ตอนที่ 3 ข้อเสนอ
หลังจากปิดประตูเสียงดังพีชญายืนสงบอารมณ์ที่กำลังจะประทุอยู่หน้าห้อง การ์ดหลายคนที่ยืนอยู่บริเวณนั้นต่างมองมาที่เขาเป็นจุดเดียว
โอเมก้าตัวน้อยทั้งโกรธทั้งกลัวจนตัวสั่น มือบางจับกระชับรถเข็นอุปกรณ์ทำความสะอาดแน่นก่อนจะตัดสินใจกดลิฟท์เพื่อกลับลงมาชั้นล่าง
เกิดมาไม่เคยพบเคยเห็นคนที่น่ารังเกียจขนาดนี้มาก่อน
อีตาเศรษฐีบ้า
คนอะไรเห็นคนเป็นสิ่งของ เอะอะจะซื้อด้วยเงินอย่างเดียว หน้าตาก็ดีไม่น่านิสัยเสียแบบนี้เลย
แล้วไหนจะสีหน้ายียวนและน้ำเสียงดูถูกดูแคลนนั่นอีก ต้องเป็นคนที่เลือดเย็นขนาดไหนและต้องถูกเลี้ยงดูมายังไงกันถึงกล้ามาเหยียดกันซึ่งหน้าขนาดนี้
พิชญาหลับตาพ่นลมหายใจเข้าออกยาวๆเพื่อเรียกสติตัวเองขณะลงลิฟต์มายังชั้นล็อบบี้
ติ่ง!
ตอนนี้ก็ดึกมากแล้วจึงไม่มีใคร ปกติพนักงานกะนี้จะไปแสตนบายรอทำความสะอาดที่ชั้นใต้ดินกันหมด ครั้นจะบอกคุณดุสิตก็ไม่ได้เพราะอีกฝ่ายออกกะไปแล้ว มีเพียงพี่บริกรที่คอยต้อนรับลูกค้าเท่านั้น
พีชญามองสำรวจห้องโถงก่อนจะเห็นว่าชั้นนี้ทั้งชั้นมีแค่ไม่กี่ห้อง โรงแรมแห่งนี้เป็นที่พักหรูระดับ 6 ดาว การตกแต่งออกมาสไตล์เรียบๆแต่ดูหรูหรา สีที่ใช้ก็จะเน้นสีน้ำตาลทองและขาวเทาดำเป็นหลัก
อีกฝั่งเป็นห้างสรรพสินค้าจะเปิดขายสินค้าแบรนด์เนมต่างๆ ได้ยินมาว่ามีชั้นใต้ดินเปิดให้บริการผับและคาสิโนแบบครบวงจรแต่คุณดุสิตสั่งห้ามไว้ไม่ให้เขาลงไปเด็ดขาดเพราะมันอันตรายเกินไปสำหรับโอเมก้าอย่างเขา
พีชญาเริ่มทำความสะอาดจากห้องโถงทางเดินไปจนถึงบันไดหนีไฟ จากนั้นเข็นรถอุปกรณ์ไปเก็บที่ห้องเก็บอุปกรณ์และพักเบรก
โอเมก้าตัวน้อยเดินกลับไปยังล็อบบี้เก็บของสำหรับพนักงาน ตั้งใจว่าจะไปหากาแฟทาน
หยิบมือถือขึ้นมาเล่นฆ่าเวลา สมาร์ทโฟนเครื่องเก่าในมือหน้าจอปรากฏสายไม่ได้รับจากเจ๊น้ำหลายสาย
ในใจก็ภาวนาขอให้เป็นเรื่องดี
เขาติดต่อกลับหาทันทีรอนานแต่ปลายสายก็ไม่รับสายจนเริ่มใจเสีย
ตู๊ดดดด ตู๊ดดดดด
(ฮื้ออ พีชลูกพี่น้อย อึก!..) เจ๊น้ำกดรับพร้อมเสียงสะอื้นไห้ทำเอาพีชญาใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม
"เจ๊ มีอะไรเหรอครับเกิดอะไรขึ้น แม่...แม่น้อยเป็นอะไร"
(พี่น้อยช็อคจนทำให้ต้องผ่าตัดด่วนอีกรอบ พีชรีบมานะลูก)
"แม่!" พีชญาตกใจเข่าแทบทรุด "พะ พีชจะไปนะครับเจ๊"
แม่จ๋า…รอพีชก่อนนะ
พีชญาวิ่งออกมาหน้าโรงแรม มือบางปาดน้ำตาออกจากดวงตาคู่สวยก่อนจะเรียกแท็กซี่เดินทางไปที่โรงพยาบาลทันที
