริสโตเฟอร์วางร่างบางก่อนจะดึงมาหลบไว้ด้านหลังตามสัญชาตญาณการปกป้อง
มือหนาคว้าปืนพกสั้นที่ซ่อนไว้หลังกรอบรูปในห้องรับแขก ขึ้นลำเตรียมลั่นไกลหันปลายกระบอกสีดำสนิทไปทางเจ้าของเสียงปริศนาก่อนจะต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นว่าไอ้เหี้ยนั่นมันเป็นใคร
"F*ck you Wadim"
วาดิม เพื่อนสนิทของเขาหนึ่งในสมาชิกแก็ง Handsome demon ดูแลรีสอร์ทและคาสิโนที่ลาสเวกัสเป็นหลัก
แล้วแม่งมาที่นี่ ตอนนี้ทำไมวะ
"Yo! bro นี่มึงข่มกูหรอ" ร่างสูงแผ่กระแสข่มออกมาอย่างไม่รู้ตัวตามสัญชาตญาณของอัลฟ่าหวงคู่ ส่งผลให้โอเมก้าตัวน้อยด้านหลังทรุดฮวบไปกองกับพื้นกระเบื้องเย็นเฉียบ
พีชญาหายใจหอบยกมือบางทาบอก ไร้เรียวแรงเพราะกระแสข่มของสองทรูอัลฟ่าที่แผ่ออกมาพร้อมกัน
"พีช ฉันขอโทษ"
"ลูฟ! มึงรู้ตัวไหมว่าพูดอะไรออกมา" วาดิมตาโตไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยินเมื่อครู่ "มึงพูดคำว่าขอโทษ"
ราวกับปรากฏการณ์ธรรมชาติที่นานๆจะเกิดครั้ง
วาดิมไม่คิดว่าจะได้ยินคำนี้จากปากของคนที่ไม่รู้จักผิดชอบชั่วดีอย่างคริสโตเฟอร์ ลูฟเฟอร์
"ยูจำได้ไหม ตอนแปดขวบที่ยูหักแขนไอจนถึงตอนนี้ยูยังไม่ขอโทษไอเลยนะเว้ย" อัลฟ่าหน้ากวนยังพูดพร่ำเพรื่อไม่หยุด
"ห้ามมอง หันหน้าไป"
"โห อะไรวะแค่นี้ทำเป็นหวงเออ มองนิดมองหน่อยก็ไม่ได้ โด่ ปาร์ตี้เซ็กส์หมู่ยังเคยมาแล้ว"
"Shut up! Wadim"
"..." วาดิมรูดชิบปากด้วยท่าทางกวนๆตามแบบฉบับของอีกฝ่าย
"มึงมาที่นี่ทำไม"
"พูดได้เออ" อัลฟ่าหน้ากวนเลิกคิ้วก่อนจะหันไปมองโอเมก้าตัวน้อยในอ้อมกอดของเพื่อนสนิท
"ไว้ค่อยคุย"หันไปบอกพลางส่งสายตาสื่อความหมายแบบที่รู้ๆกันระหว่างเพื่อนสนิท “กลับไปรอฉันที่เซฟเฮ้าส์ก่อนนะ"
"ละ แล้วคุณจะไปไหน" ร่างเล็กถามขึ้นน้ำตาเม็ดใสคลอหน่วย "คุณไปส่งผมไม่ได้เหรอ ผะ ผมกลัว"
"เด็กดี ฉันมีธุระ" คริสโตเฟอร์บอกอย่างใจเย็น มือหนาลูบปลอบคนตัวเล็กที่สั่นเทาในอ้อมกอด "คาร์ฟเป็นมือขวาของฉันเป็นลูกน้องที่ฉันไว้ใจมากที่สุด เธอไม่ต้องกลัว ไม่ต้องกังวลอะไร ถึงบ้านแล้วส่งข้อความบอกฉันด้วย เข้าใจไหม"
"คะ ครับ"
"เก่งมากครับ เด็กดีของพี่ลูฟฟ์" ว่าพลางจูบซับเหงื่อที่ผุดขึ้นมาตามกรอบหน้าอย่างอ่อนโยนก่อนจะจูบลาและส่งพีชญาขึ้นรถไป
