ตอนที่ 7 วิถีมาเฟีย
“มีอะไร”
“เฮ้ ใจเย็นไอ้เสือ”
แกรก!
“กูให้เวลามึงสามวิ” ปลายปืนขึ้นลำเตรียมลั่นไกล สายตาคมดุดันไม่มีแววล้อเล่นอยู่ในนั้นเลยสักนิด
แตกต่างกับคนเมื่อกี้ลิบลับเลยว่ะ
“มึงกล้ายิงกูจริงๆเหรอ”
สองอัลฟ่าจ้องมองฟาดฟันกันผ่านสายตา กระแสข่มลอยฟุ้งในมวลอากาศ หากคนข้างนอกมองเข้ามาคงคิดว่าทั้งสองเป็นศัตรูคู่อาฆาตที่พร้อมจะฆ่าฟันกันตายได้ทุกเมื่อหากแต่ความจริงแล้วทั้งสองคือเพื่อนรักเพื่อนตาย ทายาทสองตระกูลมาเฟียเก่าแก่ที่เติบโตมาด้วยกันร่วมฝึกฝนเคียงบ่าเคียงไหล่กันมายาวนาน
“สาม สอง…”
“บอกแล้วๆๆ”
วาดิมยกมือสองข้างยอมแพ้ เพราะรู้ว่าไอ้ลูฟมันยิงจริงแน่ๆหากเขายังลีลาไม่รีบพูดธุระสำคัญที่ทำให้ต้องมายืนอยู่ตรงนี้ออกไป
“ที่มาเก๊าทัวร์ลงว่ะ”
“แล้วเรื่องแค่นี้พวกมึงจัดการกันเองไม่ได้เหรอวะ”
“แต่ภารกิจนี้ทีมต้องการมึง”
“จะมาต้องการเหี้ยอะไรตอนนี้วะ” คริสโตเฟอร์สถบอย่างหัวเสีย แก่นกายคับแน่นดุนดันเป้ากางเกงจนปวดหนึบไปหมด
แม่งขัดจังหวะชิบหาย
เสือกำลังจะขย้ำเหยื่ออยู่แล้วเชียว
“เพราะภารกิจนี้เราพลาดไม่ได้เด็ดขาด
วาดิมบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นคร่าวๆระหว่างเดินทางไปมาเก๊าโดยเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัว
คลังอาวุธแห่งใหม่ที่มาเก๊าที่เตรียมส่งให้ลูกค้าถูกปล้น ตู้คอนเทนเนอร์ถูกขโมยไปพร้อมทั้งอาวุธสงครามที่เตรียมส่งมอบในวันพรุ่งนี้ มูลค่าความเสียหายหลายร้อยล้านหยวน
เราสูญเสียลูกน้องฝีมือดีไปหลายสิบชีวิต งานนี้ต้องเอาคืนอย่างสาสม
“ใครมันกล้ามาล้วงคองูเห่าวะ”
“แก๊งยามาดะกลุ่มผู้มีอิทธิพลมากที่สุดในประเทศญี่ปุ่น”
เดิมทียามาดะเป็นมาเฟียกลุ่มเล็กๆในประเทศญี่ปุ่นก่อนแผ่ขยายอาณาเขตการปกครอง มีสมาชิกในแก๊งเพิ่มขึ้นเกือบเจ็ดหมื่นชีวิตทั่วโลกในระยะเวลาสามปีให้หลัง “มันคงแค้นที่ไอ้ฮานไปทะลายบ่อนพนันและโรงประมูลมนุษย์ที่เป็นรายได้หลักของแก๊งมัน”
ยามาดะเป็นแก๊งนอกกฏหมายมีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด การลักลอบค้าอาวุธเถื่อน โสเภณีค้ามนุษย์และอาชญากรรมข้ามชาติโดยมีกลุ่มองกรค์ที่มีอิทธิพลทางการเมืองและนักธุรกิจรายใหญ่คอยหนุนหลัง
สายรายงานมาว่าของทั้งหมดถูกขนส่งลงเรือหนีผ่านแม่น้ำเพิร์ลและนำไปเก็บในคลังอาวุธของพวกมันที่เกาะส่วนตัวทางตอนเหนือของเกาะเกาลูน
งานนี้มีเวลาในการทำภารกิจเพียงสามชั่วโมงเท่านั้นเพื่อนำสินค้ากลับมาให้ทันก่อนเวลาส่งมอบ
“พวกมันตั้งใจประกาศสงครามชัดๆ”
“งานนี้จับตายสถานเดียว”
“ก็ไม่คิดจะเก็บมันไว้อยู่แล้ว” คริสโตเฟอร์ไหวไหล่
“เราถึงต้องการมึงไงเพื่อน”
“แผนคือ?”