ณ โรงพยาบาลเอกชน
โอเมก้าตัวน้อยกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามายังหน้าห้องไอซียูด้วยแข้งขาที่อ่อนแรง มีเจ๊น้ำและอลันนายแพทย์เจ้าของไข้ของมารดารออยู่ก่อนหน้าแล้ว
"พีชลูก ฮึก ฮื้อ" น้ำกอดประคองเด็กหนุ่มรุ่นลูกไว้ในอ้อมแขน
"ฮื้ออ แม่ เกิดอะไรขึ้นครับเจ๊ คุณหมอครับทำไมอยู่ๆอาการของแม่ถึงทรุดลงแบบนี้ล่ะ" พีชญาเอ่ยถามทั้งน้ำตา เขาพยายามควบคุมเสียงที่สั่นเทาให้พอพูดรู้เรื่อง
"คนไข้ต้องได้รับการผ่าตัดด่วนครับเนื่องจากมีภาวะแทรกซ้อนทำให้เลือดไหลไม่หยุด ตอนนี้ความดันอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถผ่าตัดได้" อลันอธิบาย "หมอรอให้ญาติมาเซ็นรับการรักษาเนื่องจากค่ารักษาที่สูงมาก"
นายแพทย์หนุ่มมองญาติคนไข้ด้วยความหนักใจ ตอนนี้อาการของคนไข้มีแต่ทรงกับทรุดเท่านั้น อีกอย่างเลือดสำรองที่เหลือในโรงพยาบาลตอนนี้ก็แทบจะไม่พอแล้ว หากต้องผ่าตัดเป็นครั้งที่สามคงต้องส่งตัวต่อให้โรงพยาบาลสาขาใหญ่ที่กรุงเทพฯ
"ถ้าผ่าแล้วแม่จะหายแล้วกลับมาเป็นปกติไหมครับ" ถามคุณหมอเจ้าของไข้อย่างมีความหวัง
พีชญานัยน์ตาวูบไหวมองเข้าไปในห้องผ่าตัดที่มารดานอนหลับไหลไร้สติสายระโยงระยางไม่เห็นใบหน้าก่อนภาพจะเลือนลางเพราะน้ำใสๆที่เอ่อล้นในดวงตา
"ตอนนี้อาการของคนไข้อยู่ในขั้นโคม่า หมอจะทำให้เต็มที่ที่สุด แต่หมอไม่อาจรับประกันได้ว่าคนไข้จะกลับมาใช้ชีวิตปกติเหมือนเดิมได้หรือเปล่า" คุณหมออธิบายอย่างใจเย็น
"แม่ ฮึก ฮื้อออ" ยังไงพีชก็จะไม่ปล่อยให้แม่เป็นอะไร แม่ต้องอยู่กับพีชไปนานๆ
"คุณหมอช่วยคุณแม่ผมด้วยนะครับ"
พีชญาสะอื้นในอ้อมกอดของเจ๊น้ำ ยื่นมือสั่นเทาเซ็นเอกสารยินยอมรับการรักษาจากทางโรงพยาบาลก่อนคุณหมอจะขอตัวไปเตรียมการผ่าตัดด่วนในทันที
พีชญาแข้งขาอ่อนแรงทรุดฮวบคุกเข่าอยู่ตรงหน้าห้องไอซียูร้องไห้หนักจนเกือบเป็นลมเป็นแล้ง ความอ่อนล้าโจมตีร่างบอบบางที่ทำงานหนักไม่ได้พักมาครึ่งค่อนคืน
"ใจเย็นๆก่อนนะลูก" เจ๊น้ำพูดเสียงสั่นก่อนจะดึงร่างเล็กให้ลุกขึ้นมานั่งรอที่ม้านั่งของทางโรงพยาบาล
พีชญาปล่อยโฮออกมาแทบไม่เป็นภาษา กอดผู้ที่อยู่เคียงข้างและรักเสมือนญาติผู้ใหญ่อีกคนไว้แน่น "แม่ อึก แม่จะไม่เป็นอะไรใช่ไหมครับ"
“พี่น้อยเป็นคนดี คนดีผีคุ้ม พี่น้อยต้องไม่เป็นอะไร พีชเชื่อเจ๊สิ” น้ำกอดปลอบหลานชายทั้งน้ำตาเช่นกัน
ร่างเล็กสะอื้นจนตัวโยก ไม่มีคำพูดใดหลังจากนั้นจนเวลาล่วงเลยไปนานพอสมควรทว่าแม่ของเขาก็ยังไม่ออกมา
พีชญาร้องไห้จนน้ำตาหยุดไหลไปเอง เดินวนไปวนมาหน้าห้องผ่าตัดอย่างร้อนใจ
เขาพึ่งเรียนจบ ยังไม่ได้ทำงาน ยังไม่ได้ตอบแทนบุญคุณของแม่เลย
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากโดยไม่ทันตั้งตัว พีชญายังนึกภาพไม่ออกหากวันหนึ่งที่เขากลับบ้านไปแล้วไม่เจอแม่
เขาจะอยู่ได้ยังไงกัน
การผ่าตัดในครั้งนี้กินเวลาไปกว่า 6 ชั่วโมงก่อนนายแพทย์เจ้าของไข้จะเดินออกมาด้วยรอยยิ้มผ่อนคลาย
"หมอครับ แม่ผมเป็นยังไงบ้างครับ"
"ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ คนไข้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี" คุณหมอว่าพร้อมมองตามสายตาญาติก่อนจะพูดต่อ “ตอนนี้เลือดหยุดไหลแล้ว ความดันโลหิตก็อยู่ในเกณฑ์ปกติดีแต่ต้องงดเยี่ยมไปก่อนนะครับ คนไข้ต้องอยู่ในห้องปลอดเชื้อจนกว่าจะฟื้น"
“ขอบคุณคุณหมอมากๆนะครับ” พีชญาขอบคุณจากใจจริง “เอ่อ พีชอยากจะขอคุยเรื่องค่ารักษาพยาบาลของคุณแม่สักครู่ได้ไหมครับ”
เอ่ยถามเสียงอ่อน ถึงจะค่อนข้างหนักใจในเรื่องนี้แต่ก็เบาใจไปได้หนึ่งเปราะเมื่อได้ฟังผลการผ่าตัด
“อา ถ้าเป็นเรื่องนี้ หมอว่าญาติไปปรึกษากับทางการเงินของทางโรงพยาบาลดีกว่านะครับ” คุณหมอแนะนำก่อนจะเดินแยกไปพัก
“เจ๊ครับ พีชฝากแแม่ด้วยนะครับ” พีชญาเดินมุ่งหน้าไปยังแผนกการเงินเพื่อสอบถามเรื่องค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
….
คริสโตเฟอร์ ลูฟเฟอร์นอนพลิกไปพลิกมากลางเตียงกว้าง ในมือถือเอกสารที่ลูกน้องไปเสาะแสวงหามาให้อย่างเคร่งเคียด
เป็นเอกสารสมัครงานของนายพีชญา วราดร เกิดและโตอยู่กับแม่เพียงลำพัง ปัจจุบันอายุ 21 ปี จบการศึกษาจากมหาลัยของรัฐด้วยทุนการศึกษาเรียนดีแต่ยากจน พูดได้ 5 ภาษา ไทย จีน อังกฤษ ญี่ปุ่น สเปน ยากจนต้อยต่ำ หน้าตาก็งั้นๆพอดูได้ ก็แค่ตัวเล็ก ตาโต ปากนิด จมูกหน่อย ผิวออกสีน้ำผึ้งนวลเนียน
ดูรวมๆแล้วก็น่ารักดี
“ทำไมมีแค่นี้” อัลฟ่าหนุ่มนิ่วหน้าก่อนจะวางเอกสารและลุกขึ้นจากเตียงกว้าง “คาร์ฟ ทำไมมีแค่นี้วะ”
"นายต้องการทราบอะไรเพิ่มเติมอีกเหรอครับ" คาร์ฟมองหน้าผู้เป็นนายอย่างไม่เข้าใจ
“แล้วพวกประวัติส่วนตัวละ ไม่เห็นบอกอะไรเลย”
"อ๋อ พีชญาเป็นลูกคนดียวครับไม่มีพี่น้อง อาศัยอยู่กับแม่สองคน”