“ฮอลล์สองลำกับเราสี่คน”
“ไอ้หมอก็มาด้วยเหรอวะ”
“แน่นอน” วาดิมไหวไหล่ “เราสองคนจะทำภารกิจบนเรือส่วนไอ้ฮานกับไอ้หลุยส์จะยิงสกัดบนฮอลล์ให้”
พวกเขาต้องนำตู้คอนเทนเนอร์กลับมาด้วยเพราะงั้นจึงจำเป็นต้องใช้ฮอลล์สองลำ
“มีเวลาในการทำภารกิจสองชั่วโมง”
“แค่นี้ก็เหลือเฟือแล้ว”
พวกมันตั้งใจเหยียบจมูกกันชัดๆ
ในเมื่อพวกมันคิดจะเล่นนอกกติกา พวกเขานี่แหละก็จะเป็นคนพิพากษาให้มันเอง
พีชญาเดินทางมาถึงโรงพยาบาลในเวลาห้าทุ่มครึ่ง ยกมือขึ้นทาบอกหลังจากนึกถึงบางเรื่องที่ยังวนเวียนอยู่ในหัวตลอดทางกลับบ้าน
ร่างบางเดินเข้าลิฟต์ตัวเดิมด้วยความเหม่อลอย สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ราวกับความฝัน หนึ่งชั่วโมงก่อนหน้าเขาถูกดูแลดีราวกับเจ้าหญิงแถมยังเกือบมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับคริสโตเฟอร์อีกครั้ง
ด้วยความเต็มใจ
เขาส่งข้อความบอกคริสโตเฟอร์ไปว่ามาถึงโรงพยาบาลแล้วตามที่อีกฝ่ายสั่งไว้ก่อนจากกันทว่าอีกฝ่ายยังไม่ได้ตอบกลับอะไร
โอเมก้าตัวน้อยยืนนิ่งหน้าห้องของมารดาอยู่นานก่อนจะเปิดเข้าไป ไฟในห้องยังสว่างไสว พีชญาเบิกตากว้างเมื่อเห็นมารดานอนลืมตาอยู่ที่เตียงกว้าง มีเจ๊น้ำ คุณหมอและพยาบาลตรวจร่างกายอยู่ข้างเตียง
"แม่ ฮื้ออ! แม่จ๋า" พีชญาเสียงสั่นเครือ สายตามองตรงไปยังเตียงกว้างก่อนภาพตรงหน้าจะเลือนลางเพราะน้ำตาที่เอ่อคลอ
"พีช" เจ๊น้ำส่งยิ้มทักทายผู้มาใหม่ก่อนจะโอบกอดร่างบางเดินมาหยุดที่ปลายเตียงเพื่อไม่ให้รบกวนการทำงานของแพทย์ที่กำลังตรวจเช็คอาการเบื้องต้น “พี่น้อยฟื้นแล้ว เจ๊ดีใจจนลืมโทรบอกพีชเลยลูก”
มือบางเช็ดน้ำตาลวกๆ มองภาพตรงหน้าอย่างไม่ละสายตาเพราะกลัวว่าจะเป็นแค่ความฝัน
มารดาของเขานอนนิ่งในชุดผู้ป่วยสีฟ้าของทางโรงพยาบาลและส่งยิ้มอ่อนโยนมาให้ สายที่เคยระโยงระยางต็มหน้าน้อยลงแล้วเหลือเพียงเครื่องช่วยหายใจเท่านั้น
พีชญายกมือขึ้นเช็ดน้ำตาที่กำลังรินรดแก้มใสอีกครั้งก่อนจะจับเท้ามารดาและปล่อยโฮออกมาอีกรอบด้วยความดีใจ
หลังจากคุณหมอตรวจอาการเสร็จก็กำชับว่าห้ามรบกวนคนไข้และแนะนำให้ขยับตัวน้อยที่สุดเพราะแผลยังไม่หายดี
คนป่วยยกยิ้มเพื่อให้ลูกชายที่เปรียบเสมือนแก้วตาดวงใจคลายกังวลก่อนจะเอ่ยถามเสียงแหบพร่า “พีช ไม่ได้ทำงานเหรอลูก”
โอเมก้าตัวน้อยส่ายหน้าแทนคำตอบ โผเข้ากอดมารดาก่อนจะสะอื้นไห้เหมือนเด็กน้อยขี้แย
"แม่ฟื้นแล้วจริงๆ อึก! พีชดีใจที่สุดในโลกเลย"
หนึ่งสัปดาห์เต็มที่แม่ล้มป่วยนี่จึงถือเป็นครั้งแรกที่ได้ยินเสียงของท่าน
"แม่ ขะ ขอโทษนะลูกที่ขี้เกียจและนอนนานไปหน่อย" เสียงที่เปร่งออกมาแหบพร่า มือสั่นเทาลูบหัวปลอบประโลม "พีชไม่ดีใจเหรอที่แม่ฟื้น"
"ดีใจสิครับ พีชอยากกอดแม่ใจแทบขาด” พีชญาบอกเสียงอู้อี้ "รู้ไหมว่าพีชใจจะขาดตอนรู้ว่าแม่เข้าโรงพยาบาล ฮื้อ แม่อย่าเป็นอะไรไปอีกนะครับ ฮึก! แม่ต้องอยู่กับพีชไปนานๆนะ แม่สัญญาสิ"
น้อยลูบแผ่นหลังสั่นสะท้านของลูกชายเบาๆเพื่อปลอบโยน
"ถ้าพีชดีใจแล้วร้องไห้ทำไมลูก" ถามเสียงเบาก่อนจะหันไปส่งยิ้มให้กับน้ำที่เปรียบเสมือนคนในครอบครัวที่เป็นทั้งเจ้านายและน้องสาวในเวลาเดียวกัน
"ก็พีชดีใจหนิครับ"
“น้ำก็ดีใจจ๊ะ”
"ไม่ร้องนะลูก แม่สัญญาว่าจะไม่เป็นอะไรอีกแล้ว" น้อยมองหน้าลูกชายสุดที่รักที่กำลังยิ้มออกมาทั้งน้ำตา ยกมือสั่นเทาเช็ดน้ำตาออกให้
"ครับแม่"
วันนี้ทำให้เขารู้สึกว่าสิ่งที่เขาเลือกมันที่สุดแล้ว
เขายอมแลกทุกอย่างแม้กระทั่งศักดิ์ศรีและชีวิตของตนเพื่อแลกกับชีวิตของผู้ให้กำเนิด