"ฉันรู้แล้ว ฉันอ่านหมดแล้ว นายมีความสามารถแค่นี้หรอคาร์ฟ” คริสโตเฟอร์เสียงดังอย่างหัวเสีย
ไอ้นี่ เดี๋ยวปั๊ดเหนี่ยวเลยกวนตีนอยู่ได้
"แล้วประวัติเรื่องความรักล่ะ" อัลฟ่าหนุ่มถามเสียงเบาลง "เคยมีแฟนมาแล้วกี่คน"
"ไม่เคยมีแฟนครับ แต่มีคนชอบเยอะมาก เนื้อหอมตั้งแต่สมัยเรียน"
"ใครบ้าง!! ไปลิสต์รายชื่อมาให้ฉันทั้งหมด"
“รับทราบครับ อ้อ นายครับ”คาร์ฟแทรกเมื่อนึกขึ้นได้ “ตอนนี้แม่ของคุณพีชญาเส้นเลือดในสมองแตกอาการโคม่าต้องผ่าตัดด่วนและค่ารักษายังแพงมากๆด้วยครับ”
“อย่างนั้นหรอ” มือหนาลูบคางสากที่เริ่มมีไรหนวดอย่างครุ้นคิด
“ครับ”
“งั้นก็ลองยื่นข้อเสนอไปสิ เผือเขาจะสนใจ” คริสโตเฟอร์สั่งงานเรียบร้อยก็เดินผิวปากอารมณ์ดีเข้าห้องนอนเพื่อทำธุระส่วนตัว
หึ! มาจะรอดูว่าเธอจะเลือกอะไร ระหว่างชีวิตของแม่หรือจะยอมมาเป็นนางบำเรอของฉัน
…..
“ครับ อะ อะไรนะครับ จะ เจ็ดแสนสองหมื่นบาท”
พีชญาตกใจหลังจากได้ทราบค่าผ่าตัดของมารดา
ทำไมถึงแพงขนาดนี้ เฉพาะค่าผ่าตัดอย่างเดียวก็เจ็ดแสนกว่าแล้ว ถ้ายังรวมค่าห้องค่ายาอีกจะไม่ปาไปเกือบล้านเลยเหรอ
“ใช่ค่ะ ยังไม่รวมค่าพักรักษาตัวนะคะ” เจ้าหน้าที่การเงินของทางโรงพยาบาลทวนย้ำ
“เออ..แล้วถ้าผมอยากจะขอผ่อนชำระจะได้ไหมครับ”พีชญาถามคำถามที่ตั้งใจจะถามตั้งแต่วันที่มารดาเข้ารักษาตัว
“ได้ค่ะ ทางเราต้องให้ญาติผ่อนชำระอยู่แล้วค่ะ ชำระก่อนครึ่งนึงและส่วนที่เหลือค่อยชำระตอนออกจากโรงพยาบาลก็ได้ค่ะ” เจ้าหน้าที่สาวสวยว่าพร้อมกับดึงเอกสารใบรายงานการรักษากลับ
“แล้วก้อนแรกผมต้องจ่ายเท่าไหร่หรอครับ” พีชญาถามต่อ
“จ่ายครึ่งนึงก็ประมาณสามแสนหกหมื่นบาทค่ะ” ว่าพลางยิ้มอย่างเห็นใจ
“ข..ขอบคุณมากครับ”
สามแสนหก! เงินในบัญชีเขาตอนนี้ยังมีไม่ถึงหมื่นเลยเพราะเพิ่งจ่ายค่ารับปริญญาไป
แล้วเขาจะไปหาเงินที่ไหนมาจ่ายได้ทันล่ะเนี้ย
พีชญาเข้าห้องน้ำเพื่อล้างหน้าล้างตาหลังจากส่งเจ๊น้ำขึ้นรถไปก่อนจะโทรแจ้งทางโรงแรมรอสายซักครู่ก็ได้ยินเสียงรับสาย
(สวัสดีครับ ดุสิตหัวหน้าแผนกทำความสะอาดครับ) ดุสิตรับสายเสียงเรียบ
“สวัสดีครับคุณดุสิต พีชญานะครับ” พูดเสียงนอบน้อม
(ครับ วันนี้จะมาทำงานรึเปล่า ได้ยินว่าแม่ผ่าตัดด่วนหนิ) ปลายสายพูดอย่างเอ็นดูในความกตัญญูของโอเมก้าตัวน้อย
“พีชว่าจะขอลา ได้ไหมครับ” ถามเสียงเกรงอกเกรงใจเพราะเพิ่งทำงานได้วันเดียวก็ของใช้สิทธิ์ลาซะแล้ว
(เออ..ถ้าอย่างนั้นคุณพอจะมีแวะเข้ามาที่โรงแรมสักประมาณสองถึงสามชั่วโมงได้ไหม) ปลายสายบอกอย่างหนักใจ (พอดีผมมีธุระอยากคุยกับคุณเป็นการส่วนตัวสักครู่) ดุสิตเงียบรอฟังคำตอบ
“ได้ครับ"พีชญาตอบรับแล้ววางสายไป
หลังจากเจ๊น้ำมาถึงโรงพยาบาล พีชญาบอกความจำเป็นที่จะต้องเข้าไปคุยธุระที่โรงแรมจึงรีบโบกแท็กซี่ออกมา เขาเกรงใจไม่อยากให้ผู้ใหญ่ต้องรอนานการเดินทางโดยแท็กซี่จึงถือเป็นวิธีที่สะดวกและรวดเร็วที่สุด
ใช้เวลาไม่นานพีชญาเดินทางมาถึงโรงแรม แต่ยังแปลกใจเหมือนกันเมื่อคุณดุสิตบอกให้เขาลงมารอที่ห้องรับรองแขก VIP ที่คาสิโนใต้ดินแทนที่จะเป็นห้องทำงานหรือห้องล็อบบี้พนักงานเหมือนอย่างเคย
โอเมก้าตัวน้อยรออยู่นานเกือบชั่วโมงก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของคุณดุสิต พีชญาเริ่มกระวนกระวาย ประหม่ากับทุกสายตาของแขกที่มาใช้บริการ ทั้งยังรู้สึกเวียนหัวกับกลิ่นบุหรี่และเหล้าผสมกับฟีโรโมนคละคลุ้งผสมปนเปกันในอากาศ เหงื่อในอุ่งมือเล็กซึมออกมาตลอดเวลาจนต้องเช็ดกางเกงที่สวมใส่
เวลาผ่านไปเนิ่นนานจนเริ่มดึกพีชญายกสมาร์ทโฟนเครื่องเก่าขึ้นก่อนจะต่อสายหาผู้จัดการแผนกอีกครั้งทว่าอีกฝ่ายปิดเครื่องไม่สามารถติดต่อได้
~เลขหมายที่ท่านเรียกไม่มีสัญณานตอบรับค่ะ~
~เลขหมายที่ท่านเรียกไม่มีสัญณานตอบรับค่ะ~
เสียงประตูเปิดและปิดลงในเวลาไล่เลี่ยกันมาพร้อมกับกลิ่นหอมสะอาดของต้นสนบนเทือกเขา เสียงรองเท้าหนักๆย่ำลงบนพื้นพรมดังชัดขึ้น ซักพักเสียงเดินก็มาหยุดอยู่ใกล้ๆเขา
ตาหวานมองไล่ตั้งแต่ปลายรองเท้าหนังมันวาวขึ้นมาจนถึงกางเกงเนื้อดีแบบสมัยใหม่ คงไม่ใช่คุณดุสิตแน่ ชายเสื้อสอดอยู่ในกางเกงคาดเข็มขัดหนังของ hermes เสื้อเชิ้ตสีดำเนื้อผ้าแนบติดลำตัวใหญ่ดูแข็งแรงและสมส่วน
กลิ่นแบบนี้ไม่ผิดแน่
“หุ่นฉันถูกใจเธอหรือเปล่า มีอะไรให้แก้ไขหรือเพิ่มเติมส่วนไหนอีกไหม”
“คุณ!” พีชญาเงยหน้ามองด้วยความตกใจ ไม่ต้องสงสัยแล้วว่าทำไมคุณดุสิตถึงนัดเขามาคุยที่นี่
เพราะอีตาเศรษฐีบ้านี่เอง
“ฮึๆ ผมไม่แปลกใจเลยว่าทำไมต้องเป็นที่นี่” น้ำเสียงหวานพูดพลางยิ้มเย้ยหยัน “จะนัดคนอื่นก็หัดมาให้ตรงเวลาหน่อยสิครับ ทำแบบนี้มันเสียมารยาทนะ”
อัลฟ่าร่างสูงใหญ่เอียงหน้าน้อยๆเพราะไม่ค่อยเข้าในใจภาษาไทยมากนัก
เขามีแม่นมเป็นคนไทยจึงพอฟังรู้เรื่องนิดหน่อย แต่เพราะพีชญาพูดเร็วเกินไปจึงจับใจความไม่ได้
แต่ท่าทางแบบนี้เหมือนตอนที่แม่นมดุเขาเลย
“นี่เธอ กำลังดุฉันอยู่เหรอ”
ไม่ได้ดุ
แต่ด่าโว้ยยย พีชญาคิดในใจ
“เปล่าครับ” พีชญาปฏิเสธ ขืนพูดออกไปตามใจคิดเขาคนถูกโยนออกไปจากโรงแรมนี้แน่
“เรามาคุยรายละเอียดกันเลยดีกว่าจะได้ไม่เสียเวลา” คริสโตเฟอร์พูดตอบเป็นภาษาอังกฤษ
“ผมว่าเราไม่มีอะไรจะต้องคุยกันอีกแล้วนะครับ” แต่พีชญาเลือกที่จะตอบกลับเป็นภาษาไทยก่อนจะลุกขึ้นเตรียมเดินออกไป
“เฮ้! นี่ฉันหวังดีกับเธอนะ ทำงานแบบนี้จะได้เงินเดือนเท่าไหร่กันเชียว”
ชายหนุ่มพูดกลั๊วะเสียงหัวเราะพิงสะโพกกับเคาน์เตอร์บาร์ในท่าทางสบายๆคล้ายกำลังเจรจาธุรกิจ มือหนึ่งรับแก้วเหล้าจากบาร์เทนเดอร์ขึ้นกระดกจนหมดแก้วก่อนจะพูดต่อ
“อีกกี่ชาติถึงจะพอจ่ายค่ารักษาให้แม่ของเธอ ไหนจะค่ายาอีก”
ไม่คิดถึงใจคนฟังเลยสักนิด
พีชญากระอักกระอ่วนสายตาวูบไหว อีกฝ่ายจี้ตรงจุดอ่อนไหวจนเขาไปไม่เป็น
“ไม่อยากให้แม่มีชีวิตอยู่อย่างสบายๆ ไม่ต้องทำงานหนักเหรอ ฉันจะอยู่เมืองไทยแค่หกเดือนเท่านั้น” คริสโตเฟอร์พูดหยั่งเชิงมองดูคนตัวเล็กตรงหน้าอย่างเหนือกว่า "ฉันจะจ่ายค่ารักษาให้แม่เธอทั้งหมดและระหว่างที่อยู่กับฉัน ฉันจะให้เงินเธอเดือนละสองแสนหรือมากกว่านั้นหากเธอทำให้ฉันพอใจ”
“….”
“ลองไปคิดดูนะ ฉันให้เวลาเธอตัดสินใจถึงพรุ่งนี้ หวังว่าเธอจะฉลาดพอที่จะรับข้อเสนอนี้นะ" คริสโตเฟอร์ว่าพร้อมกับวางนามบัตรไว้ที่โต๊ะหินอ่อนตรงหน้าร่างบางก่อนจะยืนขึ้นเต็มความสูงและเดินออกไป
พีชญากำมือแน่นกับอุ่งมือจนห่อเลือดก้มหน้าก้มตาเนินนานในห้วงความคิด ร่างเล็กเงยหน้ากระพริบตาปริ่มๆ เพื่อไล่ละอองน้ำตาที่ค้างอยู่ในดวงตาคู่หวานก่อนจะนึกถึงคำพูดดูถูกและน้ำเสียงเย้ยหยันศักดิ์ศรีของอัลฟ่าเลือดเย็นคนนั้น
'ทำงานแบบนี้ได้เงินเดือนเท่าไหร่กันเชียว อีกกี่ชาติถึงจะพอจ่ายค่ารักษาให้แม่ของเธอ ไหนจะค่ายาอีก'
คำพูดแสนร้ายกาจและท่าทางดูถูกดูแคลนทำให้พีชญานึกรังเกียจ
เกิดมาเพิ่งเคยพบเคยเห็น เขาเกลียดคนแบบนี้ที่สุด เกลียดๆๆ
เกลียดจนไม่อยากจะมองหน้า!
แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าตัวเขาเองก็ไม่ได้สวยหรือดูดีขนาดนั้นคนระดับอย่างคริสโตเฟอร์ ลูฟเฟอร์สามารถหาคนที่ดีกว่าเขาได้แต่ทำไมผู้ชายคนนั้นถึงได้ต้องการตัวเขาและยอมทุ่มเงินมากมายมหาศาลขนาดนั้นเพื่อให้เขาไปเป็นนางบำเรอกันนะ
จริงอยู่ที่ว่าเขาไม่ได้มีตัวเลือกมากมายนัก
มันเป็นแบบนั้น เป็นความจริงอย่างที่เขาว่าจนพีชญาเองไม่อาจปฏิเสธได้
